ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (จบ)
เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ก็จะครบกำหนดวันสุดท้ายของการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ครึ่งปี) ในวันจันทร์ ที่ 30 กันยายน 2545 ซึ่งปีนี้ไม่มีเลื่อนหรือขยายเวลาเพราะมิได้ตรงกับวันหยุดราชการ
ก็นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะลงตัว ที่จะจบบทความมินิซีรี่ส์ชุดนี้พอดี
ซึ่งก็น่าจะทันเวลาให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสทบทวนและวางแผนการเสียภาษีของท่านพอดีเช่นกัน
กลยุทธ์การแตกหน่วยภาษี
Basic ที่สุดและได้ยินบ่อยที่สุดกับคำว่า 'การจัดตั้งคณะบุคคล'เพื่อประหยัดภาษี
ผู้ที่ใช้แนวทางนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอันจะกินทั้งสิ้น
และมักจะเป็นประเภทที่มีเงินได้โดยรวมเป็นก้อนใหญ่หรือมีเงินได้จากหลายๆแหล่ง
พิจารณาจากตัวอย่างที่ผู้เขียนมักหยิบยกมาอธิบายแก่นักศึกษา X-MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ
เสมือนกับการเทน้ำใส่แก้วน้ำ หรือนำลูกบอลหลายๆ ลูกทยอยใส่ลงในตะกร้า ปริมาณน้ำ
และลูกบอลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ย่อมต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ซึ่งเป็นอัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) 5-37%ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วงของเงินได้สุทธิที่สูงขึ้นกล่าวคือ
ช่วงเงินได้สุทธิ 0 - 50,000 บาทอัตราภาษี 0%
50,001 - 100,000 บาทอัตราภาษี 5%
100,001 - 500,000 บาทอัตราภาษี 10%
500,001 - 1 ล้านบาทอัตราภาษี 20%
1 ,000,001 - 4 ล้านบาทอัตราภาษี 30%
เกิน 4 ล้านบาทขึ้นไปอัตราภาษี 37%
ดังนั้น การแตกหน่วยภาษี (Tax Entity) จึงเหมือนเป็นการแยกเทน้ำหรือแยกใส่ลูกบอลในหลายแก้วหรือ
หลายตะกร้า ทำให้เงินได้ทั้งหมดถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำกว่าความเป็นจริง (กรณีหน่วยภาษีเดียว) ตัวอย่าง
เช่น
- บุคคลธรรมดา 3 คน ร่วมกันจัดตั้งเป็นคณะบุคคลเพื่อรับจ้างสอบบัญชี โดยนำเงินสดมาลงทุนในอัตราส่วน
3:1:1 โดยหุ้นส่วนแต่ละคนไม่มีเงินเดือน ตอนสิ้นปีจะนำรายได้มารวมกัน
และแบ่งปันกำไรขาดทุนตามสัดส่วนของเงิน ลงทุนดังกล่าว ดังนี้ วินิจฉัยว่า
คณะบุคคลเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) ตามจำนวนเงินที่ได้รับจริงในแต่ละปีภาษี
สำหรับส่วนแบ่งกำไรที่หุ้นส่วนแต่ละคนได้รับนั้น ถือเป็นเงินได้ที่ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามนัย
มาตรา 40(14) แห่งประมวลรัษฎากร (กค 0802/20192 ลงวันที่ 20ธ.ค. 2542)
- คณะบุคคลที่ประกอบด้วยบิดา มารดา และบุตรชอบด้วยกฎหมาย 2 คน ได้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารใน
นามของ "คณะบุคคล ก ข ค ง" ได้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารประเภท 3 เดือน
ตามแบบ ภ.ง.ด.90 โดยธนาคารได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เป็นเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสีย
และสรรพากรจังหวัดไม่อนุมัติการคืนภาษีดังกล่าว
โดยแจ้งว่าดอกเบี้ยเงินฝากของบุตรต้องถือเป็นของบิดาตามมาตรา 40(4) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น
กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า ดอกเบี้ยรับดังกล่าวเป็นกรณีที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในนามคณะบุคคล ดังนั้น
คณะบุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งนำส่งไว้เป็นเงินเกินกว่าจำนวนที่ควรจะต้อง
เสียได้ (กค 0811/11364 ลว. 4พ.ย. 42)
ข้อสังเกต กรณีข้างต้น รายได้ดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวไม่ต้องนำยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
แต่ผู้เขียนเพียงต้องการชี้ว่าหน่วยภาษีในรูปของคณะบุคคลระหว่างบิดามารดาและบุตร
เป็นที่ยอมรับของกรมสรรพากรได้
- บิดาซื้อที่ดินในปี 2524 โดยใส่ชื่อบุตรทั้ง 3 คนถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ด้วยเจตนาไว้ให้ลูกหลานใช้ประกอบ
อาชีพทำนา ต่อมาในปี 2537 บุตรทั้ง 3 คน ได้ขายที่ดินดังกล่าวกึ่งหนึ่ง 20 ไร่ โดยมิได้มีการแบ่งแยก
และปรับปรุงที่ดิน และได้แยกกันคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายไว้ตามส่วนแห่งกรรมสิทธิ์รวมของแต่ละ
คนนั้น กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า กรณี ดังกล่าว
ถือว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมได้ร่วมกันซื้อที่ดินมาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร การหักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย ให้คำนวณหักตามส่วนแห่งกรรมสิทธิ์รวมของแต่ละคน (กค 0811/12397 ลว.19ส.ค. 2541)
ข้อสังเกต กรณีนี้ เป็นการเสียภาษีในนามแต่ละบุคคล (มิใช่ในนามคณะบุคคล) ถือเป็นการแตกหน่วยภาษีอีก
แนวหนึ่ง
- นาย ก และนาย ข ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายทรายร่วมกัน เงินได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการ
ดังกล่าว เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในนามของคณะบุคคล จะแยกยื่นในนามของแต่ละคนไม่ได้ ตามนัยมาตรา
56 วรรคสอง การที่ต่างคนต่างแยกยื่นในนามของแต่ละคนจึงเป็นการยื่นรายการผิดหน่วยภาษี
กรณีดังกล่าวจึงถือว่าคณะบุคคลฯ มิได้ยื่นแบบแสดงรายการ และเสียภาษีเงินได้
คณะบุคคลจึงมีหน้าที่ต้องยื่นรายการ โดยหากจะหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น และสมควร
(หักรายจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง) ก็ต้องนำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา
8 แห่ง พ.ร.ฎ.# 11 พ.ศ. 2502 และอนุโลมให้นำภาษีที่ชำระไว้ผิดหน่วยภาษี
มาเครดิตออกจากภาษีที่ต้องชำระในนามคณะบุคคลได้ การคำนวณภาษี และเบี้ยปรับให้คำนวณภาษี
และเบี้ยปรับตามมาตรา 26 ก่อน แล้วค่อยนำภาษีที่ชำระไว้ผิดประเภทหรือผิดหน่วยภาษีมาเครดิตหักออก
ภายหลัง
ส่วนการคำนวณเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ให้นำภาษีที่ชำระไว้ผิดประเภทหรือผิดหน่วยภาษี มาหักออกจาก
ภาษี เงินได้ที่พึงต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับก่อน แล้วจึงคำนวณเงินเพิ่มจากยอดภาษีส่วนที่เหลือนั้น (กค
0811/11617 ลว. 15พ.ย. 2542)
กรณีการเสียภาษีในนามคณะบุคคลนั้น
ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรจะพิจารณายอมรับเฉพาะกรณีที่เป็นนิติกรรมเท่านั้น โดยจะพิจารณารายละเอียด
และข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆ ไป (a case by case basis) ดังนั้น การวางแผนภาษีโดยเลือกวิธีดังกล่าว
จึงต้องตั้งอยู่บนสมมติฐานดังกล่าวเป็นสำคัญ
(4)การเลือกเข้าสู่เงินได้ประเภทเงินได้ที่ไม่ต้องยื่นแบบกลางปี
ดังที่เคยเกริ่นกล่าวไว้ในตอนที่ 1 ของบทความชุดนี้ว่า เงินได้ที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ได้แก่เงินได้
พึงประเมินตามมาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เงินได้ใดที่มิใช่ประเภท 40 (5)-(8)
ย่อมไม่ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ซึ่งก็คือเงินได้ตามมาตรา 40 (1) - (4)
แห่งประมวลรัษฎากรนั่นเอง
- เงินได้ตามมาตรา 40(1) ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้างแรงงาน รวมตลอดถึงประโยชน์เพิ่มจากการจ้างงาน
(fringe benefit) เช่น ค่าอาหารกลางวัน การได้อยู่อาศัยฟรีในบ้านพักของนายจ้าง และสวัสดิการต่างๆ
เป็นต้น
- เงินได้ตามมาตรา 40 (2) ได้แก่ ค่านายหน้า
เงินได้จากการรับทำงานให้โดยผู้รับจ้างมิได้มีความสัมพันธ์ฉันนายจ้างลูกจ้างกับผู้ว่าจ้างเป็นต้น
- เงินได้ตามมาตรา 40(3) ได้แก่ ค่าสิทธิบัตร ค่าลิขสิทธิ์และสิทธิอย่างอื่น
- เงินได้ตามมาตรา 40(4) ได้แก่ ดอกเบี้ย เงินปันผล และ Capital gainเป็นต้น
ตัวอย่างตามตารางต่อไปนี้ จะชี้ถึงทางเลือกในการจัดประเภทเงินได้ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของสัญญาหรือ
ข้อตกลงของคู่ค้า 2 ฝ่าย ซึ่งเนื้อหาสาระสำคัญของสัญญาจะส่งผลถึงการจัดหมวดหมู่ประเภทเงินได้ที่แตก
ต่างกันได้ แต่ในที่นี้มิได้วิเคราะห์เจาะลึกว่าวิธีใดจะดีกว่ากัน เพียงแต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าหากมิต้องการ
ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ก็มีทางเลือกในการทำข้อตกลงเป็นอย่างอื่นได้ดังนี้ครับ
กิจกรรมทางเลือก
กรณีที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กรณีที่ไม่ต้องยื่นภ.ง.ด.94
1. กิจการรับเหมาก่อสร้าง มาตรา 40 (7) กรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุ + มาตรา40(2)
กรณีที่ผู้ว่าจ้างจัดหาวัสดุสำคัญโดยว่า เครื่องมือเครื่องใช้สำคัญจ้างเฉพาะค่าแรง
. วิชาชีพอิสระ บริษัททำสัญญาจ้างแพทย์ โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อบริษัทจ้างแพทย์มาให้บริการรักษา
พนักงานเจ็บป่วยจะทำหนังสือส่งตัวไปรักษาที่พยาบาลแก่พนักงานเป็นประจำสัปดาห์ละ
คลินิก หรือให้แพทย์มาประจำที่บริษัทเฉพาะเช้า 2 วันโดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นประจำราย
และเย็นเพื่อความสะดวกแก่พนักงาน โดยจะ เดือนเท่าๆ กัน ถือเป็นเงินได้ม.40 (1)
รวบรวมค่าตรวจรักษาให้แพทย์เดือนละครั้งตาม
จำนวนพนักงานที่ไปรักษา (ม.40 (6))
. ตัวแทนขายประกันชีวิต กรณีนายหน้าประกันชีวิตซึ่งมีรายจ่ายจำนวน เงินได้จากการเป็นนายหน้าประกัน
ชีวิตถือ
มาก (เช่นมีoffice และทีมงานสนับสนุนการขาย)เป็นมาตรา 40(2)
จะถือเป็นมาตรา 40(8)
ส่งท้าย
เนื้อหาการวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ยังมีอีกมากกรณี และหลายแง่มุม แต่ด้วยระยะเวลา
(timing) ที่จะพ้นช่วงการยื่น ภ.ง.ด.94 แล้วจึงขอยกยอดไปนำเสนอแด่ท่านผู้อ่านในโอกาสหน้า
โดยภาพรวม แนวทาง/แนวคิดของการวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นช่วงการยื่นแบบกลางปี
หรือปลายปี โดยหลักการมิได้มีความแตกต่างกันในสาระสำคัญ
แน่นอนว่า
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้การวางแผนภาษีได้สมบูรณ์นั้นจะต้องอิงความแม่นยำในตัวบทกฎหมาย
ภาษีเป็นที่ตั้ง จึงขอให้ท่านผู้อ่านได้โปรดติดตามอย่างต่อเนื่องอย่าพลาดเชียว!
ที่มา......หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|