free web hosting | free website | Business WebSite Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affair ฮ่องกง......วันนี้

ฮ่องกง " "วันนี้ แม้จะยังคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว แต่ดูจะบางตาลงกว่าช่วงเศรษฐกิจบูมเมื่อ 5 ปีก่อน ร้านค้า

ที่นั่น (ทั้งฝั่งเกาลูนและฮ่องกง)ต่างแข่งกันลดราคาและออกอาการงอนง้อลูกค้า...เข้าทำนอง

ขอเพียงท่านตัดสินใจซื้อเถอะรับรองว่าผู้ขายพยายามรับในทุกระดับราคา

ถามว่าเศรษฐกิจฮ่องกงวันนี้เป็นอย่างไร " "ถ้าก็ต้องฟันธงตามเนื้อผ้าว่า ทรงๆ เซๆ (เล็กน้อย)ครับ..

อัตราการว่างงานก็พุ่งสูงถึง 7%เชียว

แต่ถ้าจะถามเรื่องภาษีอากร " "คงต้องร่ายยาวในสไตล์ของคอลัมนิสต์ทางเศรษฐกิจดังนี้ครับ

" "ฮ่องกง...เจ้าตำรับ 1ประเทศ 2ระบบ

" "เกาลูน-ฮ่องกง" ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษในสงครามฝิ่นตามสนธิสัญญานานกิง (ค.ศ.1842)และ

สนธิสัญญาปักกิ่ง (ค.ศ.1860)ด้วยกระบอกปืนใหญ่ที่จี้ให้จีนจำต้องลงนามยกดินแดนแก่มหาอำนาจตะวันตก

ตลอดเวลา " "ตลอดกว่าปีที่ครอบครองเกาะอังกฤษฟูมฟัก "เกาลูน-ฮ่องกง" ดั่งแก้วตาแก้วใจ จนดินแดน

แห่งนี้เจริญรุ่งเรือง และมั่นคงยิ่งกว่าประเทศ "สิงโตคำราม" เสียอีก...ความรัก คามอาลัย ของอังกฤษมีมาก

เพียงใด พิสูจน์ได้จาก "หยดน้ำตา-ชายชาติทหาร" ของคณะผู้แทนรัฐบาลอังกฤษ ในวันส่งมอบเกาะฮ่องกง

คืนสู่อ้อมอกพ่อแม่ที่แท้จริง ณ เที่ยงคืนของวันที่ 30 มิถุนายน 2540ซึ่งถ่ายทอดทีวีไปให้ผู้คนทั่วโลกพลอย

มีอารมณ์ร่วมไปด้วย

ปัจจุบันฮ่องกงถูกจัดเป็นเขตปกครองพิเศษ " "ปัจจุบันฮ่องกงถูกจัดเป็นเขตปกครองโดยแยกระบบการปกครอง

กฎหมาย และเศรษฐกิจ ออกจากจีนแผ่นดินใหญ่

โดยเฉพาะในแง่ระบบภาษีอากรรัฐบาลจีนให้อำนาจแก่ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงในการพิจารณาประกาศใช้

กฎหมายภาษีต่างๆโดยความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ

ฮ่องกงเป็นเขตปลอดภาษีศุลกากรอย่างสิ้นเชิง " "และไม่มีการเก็บภาษีการค้าหรือ VAT ใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนภาษีทางตรงก็จัดเก็บในอัตราที่ต่ำมากเพียง 3ประเภทเท่านั้นคือ

ภาษีเงินได้ " "ภาษีเงินได้ (Pเก็บในอัตรา 15% (บุคคลธรรมดา)และ 16.5% (นิติบุคคล)ของกำไรสุทธิ

ภาษีเงินเดือนและค่าจ้างแรงงาน " "ภาษีเงินเดือนเก็บในอัตราก้าวหน้า 2-20% ของเงินได้สุทธิ

โดยมีวิธีคำนวณคล้ายกับหลักเกณฑ์ของประเทศไทย ภาษีทรัพย์สิน (Property Tax) เก็บในอัตรา

15%ของราคาประเมินทรัพย์สิน (การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์)สุทธิจากค่าใช้จ่ายและค่าบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง

นอกจากอัตราภาษีและระบบภาษีที่จูงใจแล้ว " "นอกจากอัตราภาษีแลแล้ว รัฐบาลฮ่องกงยังไม่ต้องส่งเงิน

ภาษีดังกล่าวไปให้แก่รัฐบาลกลาง ทำให้เม็ดเงินภาษีจำนวนมากเหล่านี้ สามารถนำกลับมาใช้ในการสร้าง

ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน (infrastructure) ได้เต็มที่ ตัวอย่างเช่น สนามบินแห่งชาติแห่งที่ 2ซึ่งอลังการ

และทันสมัยไม่แพ้สนามบิน Dallasของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

ความจริงฮ่องกงยังมีเสน่ห์ต่อนักลงทุนต่างชาติอีกหลายประการ " "เช่น เสรีภาพทางการเงิน

โดยปล่อยเสรีการไหลเข้าออกของเงินตราต่างประเทศอย่างอิสระ ทั้งในตลาดเงินและตลาดทุน

เป็นต้น...อย่างนี้ไม่เรียกสวรรค์บนดินก็เกินไป...ประเมินดูจากมูลค่าการค้าและ GDP ของฮ่องกง แม้จะมีการ

ยกเว้นภาษีและมีอัตราภาษีต่ำ แต่เม็ดเงินภาษีกลับเก็บได้สูง ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไร

เพราะที่นี่มีการสะพัดของรายการค้าที่คับคั่งไม่น้อยหน้าตลาดการค้าใหญ่ๆแห่งใดในโลก

ฮ่องกง...ในมุมภาษีไทย

ใครที่ค้าขาย " "หรือกำลังคิดจะค้าขายกับฮ่องกง คงต้องศึกษาระบบภาษีของทั้ง 2 ฝั่ง (ทั้งฝั่งไทย และฮ่องกง)

ให้ถี่ถ้วน เพราะภาษีอากรป็นต้นทุนประกอบการที่สำคัญอย่างหนึ่ง...แปลกแต่จริง เมื่อนักธุรกิจและนัก

บริหาร คิดจะขยายธุรกิจหรือวางแผนทำมาค้าขาย

พวกเขามักจะคำนึงถึงทุกปัจจัยยกเว้นเรื่องภาษีอากร...ฉากสุดท้ายของเขาเหล่านั้นจะลงเอยอย่างไรท่าน

ผู้อ่านคงนึกภาพออกกระมัง

ภาระภาษีหลักๆ " "ตามประมวลรัษฎากรของไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้ากับฮ่องกงยกเป็นตัวอย่าง

อธิบายพอสังเขปได้ดังนี้ครับ

(1)ฮ่องกงไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทย เพราะโดยข้อบทของอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-จีนมิได้ครอบคลุม

ถึงดินแดนเกาลูน-ฮ่องกง

ผลก็คือ " "ประเทศแหล่งเงินได้ (source country) กับประเทศถิ่นที่อยู่ (residence country) มีสิทธิจัดเก็บ

ภาษีจากผู้มีเงินได้ (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ทั้งคู่ ทำให้เกิดการเสียภาษีซ้ำซ้อนใน 2 ประเทศ

จากฐานเดียวกัน เช่น "พิม ซอนย่า" บินไปเป็นพิธีกรรายการทีวีในฮ่องกงเป็นเวลา 8 เดือน ในปีภาษี 2544

ก็อาจถูกรัฐบาลฮ่องกงเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะประเทศแหล่งเงินได้ และเมื่อนักแสดงคนนี้เดิน

ทางกลับไทยในปี 2544 ก็อาจถูกรัฐบาลไทยเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซ้ำอีกครั้ง ในฐานะประเทศถิ่นที่

อยู่ตามนัยมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากรหาก "คุณพิม"นำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียว

กันกับปีที่เกิดเงินได้

(2)กรณีธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ ระหว่างไทย-ฮ่องกง จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามนัยมาตรา 67 แห่งประมวล

รัษฎากร เช่น กรณีสายการบิน Cathay Pacific (ฮ่องกง) รับขนส่งสินค้าออกจากไทย หรือรับขนคนโดยสาร

ซึ่งมีการเรียกเก็บเงินในไทย กรณีจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.52 เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ

3ของค่าโดยสารค่าระวางค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดจากการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

กรณีจะแตกต่างจากสายการบิน " "กรณีจะแตกต่างจากประเทศจีน) ซึ่งมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทย

จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากการขนส่งทางอากาศยานทั้งจำนวนส่วนกรณีขนส่งทางเรือเดินทะเลจะได้รับ

ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกึ่งหนึ่ง

(3)กรณีสัญญาให้บริการต่างๆ ซึ่งบริษัทไทยจ่ายแก่บริษัทฮ่องกง ซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

(คือมิได้มีสำนักงานและสาขาในไทย ตามนัยมาตรา 66 และมิได้ประกอบการผ่านลูกจ้าง/ผู้ทำการแทน

ตามนัยมาตรา 76 ทวิ (แห่งประมวลรัษฎากร) เช่น ค่าที่ปรึกษาด้านการบริหารโรงแรม ค่าบริการซ่อม

เครื่องจักร ค่าที่ปรึกษาการลงทุน เป็นต้น บริษัทไทยผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่ายในอัตรา 15%และนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบภ.ง.ด54

กรณีจะแตกต่างจากการมีอายุสัญญาภาษีซ้อน ซึ่งจะกำหนดให้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา

70เฉพาะกรณีค่าสิทธิ (Royalty)เท่านั้น

(4)กรณีตัวแทนการขาย (agent) และผู้แทนจำหน่าย (distributor)

การที่บริษัทฮ่องกงแต่งตั้งบริษัทในไทยเป็นตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายสินค้า

จะมีปัญหาในการวินิจฉัยว่าเป็นการประกอบกิจการในไทยของบริษัทต่างประเทศ โดยผ่านผู้ทำการแทน

หรือไม่ หากใช่ บริษัทต่างประเทศดังกล่าวจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยให้บริษัทไทยในฐานะผู้ทำ

การแทนตามนัยมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการยื่นแบบ

ภ.ง.ด.50 แทนบริษัทต่างประเทศรายดังกล่าว

ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลายจึงต้องระมัดระวังในการทำสัญญาทางธุรกิจดังกล่าวมิให้ต้องติดบ่วงหรือ

ผิดพลาดทางภาษีอากรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

(3)ส่งท้าย

สำหรับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ " "การวางแผนภาษีของภาคเอกชน เป็นที่สำคัญยิ่ง

และจะต้องกระทำและศึกษาภาระภาษีขายทั้ง 2ฝั่ง (bilateral)จึงจะปลอดภัยและไม่มีข้อผิดพลาดในภายหลัง

ในแง่ของรัฐ " "ก็จะต้องยิ่งมองในเชิงมหภาคและเชิงลึก

เพราะบางส่วนของระบบภาษีอากรของไทยเราเป็นอุปสรรคต่อการออกไปแข่งกับคู่แข่งในตลาดโลก

ดังเช่นกรณีของการมีนโยบายจะลด/ยกเลิก การชดเชยอากร

(มุมน้ำเงิน)ดังที่ผู้เขียนเคยนำเสนอแนวคิดผ่านบทความในคอลัมน์นี้ไปแล้วเมื่อประมาณ 1เดือนที่แล้ว

มองในแง่การวางยุทธศาสตร์ภาษีอากรของไทย " "ผู้เขียนเชื่อในกึ๋นของท่านนายก ทักษิณ ชินวัตร + ฯพณฯ

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพียงแต่กังวลว่าท่านจะมีเวลามองปัญหาได้ครอบคลุมเพียงใด

เพราะมองถึงคู่แข่งในระดับและน้ำหนักเดียวกันกับไทย 4 ราย คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน จีน

(รวมฮ่องกง)แล้วผู้เขียนยังรู้สึกว่าคะแนนในแง่ศักยภาพและยุทธศาสตร์ของพวกเขาออกจะนำเราอยู่

หลายแต้มทีเดียวแหละ

ที่มา :หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved