มารู้จักระบบซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading System)กันดีกว่า
ตลาดหลักทรัพย์เปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518 ภายใต้วิธีการซื้อขายแบบประมูล
ราคาอย่างเปิดเผย (Open Auction) ด้วยวิธีเคาะกระดานในห้องค้าหลักทรัพย์ (Trading Floor)ถ้าถามหลายๆ
คน ว่าตั้งแต่เกิดมาเคยซื้อขายของกันหรือไม่ ก็คงมีน้อยมากที่จะตอบว่าไม่เคย เพราะอย่างน้อยเราก็น่าจะ
เคยซื้อข้าว ซื้อขนมนมเนยมาทานกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา จนกระทั่งเราอาจ
เรียกได้ว่า เป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปเลยก็ได้ แต่วันนี้เราจะมารู้จักกับการซื้อขายอีกแบบหนึ่งที่ไม่แตก
ต่างจากการ
ซื้อขายของกันเท่าไร จะต่างกันก็ตรงสินค้าที่เราซื้อขายกันนั้นเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่เราได้ยิน
กันจนคุ้นหูว่า "หลักทรัพย์"
และก่อนที่เราจะมารู้ถึงวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเรามาเรียนรู้กันก่อนดีกว่าว่าตลาดหลักทรัพย์เริ่ม
เปิดให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่เมื่อไหร่
ตลาดหลักทรัพย์เปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518
ภายใต้วิธีการซื้อขายแบบประมูลราคาอย่างเปิดเผย (Open Auction) ด้วยวิธีเคาะกระดานในห้องค้าหลักทรัพย์
(Trading Floor) ต่อมาในวันที่ 31 พฤษภาคม 2534
ตลาดหลักทรัพย์ได้นำระบบการซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าระบบ ASSET (Automated System for the
Stock Exchange of Thailand) มาใช้แทน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ความรวดเร็ว
และสามารถรองรับกับปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น
ผู้ลงทุนสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ได้ 2 วิธีได้แก่
Automatic Order Matching (AOM)
Put-through (PT)
เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ Automatic Order Matching (AOM)เป็นอย่างไร
Automatic Order Matching (AOM)
เป็นวิธีการซื้อขายที่ผู้ซื้อ และผู้ขายส่งการเสนอซื้อ และเสนอขายด้วยคอมพิวเตอร์
ผ่านเข้ามายังระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ โดยที่ระบบคอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์
จะทำการเรียงลำดับ และจับคู่คำสั่งซื้อขายให้โดยอัตโนมัติ เมื่อเราส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามา
ระบบการซื้อขายดังกล่าวจะเก็บคำสั่งซื้อขายไว้ตั้งแต่เวลาที่ส่งคำสั่งซื้อขายจนถึงสิ้นวัน
ทำการ และจัดเรียงคำสั่งซื้อขายตามลำดับของราคา และเวลาที่ดีที่สุด ที่เราเรียกกันว่า Price then Time
Priority โดยมีหลักการคือ
(1) คำสั่งซื้อที่มีราคาเสนอซื้อสูงที่สุดจะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง
และถ้ามีราคาเสนอซื้อที่สูงกว่าถูกส่งเข้ามาใหม่ ราคาเสนอซื้อที่สูงกว่าจะถูกจัดเรียงเป็นลำดับแรกก่อน
และถ้าในกรณีที่มีการเสนอซื้อเข้ามาในราคาเดียวกัน แต่มากกว่าหนึ่งรายการ
ราคาเสนอซื้อดังกล่าวก็จะถูกจัดให้เรียงตามเวลาที่เสนอเข้ามา คือ ใครเสนอซื้อเข้ามาก่อนก็จะอยู่ในลำดับก่อน
ใครเข้ามาหลังก็จะอยู่ในลำดับถัดไป (สำหรับคำสั่งซื้อที่มีราคาเดียวกัน)
(2) คำสั่งขายที่มีราคาเสนอขายต่ำที่สุดจะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง
และถ้ามีราคาเสนอขายที่ต่ำกว่าถูกส่งเข้ามาใหม่ ราคาเสนอขายที่ต่ำกว่าจะถูกจัดเรียงเป็นลำดับแรกก่อน
และในกรณีที่มีการเสนอขายเข้ามาในราคาเดียวกัน แต่มากกว่าหนึ่งรายการ
ราคาเสนอขายดังกล่าวก็จะถูกจัดให้เรียงตามเวลาที่เสนอเข้ามา ใครเสนอขายเข้ามาก่อนก็จะอยู่ในลำดับก่อน
ใครเข้ามาหลังก็จะอยู่ในลำดับถัดไป (สำหรับคำสั่งขายที่มีราคาเดียวกัน)
หลังจากได้อ่านกันแล้วก็คงจะไม่ยากอย่างที่หลายๆ คนคิด เพราะก็เหมือนกับการจับคู่ คำสั่งเสนอซื้อ
และคำสั่งเสนอขายที่มีราคาตรงกัน แล้วก็ทำการซื้อขายกัน ไว้คราวหน้าเราจะมาดูกันต่อว่าวิธีการซื้อขายแบบ
Put-through (PT) เป็นอย่างไร

|