การแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 85/6 วรรคสอง มาตรา 85/7 วรรคสี่ มาตรา 85/8
วรรคสาม มาตรา 85/13 มาตรา 85/14 มาตรา 85/15 และมาตรา 85/16 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร
ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 131) เรื่อง กำหนดแบบ หลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2545
โดยให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังกลับไปตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นมา ไขปัญหาภาษีจึงขอนำมา
เป็นประเด็นปุจฉา -วิสัชนาดังนี้ครับ
ปุจฉาการแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องใช้แบบใด
วิสัชนาให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบภ.พ.09
ปุจฉา มีกรณีใดบ้างที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้าไม่
น้อยกว่า 15วันก่อนวันที่เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
วิสัชนา ในกรณีต่อนี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้แจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามแบบ ภ.พ.09 ณ
สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15วันก่อนวันที่เกิดเหตุการณ์
1.กรณีประสงค์จะเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติม ให้ยื่นแบบ ภ.พ.09
ก่อนวันเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติมไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เพื่อขอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ
สถานประกอบการนั้น
2.กรณีประสงค์จะย้ายสถานประกอบการไม่ว่าจะเป็นการย้ายสถานประกอบการอยู่ภายในท้องที่ที่ได้จด
ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ หรือย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ก็ตาม ให้ยื่นแบบ ภ.พ.09
แจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้
ก่อนวันย้ายสถานประกอบการ (วันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่ตั้งของสถานประกอบการตามความเป็นจริง
มิใช่วันที่แจ้งย้ายต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท)ไม่น้อย 15วัน
กรณีย้ายสถานประกอบการไปอยู่ต่างท้องที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้
ไม่ว่าจะเป็นการย้ายสถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่หรือสถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งการเปิดสถานประกอบการแห่งใหม่ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการ
แห่งใหม่ตั้งอยู่ ก่อนวันเปิดสถานประกอบการแห่งใหม่ ไม่น้อย 15 วัน
เพื่อขอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสถานประกอบการแห่งใหม่นั้น
พร้อมกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการเดิม
กรณีย้ายสถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายสถานประกอบการอยู่ภายในท้องที่ที่ได้จดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพิ่มไว้ หรือย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ แต่มิได้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ณ สถานประกอบการ
ที่ย้ายไปหรือไม่ปรากฏสถานประกอบการตามที่แจ้งย้ายถือว่ามิได้ย้ายสถานประกอบการ
3.กรณีจะโอนกิจการบางส่วน โดยจะต้องไม่ดำเนินการในส่วนของกิจการที่ได้โอนไปแล้วนั้นอีกต่อไป
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งการโอนกิจการ และการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
ก่อนวันโอนกิจการไม่น้อยกว่า 15วัน
กรณีผู้รับโอนกิจการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้รับโอนยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งการรับโอนกิจการ
และการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ามี ณ
สถานที่ที่ผู้รับโอนได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ
กรณีผู้รับโอนกิจการไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้รับโอนยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตาม
แบบภ.พ.01ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ
4.กรณีประสงค์จะโอนกิจการทั้งหมด โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวต้องเลิกประกอบกิจการนั้น
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งการโอนกิจการ และแจ้งการเลิกประกอบกิจการ ก่อนวันโอนกิจการไม่น้อยกว่า
สิบห้าวันพร้อมกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าด้วย
กรณีผู้รับโอนกิจการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้รับโอนยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งการรับโอนกิจการ
และการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ามี ณ
สถานที่ที่ผู้รับโอนได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ
กรณีผู้รับโอนกิจการไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ผู้รับโอนยื่น คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามแบบภ.พ.01ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ
ปุจฉา มีกรณีใดบ้างที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 15
วันนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
วิสัชนา ในกรณีต่อนี้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้แจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามแบบ ภ.พ.09ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายใน 15วันนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์
1.กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงชื่อ
ผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ ที่ตั้งของสถานประกอบการ ประเภทกิจการที่กระทำเป็นปกติ
ประเภทสินค้าหรือบริการที่กระทำเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงประเภทกิจการที่กระทำเป็น
ครั้งคราว หรือประเภทสินค้าหรือบริการที่กระทำเป็นส่วนน้อย รายการเกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น
การเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัด การเปลี่ยนแปลงเงินทุนที่ชำระแล้ว การเพิ่มทุนหรือ
การลดทุนการเปลี่ยนแปลงจำนวนลูกจ้างหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน
2.กรณีประสงค์จะปิดสถานประกอบการบางแห่ง
โดยหยุดการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามความเป็นจริง
มิใช่การแจ้งเลิกกิจการต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
3.กรณีประสงค์จะหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่า 30วัน
4.กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนิติบุคคลใดประสงค์จะควบเข้ากัน
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งเลิกประกอบกิจการพร้อมกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของสถาน
ประกอบการเดิม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายใน 15 วัน นับจากวันเลิกประกอบกิจการ
และให้นิติบุคคลใหม่
ซึ่งได้ควบเข้ากันยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่
5.กรณีเลิกประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
6.กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย
ที่มา.....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|