การวางแผนภาษี
โดยนิสิต...อนันตรักษ์
หวนกลับไปนึกถึงในช่วงที่ประเทศของเราธุรกิจเฟื่องฟู ( ปี 2533 - 2540 ) ในช่วงเวลาดังกล่าวธุรกิจมีอาการ
โตอย่างไม่ค่อยมีเหตุผล โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ เผลอชั่วข้ามวัน
ราคาปรับเปลี่ยนสูงขึ้นอย่างไม่รู้ว่าจะอธิบายด้วยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ทฤษฎีใดแล้วสูงสุดก็คืนสู่สามัญ
ฟองสบู่แตก (ดังโพล๊ะ) ธุรกิจน้อยใหญ่ เจ๊งกันอย่างระเนระนาดเป็นประวัติการณ์เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ยาก
จะลืมความวัวยังไม่ทันหายความควายก็แทรกเข้ามา ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย
ได้รับหนังสือจากสรรพากรที่น่ารักทั้งหลายขอให้ชี้แจงบ้างขอเข้าตรวจสอบบ้างขอประเมินภาษีใหม่บ้าง
บางแห่งหนักหน่อยโดนทั้งภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม+เบี้ยปรับ+เงินเพิ่มแทบล้มทั้งยืน
มูลค่าความเสียหายบางแห่งสูงจนไม่อาจดำเนินธุรกิจต่อไปได้หากจะถามถึงรากเหง้าของปัญหาก็มีคำตอบ
อยู่ประการเดียวว่า ขณะดำเนินธุรกิจผู้ประกอบการไม่เคยคำนึงถึงกลยุทธ์เกี่ยวกับการวางแผนภาษีของ
ธุรกิจของตนเลยการวางแผนภาษี โดยสรุปคือ การจัดการเกี่ยวกับภาระทางภาษีที่องค์การธุรกิจดังกล่าวจำเป็น
ต้องเสียเพื่อวัตถุประสงค์ในการมีภาระในการจ่ายภาษีต่อรัฐให้น้อยที่สุดโดยชอบด้วยกฎหมาย
แนวคิดในการวางแผนภาษีนี้ เป็นความจำเป็นที่ผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21ที่ต้องให้ความสำคัญเป็น
ลำดับแรกแล้วเราจะเริ่มต้นในวางแผนภาษีเช่นไรก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องสามารถตอบคำถามตนเอง
ให้ได้เสียก่อนว่า ตนประกอบกิจการอะไร ผลิตหรือขายสินค้าประเภทใด หรือให้บริการอะไร ประมาณการ
รายได้ต่อปีควรจะมีรายได้เท่าใดมีบุคคลากรกี่คนลักษณะการจ้างงานเป็นอย่างไรตั้งอยู่ที่ใด
สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องชัดเจนเพื่อประกอบในการวางแผนภาษี
ที่มา....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|