free web hosting | free hosting | Business WebSite Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affair ถาม-ตอบ ปัญหาภาษี (12)

วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ซึ่งผู้เขียนได้จบบทความ

มินิซีรี่ส์ 4 ตอนจบ แนะกลวิธีวางแผนภาษีแด่ท่านผู้อ่านซึ่งจบไปเมื่อวันจันทร์ ที่ 23 ก.ย. 2545

ในวันนี้ ขอพักยกด้วย คำถาม-คำตอบ ที่คัดจากท่านผู้อ่าน ที่ถามผ่าน web site ดังกล่าว มาเปลี่ยนบรรยากาศ

เช่นเคย

เรื่องที่ 1 VAT - ภาษีซื้อ เครื่องเสียงติดรถยนต์นั่ง

ซื้อเครื่องเสียงติดรถยนต์นั่ง ภาษีซื้อดังกล่าวขอคืนได้หรือไม่

คำตอบ

ขอคืนไม่ได้ เพราะถือเป็นภาษีซื้อของสินค้าที่นำไปใช้กับรถยนต์นั่ง จึงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามประกาศอธิบดีฯ

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ครับ

ความจริง ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริง ก็ยังอาจเข้าลักษณะเป็นเรื่องส่วนตัว (เกินจำเป็น) ซึ่งเป็นภาษีซื้อต้องห้าม

ตามนัยมาตรา 82/5(3) คือเป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกิจการ ครับ

เรื่องที่ 2 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ,VAT- กรณี Rebate ด้วยบัตรเติมเงินสำหรับเครื่องโทรศัพท์มือถือ

ทางบริษัท A ขอแจ้งโปรแกรม Rebate พิเศษ สำหรับยอดเปิดเลขหมายในเดือนมีนาคม 2545 ดังต่อไปนี้

ยอดจดทะเบียน Rebate พิเศษ

2 เครื่อง 5 เครื่อง 10 เครื่อง 20 เครื่อง บัตรเติมเงินมูลค่า 1,500 1 ใบ บัตรเติมเงินมูลค่า 1,500 3 ใบ

บัตรเติมเงินมูลค่า 1,500 10 ใบ เครื่องเอเซียส คอนแทกซ์ 1 ชุด

หมายเหตุ (1) หากยอดจดทะเบียนเป็นจำนวนไม่พอดีกับตัวเลขที่กำหนด ให้ใช้วิธีผสมแต่ละขั้นเข้าด้วยกัน

เช่น 7 เครื่องเท่ากับ 2 เครื่อง + 5 เครื่อง จะได้บัตรเติมเงิน 1 ใบ + 3 ใบ = 4 ใบ

(2) Rebate พิเศษนี้ดูตามยอดการเปิดเลขหมายของเอเซียส คอนแทกซ์ ในระหว่างวันที่ 1-31 มีนาคม 2545

เท่านั้น

(3) ทางบริษัทฯ จะจัดส่ง Rebate พิเศษไปให้ตัวแทนจำหน่ายในช่วงต้นเดือนเมษายน 2545

จากรายการข้างต้น Rebate พิเศษเป็นสินค้าประเภทหนึ่งของบริษัทฯ โดยมีข้อสงสัยดังนี้

1. ต้องออกใบกำกับภาษี หรือเอกสารอะไร ? ถ้าออก # ในใบกำกับภาษีต้องมีรายละเอียดอย่างไร?

๐ รายละเอียดสินค้า

๐ จำนวนใบ

๐ ฐานภาษีเป็นเท่าไร เป็น 0 ใช่หรือไม่

๐ ถือเป็นส่วนลดหรือไม่

2. การตัดสต็อกทำได้อย่างไร เนื่องจาก Rebate ที่ให้เป็นสินค้า?

3. มีการหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ ? อย่างไร? เข้าข่ายเป็นอะไร การส่งเสริมการขาย, ส่วนลด, ค่าลดหย่อน

หรือการแจกสินค้าหรือให้สินค้าเป็นรางวัล

คำตอบ

1. บัตรเติมเงินใช้กับเครื่องโทรศัพท์เข้าลักษณะเป็นการให้ "บริการ" ตามมาตรา 77/1 (10)

เมื่อให้แก่ตัวแทนจำหน่ายโดยไม่มีค่าตอบแทนต้องเสีย VAT 7% ด้วย โดยต้องออกใบกำกับภาษีทันที

โดยมีรายการบังคับครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร และมอบให้แก่ตัวแทน (ถือเป็นผู้ใช้บริการ)

2. บัตรเติมเงินไม่ใช่สินค้าจึงไม่มีภาระในการตัดสต็อกตามกฎหมาย VAT ส่วนเครื่องเอเซียสฯ

ถือเป็นสินค้าต้องตัดสต็อกในรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (VAT) เมื่อมีการจำหน่ายจ่ายโอน

3. ถือเป็นการส่งเสริมการขายจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตาม ท.ป.4/2528ฯ (แก้ไขโดย ท.ป.101/2544) ครับ

เรื่องที่ 3 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา-คณะบุคคลค้าของเก่า

ข้าพเจ้าเพิ่งเริ่มเปิดร้านซื้อขายของเก่า มีผู้ร่วมทุน 5 คน ในนี้มีคนลงแรงด้วย 3 คน อีก 2 คน ยังคงทำงาน

เดิมด้วย

1. เงินได้พึงประเมินมีอะไรบ้าง (มีแค่รายได้จากการขายใช่หรือไม่) หักค่าใช้จ่ายอย่างไร สามารถหักลดหย่อน

ได้หรือไม่

2. ยื่นเป็นชื่อร้าน หรือว่าชื่อคน หากเป็นชื่อคน อีก 2 คน ต้องยื่นด้วยหรือไม่

3. มีป้ายหน้าร้านด้วย ต้องเสียภาษีอย่างไร ที่ไหน

4. นอกจากนี้ยังมีภาษีอื่นๆ ที่ต้องเสียอีกหรือไม่ อย่างไร

5. เอกสารรายรับ รายจ่าย ต้องเก็บหรือไม่ อย่างไร เพื่ออะไร

6. ระบบบัญชีสินค้าใช้แบบ FIFO เหมาะสมหรือไม่

7. หากมีผู้อื่นเป็นคนลงบัญชี เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่โกง เช่น เขาลงใบเสร็จว่าซื้อของจากซาเล้งมา แต่จริงๆ

แล้วไม่ได้ซื้อ แต่เอาเงินไปใช้เอง

คำตอบ

คำถามยาวเชียว ขอตอบพอสังเขปก็แล้วกัน ดังนี้ครับ

1. เงินได้พึงประเมินในการซื้อขายของเก่า ได้แก่ รายได้ของการขายของเก่า โดยเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 80%

หรือหักค่าใช้จ่ายจริงก็ได้ และหักลดหย่อนในฐานะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลได้อีก 60,000 บาทครับ

2. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีในนามห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนหรือคณะบุคคล

โดยต้องไปขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในนามห้างฯ หรือคณะบุคคลครับ

3. เสียภาษีป้ายที่อำเภอท้องที่ นอกจากนี้ยังต้องขออนุญาตค้าของเก่ากับกรมตำรวจ ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม

ด้วย

4. ถ้ารายได้เกิน 1,200,000 บาท ต้องจดทะเบียนเข้าสู่ระบบ VAT ด้วยครับ

5. ตามกฎหมายภาษี ท่านต้องเก็บเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปี ครับ

6. สามารถทำได้ และเหมาะสมแล้ว (ดูท่าคุณจะเก่งบัญชีนะเนี่ย)

7. ต้องควบคุมและตรวจสอบให้ดี และเลือกคนดีๆ มาทำบัญชีซิครับ...แฮ่ๆ

เรื่องที่ 4 ภาษีเงินได้นิติบุคคล, บุคคลธรรมดา - ดอกเบี้ยจ่าย และรายได้ดอกเบี้ยเงินฝาก

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สรรพากรเก็บจากบริษัทจำกัดอัตรา 25% หรือ 30% ไม่ทราบว่าคิดจากกำไรจากการ

ดำเนินงาน (EBIT) หรือกำไรหลังหักดอกเบี้ยจ่าย (EBT) แล้วครับ

เพราะผมดูจากงบการเงินบางบริษัทที่ขาดทุนจากการดำเนินงาน (หลักหักดอกเบี้ยจ่าย) ก็ยังมีภาษีเงินได้ที่ต้อง

เสีย ก็เลยงงว่า ขาดทุนแล้วต้องเสียภาษีด้วยหรือ

2. กรณีที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร อ.อมรศักดิ์ บอกใน กรุงเทพธุรกิจว่า ถ้าถูกหักภาษี ณ

ที่จ่ายมากกว่าที่คำนวณภาษีได้ก็ให้ยื่น ภ.ง.ด.90 เพื่อขอคืนภาษี กรณีนี้ต้องเป็นกรณีที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงิน

ฝากอย่างเดียว ใช่ไหมครับ เพราะผมเข้าใจว่า ถ้ามีรายได้อื่น เช่น มีเงินเดือนประจำด้วย

ก็ต้องนำรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมารวมกับเงินเดือนทั้งปีก่อนถึงจะมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

แล้วจึงคำนวณภาษี ซึ่งแน่นอนว่า น่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ไม่ทราบว่า ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ

คำตอบ

1. ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ กำไรสุทธิ (taxable profit) ซึ่งคำนวณตามมาตรา 65,65 ทวิ และ 65 ตรี

แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะแตกต่างจากกำไรสุทธิทางบัญชี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ GAAP profit

ขาดทุนแต่ taxable profit มีกำไร

ดอกเบี้ยจ่ายที่ท่านสอบถามมา ก็ถือเป็นรายจ่ายอย่างหนึ่งในการคำนวณ taxable profit

(เว้นแต่เป็นดอกเบี้ยจ่ายเพื่อการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ก็ต้องนำมา capitalized

รวมกับสินทรัพย์เพื่อตัดค่าเสื่อมราคาตาม พ.ร.ฎ.#375)

2. ความเข้าใจของท่านถูกต้องแล้วครับ เพราะกรณีที่มีเงินได้หลายประเภท ก็อาจทำให้เงินได้สุทธิ

(เงินได้พึงประเมิน-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน) ทะลุสู่เพดานที่สูงกว่าอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ก็ได้

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรนำดอกเบี้ยรับมารวมในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ครับ

เรื่องที่ 5 ภาษีเงินได้นิติบุคคล-การถือหุ้นไขว้ตามมาตรา 65 ทวิ (10)

1. ตามมาตรา 65 ทวิ (10)(ข) เรื่อง รายได้เงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นระบุว่า "บริษัทถือหุ้นในบริษัทจำกัด

ผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ

25...และบริษัทจำกัดผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้รับเงินปันผลไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม"

คำถาม หากผู้ถือหุ้นบริษัทผู้รับเงินปันผลเป็นบุคคลเดียวกับบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล

จะถือเป็นการถือหุ้นทางอ้อมทำให้ไม่ได้สิทธิตามมาตราดังกล่าวหรือไม่

ตัวอย่างเช่น

บริษัท A บริษัท B

(ผู้รับเงินปันผล) (ผู้จ่ายเงินปันผล)

ผู้ถือหุ้น นาย ก 33% บริษัท A 25%

นาย ข 33% นาย ก 25%

นาย ค 33% นาย ข 25%

นาย ค 25%

จากกรณีดังกล่าว บริษัท A เวลาได้รับเงินปันผล ยังได้รับสิทธิตามมาตรา 65 ทวิ (10)(ข) หรือไม่

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปกติผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเสมอหรือไม่

หากบริษัทจำกัดต้องการไปลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด จะทำได้หรือไม่

และห้างหุ้นส่วนปกติมีใบหุ้นออกให้ผู้ลงทุนเป็นหลักฐานหรือไม่

คำตอบ

1. กรณี ยังไม่ถือว่ามีการถือหุ้นโดยทางอ้อม ตามนัยมาตรา 65 ทวิ (10)(ข) ดังนั้น บริษัท A

ผู้รับเงินปันผลจึงยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามกฎหมายดังกล่าวอยู่

2. บุคคลที่จะเข้าร่วมกันในห้างหุ้นส่วนจำกัดจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือบริษัทก็ได้ครับ

โดยในการร่วมลงทุนดังกล่าวจะมีเพียงการทำสัญญา ตกลงร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน

โดยไม่มีการออกใบหุ้นแต่อย่างใด

ที่มา.......หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved