วิธีประหยัด ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (1)
30 กันยายน 2545 คือกำหนดเส้นตายการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) (อีกแล้ว!)
สำหรับภาครัฐก็คงจะยิ้มแย้มแจ่มใส
ประหนึ่งใกล้วันเงินเดือนออก…แต่สำหรับอารมณ์ผู้เสียภาษีคงเป็นตรงกันข้าม เพราะต้องเผชิญกับเจ้าหนี้
(ซึ่งหลีกหนีไม่ได้ซะด้วย!)
1. ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องยื่น ภ.ง.ด.94
แต่…ทุกสรรพสิ่งต้องมีหนทางแก้ไข จุดอ่อนของกฎหมายเป็นอย่างไร
ช่องว่างอยู่ตรงไหน…เราลองมาช่วยกันหาวิธีประหยัดภาษีกันดีกว่า!
ประมวลรัษฎากร ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ในมาตรา 56 ทวิ ดังนี้ครับ
มาตรา 56 ทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา 56
ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นรายการตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 57 ทวิ และมาตรา 57 ตรี
ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดแสดงรายการเงินได้เฉพาะตามมาตรา 40(5)(6)(7) หรือ (8)
ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่
ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนภายในเดือนกันยายนของทุกปีภาษี
เงินได้ตามมาตรา 40(5) ตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงเงินกินเปล่า เงินช่วยค่าก่อสร้าง เงินค่าซ่อมแซม
ค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์
การยื่นรายการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนวณภาษีตามมาตรา 48 โดยหักลดหย่อนตามมาตรา 47
ให้กึ่งหนึ่งและชำระภาษีถ้ามี พร้อมกับการยื่นรายการนั้นต่อเจ้าพนักงานตามมาตรา 56
ภาษีที่ชำระตามวรรคสาม ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 57 จัตวา
จากตัวบทดังกล่าว อธิบายหลักเกณฑ์ได้ดังนี้ครับ
(1.) ผู้มีหน้าที่เสียภาษี มีเพียง 5 กลุ่ม ตามนัยมาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ครับ
มาตรา 40(5) ได้แก่ ผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน (ไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์)
แต่ไม่รวมถึงเงินกินเปล่า (แป๊ะเจี๊ยะ) เงินช่วยค่าก่อสร้าง ค่าซ่อมแซม
และค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์
มาตรา 40(6) ได้แก่ ผู้มีเงินได้จากวิชาชีพอิสระ 6 ประเภทคือ นักกฎหมาย ผู้ประกอบโรคศิลปะ วิศวกร
สถาปนิก ผู้สอบบัญชี และประณีตศิลปกรรม
มาตรา 40(7) ได้แก่ การประกอบกิจการรับเหมา ซึ่งผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ
นอกจากเครื่องมือ
มาตรา 40(8) ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง
และการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40(1) ถึง (7)
(2.) ฐานภาษีและวิธีคำนวณภาษี คือ เงินได้พึงประเมิน (ตามเกณฑ์เงินสด) ที่ได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม 2545-30
มิถุนายน 2545
โดยคำนวณตามสูตร
ขั้นที่ 1 การคำนวณภาษีครึ่งปีตามวิธีที่ 1
เงินได้พึงประเมิน (ม.ค.-มิ.ย.45) xx
หัก ค่าใช้จ่าย (เหมาหรือจริง) xx
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย xx
หัก ค่าลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ง xx
เงินได้สุทธิ xx
ภาษีที่ต้องชำระ (5%-37%) xx (1)
ขั้นที่ 2 การคำนวณภาษีครึ่งปีตามวิธีที่ 2
เงินได้พึงประเมินที่ได้รับ (ม.ค.-มิ.ย.45) xx
คูณ อัตราภาษี 0.5%
ภาษีที่ต้องชำระ xx (2)
นำผลลัพธ์ตาม (1) เปรียบเทียบกับ (2) แล้วชำระเงินภาษีตามยอดที่สูงกว่า
แต่ทั้งนี้สามารถหักเครดิตภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ในช่วงมกราคม- มิถุนายน 2545 ได้
(3) เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
เกณฑ์ขั้นต่ำของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในช่วงมกราคม-มิถุนายน 2545 ซึ่งเข้าข่ายต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
จะใช้เกณฑ์เดียวกันและเท่ากันกับการยื่นแบบตอนปลายปี (ภ.ง.ด.90) คือ
- กรณีสมรส ต้องมีเงินได้ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป
- กรณีโสด รวมถึงกรณีเป็นคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ 30,000 บาทขึ้นไป หมายความว่า
ผู้ใดมีเงินได้ตามมาตรา 40(5) - (8) (ไม่รวมถึงเงินได้ตามมาตรา 40(1) - (4) (ถ้ามี)) ไม่ถึงยอดเงินดังกล่าว
ก็ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ในปีภาษีนั้น
(4.) กำหนดเวลายื่นแบบ
ตามกฎหมาย (มาตรา 56 ทวิ) ระบุให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งในปีนี้ คือ
วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2545 ซึ่งตรงกับวันทำงาน จึงถือเป็นกำหนดเส้นตายจริงๆ เลื่อนไม่ได้
หากผู้ใดมิได้ยื่นภายในกำหนด ก็จะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มตามมาตรา 27 เป็นเงิน 1.5% ต่อเดือน
หรือเศษของเดือน และมีโทษปรับอาญาตามมาตรา 35 ไม่เกิน 2,000 บาท
(5.) การผ่อนชำระ
กรณีมียอดเงินภาษีที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป
ผู้เสียภาษีมีสิทธิขอผ่อนชำระภาษีเป็น 3 งวดๆ ละเท่าๆ กัน (มาตรา 64) โดยใช้แบบ บช.35 ดังนี้ครับ
งวดที่ 1 ชำระพร้อมกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 30 กันยายน 2545
งวดที่ 2 ชำระภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่ 1 (31 ตุลาคม 2545)
งวดที่ 3 ชำระภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่ 2 (30 พฤศจิกายน 2545)
แต่กรณีที่ผู้เสียภาษีมิได้ผ่อนชำระงวดใดงวดหนึ่งตามเกณฑ์ดังกล่าว ก็จะหมดสิทธิผ่อนชำระเป็นรายงวด
และจะต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน สำหรับเงินภาษีของงวดที่เหลือ
กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เกินกำหนดเวลา ท่านไม่มีสิทธิผ่อนชำระภาษีตามนัยมาตราดังกล่าว
2. ตัวอย่างการคำนวณภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.94
ตัวอย่าง 1 เบนซี่ นางเอกละครชื่อดัง มีรายได้จากการแสดงภาพยนตร์โทรทัศน์ เรื่อง โดเรมี-สะใภ้ไร้ศักดินา
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2545 เป็นเงิน 600,000 บาท
และมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องสำอางรักษาผิวและสิวไฝฝ้า ช่วงมกราคม-มิถุนายน 2545 รวม 800,000
บาท ภาระภาษีของ เบนซี่ ตามแบบ ภ.ง.ด.94 เป็นดังนี้
การคำนวณภาษีวิธีที่ 1
(1) เงินได้จาก นักแสดงสาธารณะ 600,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายเหมา 300,000 บาท
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย 300,000 บาท
(2) เงินได้จากการขายเครื่องสำอาง 800,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายเหมา 70% 560,000 บาท
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย 240,000 บาท
รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย 1 + 2 เท่ากับ 540,000 บาท
หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว 15,000 บาท
เงินได้สุทธิ 525,000 บาท
ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ 47,500 บาท
การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2
เงินได้จากนักแสดงสาธารณะ 600,000 บาท
เงินได้จากการขายเครื่องสำอาง 800,000 บาท
รวมเงินได้ก่อนหักรายจ่าย 1,400,000 บาท
ภาษีเงินได้ 5/1000 x 1,400,000 7,000 บาท
กล่าวโดยสรุป…
เบนซี่ ต้องเสียภาษีตามวิธีที่ 1 เป็นเงิน 47,500 บาท
จากตัวอย่างข้างต้นเป็นการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีในสไตล์ เบนซี่-โดเรมี คือ
ไม่มีการวางแผนภาษีใดๆ เลย…นี่ถ้า เบนซี่ เข้าใจวิธี ก็น่าจะประหยัดภาษีได้ไม่น้อย
ที่มา.....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|