free web hosting | free website | Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affair การวางแผนภาษี : ตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต

ไล่เลียงกับการประกาศเพิ่มค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตจาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาท

(กฎกระทรวง #240 (พ.ศ. 2545)) กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งที่ ป.115/2545 ลงวันที่ 17 กันยายน

2545 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2545เป็นต้นไป

ป. 115/2545 เป็นการวางหลักเกณฑ์การเสียภาษีทุกประเภทของตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต

ไม่ว่าจะจัดตั้งหน่วยภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือนิติบุคคล โดยกล่าวครอบคลุมทั้งภาระภาษี

เงินได้ (บุคคลธรรมดา, นิติบุคคล) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม

ในกรณีของ VAT ดูจะเป็นประเด็นปัญหาที่ค้างคาใจของตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต

ที่ต้องการจะหลุดบ่วงซึ่งนับแต่นี้คงเป็นยาขมหม้อใหญ่เลยทีเดียว

1.ภาระภาษีของตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต

จากสถิติของทางราชการ พบว่าในปัจจุบันมีประชาชนที่มีการทำประกันชีวิตในรูปแบบต่างๆ รวมกันถึงประมาณ 10

ล้านคนโดยมียอดเบี้ยประกันรวมทั้งสิ้นในปี 2544 ถึง 1 แสนล้านบาท และมีตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต

ทั้งที่ยึดเป็นอาชีพประจำและอาชีพเสริม รวมกันถึง 300,000 ราย และได้รับค่าตอบแทนรวมทั้งสิ้นถึง

22,000ล้านบาทในปี 2544

แน่นอนว่า ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้

การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของธุรกิจนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่

และย่อมเป็นที่สนใจจากเหล่านักล่าแห่งคลองประปา (กรมสรรพากร)อย่างแน่นอน!

ในอดีต ต้องยอมรับว่ากลุ่มตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิตยังมีการเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งเกิดจากหลาย

สาเหตุ :- อาจเป็นเพราะไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย หรืออาจจะจงใจหลีกเลี่ยงก็คงมี

ประกอบกับจำนวนหน่วยภาษีมีมากถึง 300,000 ราย

และมีลักษณะกระจัดกระจายจนยากแก่การตรวจสอบติดตามของกรมสรรพากร

คำสั่ง ป.115/2545 ที่เพิ่งประกาศเป็นหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีอย่างละเอียดยิบ ย่อมเป็นการส่งสัญญาณ

ชัดเจนว่า นับแต่นี้สูเจ้าทั้งหลายจะต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองผู้เสียภาษีที่ดี + ถูกต้อง จะอ้างลมอ้างฟ้าใดๆไม่ได้

แล้ว

แนวคิดของ ป.115/2545 อธิบายสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ (รายละเอียดดูในตาราง)

(1) นายหน้า ตัวแทนประกันชีวิต สามารถจัดรูปแบบองค์กรได้เป็น 3 ลักษณะคือ บุคคลธรรมดา

คณะบุคคลหรือนิติบุคคล

(2) หน่วยภาษีในรูปบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปจะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1)(2) แห่งประมวลรัษฎากร

มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เพียง 40% ของค่าตอบแทนที่ได้รับแต่ไม่เกิน 60,000 บาท

และต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) (คำนวณเหมือนเงินเดือน ค่านายหน้าทั่วๆไป)

(3) กรณีประกอบกิจการในรูปแบบของธุรกิจ เช่น มีการเช่าสำนักงานและมีพนักงานลูกจ้าง

รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น กรณีจะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร

ซึ่งจะต้องคำนวณหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่าเช่า เงินเดือน ค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค ค่ารับรอง

ค่าพาหนะ เป็นต้น และจะต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ตามคำสั่ง ท.ป.104/2544

และต้องยื่นแบบชำระภาษีเงินได้ครึ่งปีด้วย (ภ.ง.ด.94 หรือ ภ.ง.ด.51ตามแต่กรณี)

อนึ่งรูปแบบองค์กรในกรณีนี้อาจเป็นได้ทั้งในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลและนิติบุคคล

(4) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่านายหน้า ตัวแทนประกันชีวิต จะจัดรูปแบบองค์กรอย่างไร (บุคคลธรรมดา คณะ

บุคคล หรือนิติบุคคล) กรณีจะถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามนัยมาตรา 77/1(10)

แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายรับก่อนหักรายจ่ายเกิน

1.2ล้านบาทต่อปี

ผลก็คือ จะต้องมีการออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30

เช่นเดียวกับธุรกิจการค้าในระบบ VAT ทั่วๆไป

หน่วยภาษี

ภาระภาษีบุคคลธรรมดาคณะบุคคลนิติบุคคล

1. ภาษีที่ต้องชำระภาษีเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, VATภาษีเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, VAT ภาษีเงินได้,

ภาษีหัก ณที่จ่าย, VAT

2. ผลประโยชน์ตอบแทนอื่น เช่น ได้ไปท่องเที่ยว/สัมมนา ในต่างประเทศ,

รางวัลตามเป้าฯลฯต้องนำรวมเป็นฐานภาษีทุกประเภทตามแต่กรณีเหมือนกรณีบุคคลธรรมดาเหมือนกรณีบุคคล

ธรรมดา

3. การคำนวณภาษีเงินได้รายได้คำนวณตามเกณฑ์เงินสด (Cash basis)

กรณีเป็น 40(1)(2) หัก เหมาได้ 40% ไม่เกิน 60,000บาท

กรณีเป็น 40(8) หักค่าใช้จ่ายตามเกิดจริงเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา

รายได้คำนวณตามเกณฑ์สิทธิ (ม.65)

รายจ่ายคำนวณตามที่เกิดจริง ตามนัยมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร

4. ภาษีเงินได้ครึ่งปีกรณีเป็น 40(8) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94

ภายในเดือนกันยายนของทุกปีเหมือนกรณีบุคคลธรรมดาต้องยื่น ภ.ง.ด.51

เหมือนบริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วๆไป

2. การวางแผนภาษีของตัวแทน /นายหน้าประกันชีวิต

พิจารณาจากหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วอาจกล่าวได้ว่า

หน่วยภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันชีวิตทั้ง 3 หน่วยคือ บริษัทประกันชีวิต ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต

และผู้ทำประกันชีวิตสามารถเก็บเกี่ยวสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ดังนี้ครับ

2.1 ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิตมีแง่มุมและประเด็นภาษีที่พึงพิจารณาดังนี้ครับ

(1) การจัดรูปแบบของหน่วยภาษี สามารถทำได้ 3 ทางเลือกด้วยกันคือ จัดตั้งเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล

หรือนิติบุคคล ซึ่งแต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไปตามแต่กรณี และคุณลักษณะของแต่ละราย

โดยต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆอาทิ

- ขนาดของเงินได้ที่ได้รับ ถ้ามียอดต่ำเช่นมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 1 ล้านบาท

ก็ควรตั้งเป็นรูปบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลซึ่งจะเสียภาษีเงินได้ในอัตราไม่เกิน 10%

- ผู้เสียภาษีดังกล่าวมีเงินได้ประเภทอื่นๆ หรือไม่ ถ้ามีเงินได้หลายประเภทอยู่แล้วในนามบุคคลธรรมดา

การจัดตั้งคณะบุคคลแยกเงินได้ค่านายหน้าออกมาย่อมประหยัดภาษีลงมาได้

(2) การจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จะทำให้เกิดภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย VAT

หลายประการ เช่น การออกใบกำกับภาษี การจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ การยื่น ภ.พ. 30เป็นต้น

ท่านผู้อ่านคงหลับตานึกภาพออกกระมังว่าจะมีภาระมากน้อยเพียงใด? ดังนั้น การแตกหน่วยภาษีมิให้มีรายรับถึง

1.2 ล้านบาทต่อหน่วยย่อมเป็นหนทางที่พึงปฏิบัติ

2.2 บริษัทประกันชีวิต ตามนัยข้อ 5 แห่งคำสั่ง ป.115/2545 ได้กล่าวถึงรายจ่ายค่าส่งเสริมการขาย เช่น

ให้ตัวแทนไปเที่ยวหรือสัมมนาในต่างประเทศ หรือกรณีแจกรางวัลพิเศษตามเป้านั้น

บริษัทประกันชีวิตจะต้องมีข้อตกลง (Commitment)

และหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการให้รางวัลอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

มิฉะนั้นจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13)แห่งประมวลรัษฎากร

2.3 ผู้ทำประกันชีวิต กฎกระทรวง #240 เปิดช่องให้ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าเบี้ยประกันของคู่สมรส

มาหักลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขบางประการที่กำหนดในประกาศอธิบดีฯเกี่ยวกับภาษีเงินได้ #112

กรณีจึงมีโอกาสที่จะหักลดหย่อนได้สูงสุดถึง 50,000 + 50,000 = 100,000บาท

3.ส่งท้าย

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนมักได้รับคำถามจากเพื่อนๆ + ลูกศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจ และบุคคลต่างๆ อยู่เสมอ

ในทำนองวิตกและเกรงกลัวภาระภาษีจนเกินเหตุ ทั้งๆ ที่ยังมิได้ศึกษาข้อมูลในรายละเอียดของตนด้วยซ้ำ

และส่วนใหญ่มักจะโน้มไปในทางพยายามหาช่องทางหนีภาษี (tax evasion)

บทความชิ้นนี้ คงจะเป็นข้อเขียนอีกอันหนึ่งที่บ่งชี้ว่าวิธีเสียภาษีให้ถูกๆ (เงิน)

นั้นสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมายและสง่าผ่าเผย!

ที่มา....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved