บทเรียนจากกรณี Enron
โดย ศิริรัตน์ โชติเวชการ
กรณีของ Enron แม้ว่าจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และโด่งดังไปทั่วโลก แต่จะให้บทเรียนและจะมีผลกระทบอย่างไร
กับพวกเราชาวไทยเอ็สเอ็มอี
งบการเงินของ Enron เคยแสดงผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม จนทำให้ราคาหุ้นของ Enron พุ่งขึ้นสูงเป็นที่
ี่เย้ายวนใจแก่นักลงทุนในตลาดสหรัฐฯ เป็นอย่างยิ่ง แล้วจู่ๆ เมื่อ ปลายปี 2001 ผู้บริหารของ Enron ก็ออก
มาประกาศตัวเลขขาดทุนครั้งใหญ่
สาเหตุลึกๆ ของงบการเงินที่ไม่ชอบมาพากลนี้ ว่ากันว่ามาจากการเปิดเผยข้อมูลไม่ครบถ้วนในงบการเงิน
ของผู้สอบบัญชี เช่น ไม่ได้แสดงผลขาดทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้อง บางราย ไม่ได้เปิดเผยหนี้สินก้อนใหญ่ที่มี
ีจำนวนถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไว้ในงบดุล และที่พัวพันนัวเนียไปกว่านั้นก็คือผู้ บริหารฝ่ายบัญชีบางคน
ของ Enron เคยทำงานให้กับ บริษัทฯผู้สอบบัญชี ของตนมาก่อน และบริษัทฯ ผู้สอบบัญชีนั้นมีการให้บริการ
วางระบบการตรวจสอบภายในให้กับ Enron อยู่ด้วย อันทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นอิสระในการตรวจสอบ
บัญชี เมื่อมีการควบสองบทบาทอยุ่ด้วยกันของบริษัทฯผู้สอบบัญชี
เรื่องนี้ส่งผลกระทบในด้านลบอย่างมากต่อภาพพจน์ของผู้สอบบัญชีของ Enron ซึ่งเป็นหนึ่งใน Big five
(บริษัทฯ ผู้สอบบัญชีห้าอันดับแรกของโลก) และกำลังส่งผลกระทบอย่างแรงต่อ วิชาชีพผู้สอบบัญชี และ
ผู้ทำบัญชี โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพต่อบรรดาบริษัทผู้สอบบัญชีประเภท Big five และ
ให้ Big five หลายๆรายต้องออกมาประกาศนโยบายใหม่ว่าจะแยกกิจการตรวจสอบบัญชีออกจากกิจการ
ที่ปรึกษาฯเพื่อความเป็นอิสระและโปร่งใสในการทำงาน
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลทางบัญชี ว่าการใส่ใจคอยดูแลข้อมูลทางบัญชี ก็เหมือน
กับคนที่คอยตรวจสุขภาพอยู่เสมอ ถ้าตรวจพบโรคภัยไข้เจ็บก็จะสามารถรักษาให้หายได้ ในทางกลับกันถ้า
เรามีการตกแต่งงบการเงินเพื่อหลอกคนอื่นให้ดูว่าสวยงามที่สุดก็จะเป็นเสมือนกับดัก
บทเรียนที่สองก็คือ Enron เป็นกิจการที่พยายามกับอิงการเมืองเพราะมีการให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมือง
ของประธานาธิบดีบุช เป็นจำนวนมาก แต่ธุรกิจที่ดีไม่ควรจะอิงกับการเมืองเพราะการเมืองมีขึ้นมีลงการที่
เราไปผูกกับพรรคใดพรรคหนึ่งจะเป็นการเสี่ยงอย่างมากถ้าพรรคนั้นเกิดหมดอำนาจ
ผลกระทบที่จะวิ่งเข้ามาหาเราอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือขณะนี้เกิดความตื่นตัวทั้งในวงการผู้สอบบัญชีและ
ผู้ทำบัญชี ของทุกประเทศทั่วโลก ประชุมกันอย่างหน้าดำ คร่ำเครียดว่าควรเพิ่มกฎเกณฑ์หรือมาตรการใด
ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นมาอีกในอนาคต และอีกไม่ช้าเราคงได้เห็นทางกระทรวงพาณิชย์ฯ
ของบ้านเราเข็นกฎเกณฑ์ใหม่ๆทางบัญชีที่เข้มงวดยิ่งขึ้นออกมาเพื่อแก้เกมดังกล่าวและจะกระทบถึงพวกเรา
บทสรุปสุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึงจาก กรณีของ Enron ก็คือ การจัดการทางบัญชีได้เปลี่ยนบทบาทจากการ
เป็นงานปิดทองหลังพระ (Back office) มาเป็นงานที่เป็นทัพหน้าที่จะถูกเพ่งเล็งเป็นจุดแรกเมื่อกิจการเกิดมี
ปัญหาและนักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี และผู้บริหารด้านบัญชีจะถูกกดดันอย่างมากจากสังคมถ้าไม่สามารถ
หาเหตุผลมาอธิบายให้เป็นที่เข้าใจและยอมรับได้
กรณีของ Enron ก็ร้ายแรงจนเกิด โศกนาฎกรรมที่ผู้บริหารของ Enron
ต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยการปลิดชีวิตตัวเองเพื่อตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพราะไม่สามารถทนทานต่อภาวะ
กดดันที่รุมเร้าเข้ามาเพราะการล้มละลายดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้แก่กิจการ
เท่านั้น แต่ยังมีผลถึงการที่พนักงานจำนวนมากต้องตกงานเพราะกิจการถูกฟ้องลัมละลาย ผู้ถือหุ้นในตลาดฯ
ที่ต้องเดือดร้อนจากการขาดทุนจากราคาหุ้นที่ตกลงอย่างไม่เหลือมูลค่า
และยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องต้องได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่อีกมากมาย เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด
หากกิจการต่างๆยึดหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงาน
ที่มา....หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|