free web hosting | free hosting | Business Hosting Services | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affair คาถาป้องกันสรรพากร "ห้ามขอคืนภาษี"

โดย ศิริรัตน์โชติเวชการ

นักปราชญ์ผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่คนเราหนีไม่พ้นคือ ความตายและภาษี แต่บรรดาเจ้าของกิจการมีความ

เชื่อว่าถ้าไม่ถูกสรรพากรตรวจสอบก็จะไม่ต้องเสียภาษีเกินกว่าจำนวนที่ต้องการจะเสีย และพยายามที่จะ

หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสรรพากรโดยมีคาถาป้องกันสรรพากรที่ท่องก่อนนอนทุกคืนคือห้ามขอคืนภาษี

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการขอคืนภาษี กิจการจะต้องถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรให้แน่ใจ

ว่าไม่มีภาระภาษีอื่นๆ ค้างอยู่ จึงจะคืนเงินให้ หรือถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ายังชำระภาษีไม่ครบถ้วนก็จะถูก

เรียกเก็บเพื่อนำไปหักกลบกับจำนวนที่ขอคืน

บ่อยครั้งที่พบว่าหลังจากหักกลบเรียบร้อยแล้ว กลับกลายเป็นว่า กิจการที่ไปขอคืนภาษีต้องเสียภาษีเพิ่มจาก

การตรวจสอบพบความผิดมากกว่าภาษีที่ขอคืนอีกหลายเท่า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการจะสอนลูก

สอนหลานต่อๆ กันมาว่าการขอคืนภาษีก็คือการเชิญสรรพากรมาตรวจสอบเพื่อเก็บภาษีเพิ่มจากกิจการ

นั่นเอง

ที่เปิดประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเพราะอยากจะบอกว่าความเชื่อดังกล่าว ไม่เป็นจริงแล้วเพราะเมื่อเร็วๆ นี้

ท่านอธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบันได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมฯได้ตรวจสอบจากงบการเงินที่กิจการ

ต่างๆได้ยื่นไว้ พบว่ามีกิจการกว่าหกพันรายที่มีการจ่ายภาษีเกินแต่ไม่ยอมขอคืน

เพราะสงสัยว่าจะมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่ในบัญชีจึงกลัวถูกตรวจสอบทำให้ไม่กล้าขอคืนกรมฯจึงมีนโยบายที่จะ

เรียกกิจการเหล่านี้มาตรวจสอบเพื่อคืนภาษีให้

การที่กิจการจะมีการจ่ายภาษีเกินนั้นเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น กิจการนั้นอยู่ในธุรกิจบริการซึ่งต้องถูกหัก

ณ.ที่จ่าย จากลูกค้า พอถึงสิ้นปียื่นงบฯต่อกรมสรรพากรว่าขาดทุน ไม่มีภาษีต้องจ่าย ภาษีที่ถูกหัก ณ.ที่จ่าย

ไว้ตลอดปีจึงต้องแสดงเป็นภาษีที่จ่ายเกิน

หรือกรณีกิจการ BOI ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถึงแม้ยื่นงบสิ้นปีมีกำไรแต่ก็ไม่ต้องเสียภาษีถ้า

กิจการมีภาษีถูกหักณ.ที่จ่ายไว้ในระหว่างปีก็จะต้องแสดงเป็นภาษีที่จ่ายเกินเช่นเดียวกัน

จากนโยบายดังกล่าวของกรมสรรพากร จะเห็นได้ว่า คาถาป้องกันสรรพากรบทเก่าใช้ไม่ได้ผลแล้ว กิจการ

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะถูกตรวจสอบด้วยการท่องคาถาบทใหม่ว่า

ทำระบบบัญชีให้โปร่งใสเสียภาษีถูกต้องแต่ประหยัดด้วยการวางแผนภาษี

ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์กับตนเองสมัยที่ทำงานให้บริษัท BOI แห่งหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ ที่มีระบบ

บัญชีที่โปร่งใสและมีการเสียภาษีที่ถูกต้องครบถ้วนแต่ประหยัดด้วยการวางแผนภาษี เราได้พบว่าบริษัทฯ

ในเครือแห่งหนึ่งซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ฯ มีภาษีถูกหัก ณ.ที่จ่ายไว้ ตลอดปีประมาณ หนึ่งล้านบาท

ซึ่งต้องแสดงเป็นภาษีที่จ่ายเกินในแบบฟอร์มภงด. 50ที่ยื่นต่อสรรพากรประจำปีนั้น

หลังจากได้ปรึกษาหารือกันว่าเราจะขอคืนเพราะเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และเราก็มั่นใจ

ว่าเรามีความพร้อมที่จะถูกตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นด้านความครบถ้วนของเอกสารหรือความถูกต้องของการ

เสียภาษี แต่เพื่อความมั่นใจเราจึงสอบถามไปยังบริษัทผู้สอบบัญชีของเราซึ่งเป็นหนึ่งใน Big five ในขณะนี้

ว่ามีความเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของเรา

คำตอบที่ได้รับก็คือ ให้ลองทบทวนดูใหม่เพราะในประเทศนี้ไม่มีใครเขากล้าขอคืนภาษีกันหรอก เราก็มา

นั่งคุยกันใหม่กับเจ้านายแล้วก็ยังได้ข้อสรุปเหมือนเดิมว่าเราจะขอคืนภาษี จากนั้นผู้เขียนก็ไปพบเจ้าหน้าที่

สรรพากร(ซึ่งเขตที่เราอยู่นั้นเป็นต่างจังหวัดไม่ใช่กรุงเทพฯ) เพื่อขอคำแนะนำถึงขั้นตอนและวิธีปฏิบัติใน

การขอคืนภาษีซึ่งท่านก็ได้อธิบายเป็นอย่างดี

ก่อนจะลากลับท่านก็ได้ถามผู้เขียนมาประโยคหนึ่งซึ่งยังจำได้ดีจนทุกวันนี้ว่า“คุณแน่ใจหรือไม่มีใครเขากล้า

ขอคืนภาษีกันหรอก”

เมื่อเล่าให้เจ้านายซึ่งเป็นชาวต่างชาติฟัง เขาก็ประหลาดใจมากเลย กับคำตอบที่เหมือนกันจากหลายๆ แหล่ง

แต่เราก็มาสรุปกันว่าสมมุติฐานดังกล่าวคงมาจากการที่ กิจการส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีจุดอ่อนในเรื่อง

ระบบบัญชีและขาดความโปร่งใสในการเสียภาษี จึงทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมประจำใจของทุกๆฝ่ายที่เกี่ยว

ข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการเองผู้ตรวจสอบบัญชีหรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สรรพากรว่าไม่ควรขอคืนภาษี

สรุปว่าในที่สุดเราก็ยื่นขอคืนภาษีเพราะมีความมั่นใจกับความพร้อมของระบบบัญชีของเรา

จำได้ว่าใช้เวลากว่าปีกว่าเจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบและหลังจากตรวจสอบเราได้เงินคืนมาเก้าแสนกว่าบาท

จากยอดขอคืนหนึ่งล้านบาทซึ่งถือว่าเกินคุ้มเพราะนอกจากเราจะได้เงินคืนเรายังได้ผู้ทรงคุณวุฒิจากกรม

สรรพากรมา Internal Audit ระบบบัญชีของเรา

เพื่อให้รูว่าสิ่งที่เราทำไปถูกต้องหรือไม่โดยไม่เสียค่าบริการแม้แต่บาทเดียวซ้ำยังแถมเงินกลับมาเสียอีก

นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าถ้ากิจการมีการวางแผนภาษีอย่างดีเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องแต่ประหยัด

และเตรียมข้อมูลทางบัญชีให้พร้อม

เราก็จะเป็นกิจการหนึ่งที่สามารถอาจหาญไปขอคืนภาษีได้อย่างมั่นใจว่าจะได้ภาษีคืน

เพราะตามนโยบายใหม่ของกรมฯทำให้คาถาเดิมๆนั้นใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว

เราไม่มีทางหลีกเลี่ยงเสียแล้วนอกจากหันมาเผชิญหน้าด้วยการทำตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา

ส่วนจะทำอย่างไรนั้นโปรดติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า

ที่มา....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI


 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved