ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีของ SMEs
สำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จากฐานกำไรสุทธิ และมีรอบ
ระยะเวลาบัญชี เริ่มวันที่ 1 มกราคม สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ช่วงเวลาระหว่างเดือนกรกฎาคม
ถึงเดือนสิงหาคม เป็นห้วงเวลา แห่งการยื่นแบบ แสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ตามแบบ ภ.ง.ด.51
เฉพาะอย่างยิ่ง SMEs หรือวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยกฎหมายกำหนดให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
จำนวนครึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำ
ในรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งในปีนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้แก่ SMEs หรือ
วิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไขปัญหาภาษี จึงขอนำประเด็นการเสียภาษีเงินได้ครึ่งปีของ SMEs
มากล่าวดังนี้
ปุจฉา การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของวิสาหกิจ SMEs มีหลักเกณฑ์อย่างไร
วิสัชนา วิสาหกิจ SMEs ที่ได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตาม
กฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้
ไม่ว่าวิสาหกิจ SMEs ดังกล่าว จะมีรายได้หรือจำนวนกำไรสุทธิเท่าใดก็ตาม
ทั้งนี้ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป โดยจะได้สิทธิลดอัตรา
ภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% ของกำไรสุทธิเป็นอัตราก้าวหน้าดังนี้
กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20%
กำไรสุทธิในส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตรา 25%
กำไรสุทธิในส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติ 30%
ในการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51 วิสาหกิจ SMEs ที่เข้าตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
ให้สิทธิเสียเงินได้นิติบุคคล ตามอัตราใหม่ในทันที ซึ่งจะทำให้ลดจำนวนภาษีลงถึง 200,000 บาทต่อราย
หากมีกำไรสุทธิเกินกว่า 3 ล้านบาท
ปุจฉา ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ตามแบบ ภ.ง.ด.51 ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จากฐานกำไรสุทธิที่เป็นวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือ SMEs
จะคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล จากประมาณการกำไรสุทธิที่ประมาณการกำไรสุทธิที่ประมาณได้ทั้งหมดแล้ว
นำมาหารสอง หรือจะนำครึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามอัตรา
ภาษีใหม่
วิสัชนา ตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
จากประมาณการกำไรสุทธิไว้ว่า ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก
ฐานกำไรสุทธิ คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากจำนวนครึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการหรือ
เนื่องจากกิจการที่ได้กระทำ หรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้นิติ
บุคคล
ดังนั้น วิธีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีของวิสาหกิจ SMEs หรือวิสาหกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง
ที่ได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นอัตราก้าวหน้านั้น
ท่านให้นำจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิมาคำนวณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราก้าว
หน้า ได้เป็นจำนวนเท่าใดให้หักด้วยภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) แล้วเสียภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงราย
การ ภ.ง.ด.51 แต่ถ้าจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสูง ก็เป็นอันไม่ต้องชำระ รอนำไปคำนวณกับภาษีเงิน
ได้นิติบุคคลประจำรอบระยะเวลาบัญชีต่อไป
ปุจฉา ตามที่กรมสรรพากรวางแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 เพื่ออำนวยความสะดวก
ในการพิจารณา "เหตุอันสมควร" กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิ
และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงราย
การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว ซึ่งกรมสรรพากรให้ถือว่า เป็นกรณีมีเหตุอันสมควร
อันเป็นผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ไม่ต้องรับผิดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี
แห่งประมวลรัษฎากร กรณียื่นประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ที่เกิดขึ้นจริง
ตามแบบ ภ.ง.ด.50 นั้น เนื่องจากในปีนี้วิสาหกิจ SMEs หรือวิสาหกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง
ได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นอัตราก้าวหน้าแล้ว ทำให้จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ
ภ.ง.ด.51 ปีนี้มีจำนวนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 ของปีที่ผ่านมา
แม้จำนวนประมาณกำไรสุทธิจะมีจำนวนเท่ากันก็ตาม เช่นนี้จะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร
วิสัชนา กรณีวิสาหกิจ SMEs รายใดต้องการได้สิทธิประโยชน์ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 50/2537
กรณีวิสาหกิจ SMEs รายนั้น ก็ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51
ของรอบระยะเวลาบัญชีปีนี้ไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50
ของรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ผ่านมา
ปุจฉา กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นแบบ ภ.ง.ด.51
แสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25
ของกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบ ภ.ง.ด.50
แต่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีภาษีเงินได้หัก ณ
ที่จ่ายเกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยังต้องเสียเงินเพิ่มภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรอีกหรือไม่
วิสัชนา กรณีดังกล่าว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยังคงต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี
แห่งประมวลรัษฎากรต่อไป เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นความผิดสำเร็จ
ซึ่งไม่คำนึงว่าผู้เสียภาษีได้ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้วหรือไม่ประการใด ดังนั้น
หากปรากฏเหตุการณ์ดังกล่าว ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นประมาณการกำไรสุทธิ
เพื่อให้จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีนั้น มีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม
อันจะทำให้ไม่เป็นการแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไป
ปุจฉา ถ้าเช่นนั้น กรณีประมาณการกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 เกินไปกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิตาม
แบบ ภ.ง.ด.50 มีความผิดหรือไม่
วิสัชนา กรณีดังกล่าวไม่มีความผิดแต่อย่างใดครับ
ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|