free web hosting | free hosting | Business Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affair การวางแผนภาษี (2)

โดย นิสิต อนันตรักษ์

หลักการทางภาษี ภาษีจะเรียกเก็บโดย คำนวณจากฐานรายรับของธุรกิจ หักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ

ฉะนั้นการประมาณรายได้ต่อปีว่าธุรกิจมีรายได้เท่าใด เป็นที่มาของการประมาณรายรับของ

ธุรกิจว่าแต่ละปีมีรายรับเท่าใด การวิเคราะห์ว่าประกอบกิจการใด เป็นสินค้าหรือบริการ บุคลากรกี่คน

ลักษณะการจ้างงานเป็นอย่างไร เป็นที่มาของการคำนวณรายจ่ายและการกำหนดรูปแบบในการวางแผนภาษี

รูปแบบการวางแผนภาษีก่อนที่ลงลึกถึงรูปแบบการวางแผนภาษี ว่าจะเป็นเช่นไร ผมขอปูพื้นให้ท่าน

ผู้อ่านสักเล็กน้อย เป็นที่ทราบกันแล้วว่าภาษีหลักที่องค์กรธุรกิจจะต้องเสีย และเป็นรายจ่ายส่วนใหญ่ก็คือ

ภาษีเงินได้ประจำปี ฉะนั้นการวางแผนภาษีจึงมุ่งประสงค์ต่อการวางแผนการเสียภาษีเงินได้ขององค์กรธุรกิจ

ผมขอแบ่งรูปแบบผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้อาจแบ่งอย่างง่ายๆออกเป็น 2ประเภทคือ

-บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่กฎหมายถือเสมือนเป็นบุคคลธรรมดา

- กิจการหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นและกฎหมายถือเป็นหน่วยทางภาษีที่ต้องเสียภาษีแบบบริษัทหรือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

การเสียภาษีของผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ตามที่กล่าวมาข้างต้น จะมีรูปแบบในการเสียภาษีที่ต่างกันโดย

บุคคล หรือคณะบุคคลจะมีรูปแบบการเสียภาษีโดยคำนวณจากเงินรายรับ หักด้วยค่าใช้จ่ายที่กำหนดโดย

กฎหมาย ค่าลดหย่อน เหลือเงินเท่าไร นำมาคำนวณการเสียภาษีอัตราก้าวหน้าแบบช่วงขั้น 5%, 10%, 20%,

30%และ 37%ตามลำดับ

การเสียภาษีของกิจการ หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น และกฎหมายถือเป็นหน่วยทางภาษีที่ต้องเสียภาษีแบบ

บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด จะเสียภาษีโดยคำนวณจากรายรับ

หักด้วยค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้ตามกฎหมายเหลือเงินเท่าใด เสียภาษีในอัตรา 30% ของเงินรายรับที่หัก

ด้วยค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้การเสียภาษีนิติบุคคลจะต้องมีการจัดทำงบดุล งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด

และต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชี

ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน้อยเกือบแสนบาทในแต่ละปีซึ่งเป็นต้นทุนทาง

ธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง

จากวิธีการเสียภาษีข้างต้น เห็นได้ว่าตัวแปรที่จะทำให้เสียภาษีต่างกัน คือ

การหักค่าใช้จ่ายของรายได้พึงประเมินก่อนเสียภาษีและค่าใช้จ่ายของการสอบบัญชี

กล่าวโดยสรุปว่าหากมีการหักค่าใช้จ่าย และเหลือเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 4,000,000 บาท ต่อปี

การทำธุรกิจโดยรูปบุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลจะเสียภาษีน้อยกว่าการดำเนินธุรกิจในรูปการจัดตั้งบริษัท

หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด คราวนี้อัตราการหักค่าใช้จ่ายกฎหมายกำหนดไว้เช่นไร ขอให้ดูมาตรา 40 (1)-(8)

ประมวลรัษฎากร ประกอบพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 11

ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตรา 8 ระบุว่า

มีธุรกิจใดบ้างสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละเท่าไร ของเงินรายรับ

หักค่าใช้จ่ายและเหลือเงินได้พึงประเมินเท่าใด นำมาคำนวณ หากเหลือเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 4,000,000

บาทต่อปีก็ควรมีการจัดรูปแบบธุรกิจแบบบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลมากกว่าจัดรูปแบบในรูปนิติบุคคล

ที่มา....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI


 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved