ข้อควรปฎิบัติเมื่อกิจการถูกตรวจสอบภาษี (2)
โดย ศิริรัตน์ โชติเวชการ
1. เมื่อถูกตรวจกิจการส่วนใหญ่เลือกที่จะนำเอกสารไปให้ที่สำนักงานของสรรพากรมากกว่าที่จะยอมให้
มาตรวจที่สำนักงานของกิจการแต่ลองคิดดูในมุมกลับ
ถ้าท่านกล้าที่จะเชิญเขามาตรวจถึงที่อาจจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ระดับหนึ่งว่าเราไม่มีอะไร
ซ่อนเร้นอยู่
วิธีการที่ปลอดภัยก็คือจัดห้องไว้ให้เป็นพิเศษและคอยอำนวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลและเอกสาร และ
เมื่อเขามาถึงให้อธิบายคร่าวๆ ถึงวงจรธุรกิจ
หรือกรณีเป็นโรงงานก็ให้พาชมขบวนการผลิตควรแนะนำพาผู้บริหารมาแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ฯที่มาตรวจ
เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติกัน
2. ต้องแสดงจุดยืนให้เห็นว่า กิจการของเรา ไม่มีนโยบายหลีกเลี่ยงภาษีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือต่อ
การกำกับดูแลของสรรพากรเสมอ
แต่อาจจะเกิดความผิดพลาดได้ก็เพราะไม่เข้าใจกฎหมายหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์แต่เราก็พร้อมที่จะทำของ
ใหม่ให้ถูกต้องตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
3. พึงระลึกอยู่เสมอว่า มากข้อมูล มากความ ดังนั้น อย่าให้ข้อมูลหรือรายละเอียดเกินกว่าที่เขาขอ เช่น
เขาขอข้อมูล เดือน มค. แต่เรากลับส่งให้ทั้งแฟ้มที่มีข้อมูล ม.ค. ถึง ธ.ค. อยู่ ซึ่งเขาอาจไปเปิดเจอข้อผิดพลาด
ในเดือนอื่นเลยพาลตรวจหมดทั้งปีเป็นต้น
4. ไม่ต้องอธิบายในสิ่งที่เขาไม่ได้ถามเพราะอาจชี้นำไปสู่ประเด็นการตรวจสอบอื่นๆ
เรื่องนี้อาจป้องกันได้โดยการมอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและเป็นคนกลางที่จะมาตอบ
คำถามเอง เพราะการปล่อยให้มีผู้ตอบคำถามหลายๆคนมีแต่จะก่อให้เกิดความสับสนทางข้อมูลและ
ควบคุมไม่ได้
5. ในบางครั้งท่านอาจจะเจอว่าในจำนวนเอกสารหลายๆ ใบ ที่เขาขอมามีอยู่ใบหนึ่งที่ไม่ ถูกต้อง ถ้าส่งไป
ต้องโดนปรับหัวโตแน่นอน ท่านอาจลองวัดดวงด้วยการแกล้งทำเป็นลืมซึ่งถ้าเขาลืมด้วยก็รอดตัวไปแต่ถ้า
เขายังจำได้ก็เสมอตัว
6. ในกรณีที่มีทีท่าว่าจะถูกปรับหลายกระทง ให้ทำความเข้าใจถึงประเด็นความผิดและการตีความของ
สรรพากรในแต่ละกระทง แล้วพยายามหาข้อมูลที่จะช่วยเราให้พ้นประเด็นความผิดนั้น เช่น เคยมีกิจการ
หนึ่งถูกประเมินว่าต้องเรียกเก็บ VATเพิ่ม 7%จากการให้บริการของบิลขายจำนวนหนึ่ง
เมื่อเราอธิบายได้ว่าเราเช็คจากข้อหารือที่กรมเคยตอบแก่กิจการหนึ่งแล้วพบว่าบริการดังกล่าวเป็นบริการ
ที่เกิดขึ้นในประเทศได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ(เช่น การรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้บริษัทใน
ต่างประเทศ)ซึ่งเข้าข่าย VAT 0%พร้อมทั้งถ่ายสำเนาข้อหารือนั้นให้เขา
ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ก็ยอมรับและงดปรับในกระทงนั้นไป การมีข้อโต้แย้งท่านจะต้องมีหลักฐานที่เป็นทางการ
มาอ้างอิงเสมอไม่ว่าจะจากประมวลฯหรือจากข้อหารือฯก็ตาม
7. ในการตรวจสอบถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่ที่มาทำการตรวจสอบ ปฎิบัติต่อเราอย่างไม่ยุติธรรมให้พยายามคุย
เพื่อปรับความเข้าใจให้ได้แต่ถ้าเอาไม่อยู่จริงๆเราสามารถขอคุยกับระดับหัวหน้าของเขาได้
8. เมื่อการตรวจสอบสิ้นสุดลง เขาจะมีบันทึกสรุปผลการตรวจสอบ กระทงความผิดต่างๆ พร้อมเงินเพิ่ม
และเบี้ยปรับต่างๆ ท่านต้องอ่านให้เข้าใจและอย่าลงนามจนกว่าจะเช็คกับผู้รู้ว่าความผิดในแต่ละกระทงนั้น
ท่านผิดจริงหรือมีทางออกอื่นหรือไม่เพราะถ้าท่านลงนามไปแล้วจะแก้ไขไม่ได้
9. กรณีมีความผิดจริง ท่านสามรถขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้แล้วแต่กรณี โดยทำจดหมายขอลดหรืองดเบี้ยปรับ
ด้วยเหตุผลว่าเราไม่มีนโยบายหลีกเลี่ยงภาษีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือต่อการกำกับดูแลของสรรพากร
เสมอ แต่ความผิดพลาดเกิดขึ้นเพราะไม่เข้าใจกฎหมายหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์แต่เราก็พร้อมที่จะทำของใหม่
่ให้ถูกต้องตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
10. ถ้าท่านคิดว่าการประเมินนั้นไม่ยุติธรรม ท่านสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันโดยต้องศึกษา
ขั้นตอนการอุทธรณ์ให้เข้าใจ
11. กรณีที่พบว่าจำนวนภาษี เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
รวมกันแล้วเป็นจำนวนที่สูงเกินกว่าจะชำระในงวดเดียวได้ท่านสามารถขอผ่อนชำระได้
ประมาณหกเดือนหรือถ้าต้องการงวดยาวกว่านั้นก็อาจทำได้โดยต้องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ
ถ้าท่านปฎิบัติตามได้ตาม
วิธีที่กล่าวมาข้างต้นก็เชื่อได้ว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้ระดับหนึ่งและขอแนะนำให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีการและ
เทคนิคในการตรวจสอบเอาไว้
เพื่อที่ต่อไปท่านสามารถลอกเลียนแบบโดยตรวจสอบในจุดนั้นเสียเองและแก้ไขก่อนที่สรรพากรจะส่งหมายเชิญมา
กรณีที่เจอประเด็นความผิดต่างๆก็ให้นำมาปรับปรุงการทำงานในปัจจุบันเพื่อที่เราจะได้มีความพร้อม
มากขึ้นในการตรวจสอบครั้งหน้า
ที่มา....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|