ปัจจุบันมีบริษัทต่างประเทศหรือบริษัทข้ามชาติ (Multinational Companies) เข้ามาลงทุนหรือประกอบธุรกิจ
ในประเทศไทยมากขึ้นและมีหลายรูปแบบด้วยกันตามวัตถุประสงค์ของแต่ละธุรกิจ ซึ่งแต่ละรูปแบบ
ก็จะมีหลักเกณฑ์การเสียภาษีที่แตกต่างกันออกไป คำถามคือ ควรจัดตั้งในรูปแบบใดจึงประหยัดภาษี
ซึ่งสรุปรูปแบบหลักๆ ได้ 6 แบบ ดังนี้
1.จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่
2.เปิดเป็นสำนักงานสาขาหรือสำนักงานชั่วคราว
3.ตั้งเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture)
4.ตั้งตัวแทนจำหน่าย (Distributor)
5.ตั้งสำนักผู้แทน (Representative Office)
6.ตั้งสำนักงานภูมิภาค (Regional Office)
การจะสรุปว่ารูปแบบใดดีกว่ากัน? คงต้องมองกันในหลายแง่มุม ดังนี้
1.การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ เป็นบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือเป็น
บริษัทมหาชนจำกัด ตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชน ในประเทศไทยถือเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยโดย
บริษัทต่างประเทศ (บริษัทแม่) จะถือหุ้นบางส่วน (สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติต่อคนไทย เป็น 49:51)และ
บริษัทที่ตั้งใหม่นี้บริษัทแม่ในต่างประเทศจะส่งคนมาบริหารงาน ประโยชน์ที่บริษัทแม่จะได้รับอยู่ในรูป
เงินปันผล (เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ข)) ที่บริษัทลูกในประเทศไทยส่งไปให้ (ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
10% ตาม มาตรา 70 แห่งประมวลรัฎากร) ถ้าดำเนินกิจการมีผลกำไร (เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวนจาก
กำไรสุทธิเหมือนบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยทั่วไป ) รูปแบบนี้คือ การเข้ามาลงทุนในระยะยาว เช่น
บริษัท โตโยต้า (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาตั้งฐานการผลิตรถยนต์ที่ กบินทร์บุรี เพื่อส่งออกและจำหน่ายใน
ประเทศไทย เป็นต้น ในแง่ของภาษี ข้อดีของการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ จะมีผลทำให้บริษัทที่ตั้งใหม่มีสถานะ
เป็นคนละหน่วยภาษี (tax entity) กับบริษัทแม่ในต่างประเทศ ดังนั้น รายจ่ายต่างๆ ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ
เรียกเก็บจากบริษัทลูกในประเทศไทย จึงสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในประเทศไทยได้ทั้งจำนวน ทำให้
้กำไรสุทธิในไทยลดลง และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงเช่นกัน ตัวอย่างของรายจ่ายที่มาจากสำนักงานใหญ่
เช่น ค่าที่ปรึกษาทางเทคนิค ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เงินเดือนค่าจ้างของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่ถูกส่งเข้ามาช่วย
เหลือหรือช่วยปฏิบัติงานต่างๆ ในประเทศไทย เป็นต้น กรณีดังกล่าวจึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือ
ในการถ่ายโอนกำไรออกจากประเทศไทย โดยไม่มีภาระภาษี โดยเฉพาะในกรณีที่อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
ที่เหลื่อมล้ำกัน ของทั้ง 2 ประเทศ ข้อเสียของรูปแบบองค์กรในลักษณะนี้ก็คือ จะต้องมีการชำระบัญชีเมื่อ
เลิกกิจการ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ถูกออกหมายเรียกทำการตรวจสอบภาษีได้ ซึ่งหลายบริษัทต้องถูกปรับภาษี
ีเพิ่มเติมในตอนจบนี่แหละ...........
ี
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เงินปันผล)
ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ
การนำส่งภาษีจากการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตาม มาตรา 9 แห่งประมวลรัฎากร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยการฎิบัติเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายจากหรือในประเทศไทย

.