![]() |
| |
![]() |
![]() |
||||||||||
|
รายละเอียดการปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษี
การปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษี ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจทั่วไปนักบัญชีและผู้บริหารกิจการนอกจากจะต้องมีความรู้ทางด้านบัญชีแล้ว จะต้องมีความรู้ทางด้านภาษีด้วยเพราะหลักเกณฑ์ทางบัญชีกับภาษีมีหลายประเด็นที่ไม่เหมือนกันทำให้ นักบัญชีต้องปรับปรุงรายการในงบการเงินเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้องซึ่งทางทีมงานไม่เห็นด้วยที่จะให้นักบัญชี บันทึกบัญชีโดยใช้หลักการของภาษีเป็นหลักเพราะเป็นคนละเรื่องกัน นักบัญชีควรต้องบันทึกบัญชีตาม หลักการบัญชีตามที่ท่านเรียนมาเมื่อได้กำไรสุทธิทางบัญชีแล้วค่อยมาดูรายละเอียดว่ารายการไหนบ้าง ที่ขัดกับกฏหมายภาษีแล้วทำการปรับปรุงเพื่อหากำไรสุทธิทางภาษีต่อไปโดยมีหลักการที่สำคัญคือ การบันทึกบัญชีเมื่อมีรายการค้าต่างๆเกิดขึ้นให้บันทึกบัญชีตามหลัก การบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป (Generally Accepted Accounting Principles) หรือ GAAP และเมื่อสิ้นงวด บัญชีให้นำรายการที่ขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ทางภาษีมาปรับปรุงเมื่อมีการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลเมื่อสิ้นงวดบัญชี ข้อสมมติฐานทางบัญชี เป็นพื้นฐานในการกำหนดหลักเกณฑ์ที่สำคัญในการจัด ทำบัญชีซึ่งประกอบด้วย 1.ความเป็นหน่วยงานทางบัญชี ถือได้ว่ากิจการจะต้องเป็นหน่วยงานที่แยกอิสระจากเจ้าของกิจการหรือ ผู้มีส่วนได้เสียแต่ยังคงมีความรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีตามพ.ร.บ.การบัญชีพ.ศ.2543และประมวล รัษฏากร 2.การดำรงอยู่ของกิจการ ถือว่ากิจการจะยังคงอยู่ต่อไปไม่สิ้นสุด ไม่มีกำหนดเวลาเลิกกิจการทางภาษีอากร จะถือว่าหากกิจการยังไม่มีการแจ้งเลิก กิจการจะต้องจัดทำงบการเงินและยื่นแบบเพื่อชำระภาษีทุกงวด บัญชีไม่ว่าจะมีภาษีที่ต้องชำระหรือไม่ก็ตาม 3.หน่วยเงินตรา การวัดผลการดำเนินงานของกิจการจะวัดเป็นหน่วยเงินตรา (เงินบาท) ดังนั้นหากกิจการมีรายการค้า เป็นเงินตราต่างประเทศจะต้องมีการแปลงค่าเงินตราตต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (8) แห่งประมวลรัษฏากร 4.รอบระยะเวลาบัญชีปกติจะเป็น 12เดือน ในการจัดทำงบการเงินของกิจการจะต้องคำนึงข้อสมมติฐานทางบัญชีด้วยคือ 1.เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) 2.การดำรงอยู่ของกิจการหรือการดำเนินงานต่อเนื่อง ซึ่งจะสอดคล้องกับกฏหมายภาษีที่การรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณกำไรสุทธิตาม มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฏากรและคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528 สำหรับกิจการบางประเภทโดย กำหนดเงื่อนไขในการคำนวณกำไรสุทธิไว้ตามมาตรา 65ทวิและมาตรา 65ตรีแห่งประมวลรัษฏากร รายการที่ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องตามกฏหมายภาษีมีรายละเอียดดังนี้ 1.การคิดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์นั่งที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ให้ดูพระราชกฤษฏีกาฉบับที่ 145 และ 315ที่ให้คิดค่าเสื่อมราคาในส่วนที่ไม่เกิน 1ล้านบาทส่วนที่เกิน 1ล้านบาทถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม 2.มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์กำหนดให้มีการประเมินสินทรัพย์ว่ามีการ ด้อยค่า ณวันสิ้นงวดบัญชีหรือไม่ (ถ้ามี) ต้องมีการบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ซึ่งผลขาดทุนดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายทางบัญชีแต่ทางภาษีไม่ยอมให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ 3.การบันทึกบัญชีหากกิจการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องศึกษาการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี ภาษีซื้อ และอื่นๆซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมากให้ดูเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มในมาตรา 77 ถึง มาตรา 90แห่งประมวลรัษฏากร (ทางทีมงานจะนำเสนอในคราวต่อไป) นอกจากนี้แล้วประมวลรัษฏากรได้กำหนดเงื่อนไขต่างๆในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไว้ดังนี้ 3.1 มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา การตีราคาทรัพย์สินและสินค้าคงเหลือ การจำหน่ายหนี้สูญการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยและเงินปันผลในบางกรณี 3.2 มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายที่ไม่สามารถนำมาหักในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือถ้าหากจะนำมาหัก ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 3.3 มาตรา 70 ตรี กำหนดให้ถือว่าการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่ สำนักงานใหญ่สาขาฯเป็นการขายในประเทศ 3.4มาตรา 74ข้อกหุ้นส่วนที่เลิกกันหรือควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น 3.5 มาตรา 67 ทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา 68 เรื่องจัดทำประมาณ การกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ (ภ.ง.ด.51) ยื่นแบบพร้อมชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้าย ของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้คำนวณและชำระภาษีจากจำนวน กึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ภาษีที่ชำระดังกล่าวให้ถือเป็นเครดิตใน การคำนวณภาษีต้องชำระตามมาตรา 68การเสียภาษีดังกล่าวมิให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายน้อยกว่า 12เดือน ตัวอย่างการปรับปรุงรายการเพื่อยื่นแบบภ.ง.ด.50 กำไรสุทธิทางบัญชี บวกรายจ่ายต้องห้าม รายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและการกีฬา หนี้สูญที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หักเงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นภาษี ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5ปี ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินของรายจ่ายลงทุน ค่าการกุศลสาธารณะ (2%ของกำไรสุทธิ) รายจ่ายเพื่อการศึกษาและการกีฬา (2%ของกำไรสุทธิ) กำไรสุทธิทางภาษีอากร ซึ่งการปรับปรุงหลักการบัญชีดังกล่าวหากเป็นข้อผิดพลาดทางบัญชีก็อาจปรับปรุงที่กำไรสะสมก็ได้ตาม มาตราฐานการบัญชีฉบับที่ 39นอกจากนี้แล้วกฏหมายภาษีอากรยังได้กำหนดให้ทำบัญชีต่างๆเช่น 1.บัญชีพิเศษแสดงการหักภาษีณที่จ่ายและการนำส่งภาษี 2.รายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.1รายงานภาษีขาย 2.2รายงานภาษีซื้อ 2.3รายงานสินค้าและวัตถุดิบ 2.4รายงานการจ่ายอะไหล่โดยไม่คิดมูลค่า 2.5รายละเอียดสินค้าคงเหลือ 3.บัญชีรับข้าวเปลือกจากผู้ว่าจ้างสีข้าว 4.บัญชีรับจ่ายข้าวเปลือก 5.บัญชีรับจ่ายผลิตภัณฑ์และวัตถุพลอยได้จากการสีข้าว 6.บัญชีพิเศษแสดงรายการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะของสถานพยาบาล 7.ตารางราคาซิ้อขายทองรูปพรรณตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ 8.บัญชีแสดงรายได้หรือรายรับเป็นประจำ
|
||||||||||
|
|
Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved |