การถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์
โดย นวลลดา รงค์เหลืองอร่าม
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเราในฐานะบุคคลธรรมดาหรือบริษัททั่วไปต้องการจะลงทุนในหุ้นไม่ว่าทั้งในตลาด
หลักทรัพย์หรือนอกตลาดหลักทรัพย์ เราสามารถกระทำได้โดยไม่ถูกกฎหมายบังคับหรือตั้งเงื่อนไขใน
การลงทุนให้
แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ (รวมถึง ธนาคารพาณิชย์สาขาต่างประเทศ และสำนักงานวิเทศธนกิจ) ที่เมื่อ
คิดจะลงทุนในหุ้นในบริษัทอื่น หรือจัดตั้งบริษัทลูกของตนเอง จะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติ
ตามกฎเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติกำหนดไว้เท่านั้นไม่เช่นนั้นธนาคารพาณิชย์จะต้อง
ขออนุญาติเป็นกรณีพิเศษเป็นแต่ละกรณีไป
ธนาคารพาณิชย์ถูกกำหนดโดยพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ และประกาศของแบงก์ชาติให้สามารถซื้อ
หรือมีหุ้นในบริษัทจำกัดใดๆ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น
หรือซื้อหรือมีหุ้นมีมูลค่าหุ้นรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น
ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของบุคคลใดๆ ที่ถือแทนธนาคารพาณิชย์เป็นการถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์ด้วย
โดยแบงก์ชาติจะตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าการถือหุ้นโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ เช่น
บริษัทจำกัดที่จัดตั้งโดยบุคคลผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียอย่างสำคัญของธนาคารพาณิชย์เช่น ผู้บริหาร
หรือบริษัทจำกัดที่พนักงานของธนาคารซื้อหุ้นไว้แทนธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นของ
ธนาคารพาณิชย์เป็นต้นการซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของธนาคารพาณิชย์เกินกว่าอัตราที่ผู้เขียนกล่าวถึงข้างต้น
จะต้องได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติเป็นพิเศษในแต่ละกรณี ซึ่งหลักการการให้อนุญาตของแบงก์ชาตินั้น
จะขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินการคลังและนโยบายของประเทศในเวลานั้นๆ
เช่น แบงก์ชาติได้ตั้งหลักเกณฑ์ว่า แบงก์ชาติจะพิจารณาให้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์มีไว้ซึ่งหุ้นของธุรกิจ
ของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ เช่น การดำเนินการด้าน
คอมพิวเตอร์ ด้านการฝึกอบรม สำนักงานกฎหมายและสำนักงานค้นคว้าวิจัย
หรือเช่นในรอบสามปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระหว่างสถาบันการเงินและลูกหนี้
อันจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสถาบันการเงินแบงก์ชาติได้ให้การอนุมัติเป็นการทั่วไป
แก่ธนาคารพาณิชย์ให้ซื้อหรือมีไว้
ซึ่งหุ้นได้เกินกว่าอัตราที่ผู้เขียนกล่าวถึงข้างต้นในบริษัทจำกัดซึ่งเป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ หรือใน
บริษัทจำกัดอื่นที่ลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันหนี้ของลูกหนี้นำมาตีชำระหนี้หรือในหุ้นของผู้ค้ำประกันหนี้ของ
ลูกหนี้ที่นำมาชำระหนี้หรือการถือหุ้นเพื่อการฟื้นฟูในบริษัทลูกหนี้
อย่างไรก็ตาม การอนุญาตเป็นการทั่วไปดังกล่าวจะมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2547 เท่านั้น เว้นแต่ธนาคารใดๆ
จะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากแบงก์ชาติ และเมื่อถึงปลายปี 2547
ธนาคารพาณิชย์ที่ซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดเนื่องจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
จะต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวลงทั้งหมดให้เหลือรวมกันไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว
ทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้นๆและไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์
ผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมแบงก์ชาติจึงต้องจำกัดการซื้อหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของธนาคารพาณิชย์ด้วย ที่จริง
หลักการควบคุมในเรื่องดังกล่าวก็คือ ธุรกิจของธนาคารพาณิชย์นั้นถือว่าเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบต่อผล
ประโยชน์ของประชาชนโดยตรงเพราะธนาคารพาณิชย์รับฝากเงินจากประชาชน
ถ้าแบงก์ชาติไม่ควบคุมการลงทุนในกิจการอื่นหรือประกอบกิจการผ่านบริษัทในเครือ
ความเสียหายจากการประกอบกิจการอื่นหรือจากการประกอบกิจการผ่านบริษัทในเครืออาจกระทบ
กระเทือนมายังตัวธนาคารพาณิชย์เองนอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ธนาคารพาณิชย์เอาเปรียบ
บุคคลทั่วไปหรือเป็นการผูกขาดตัดตอนทางเศรษฐกิจอีกด้วย
ที่มา...หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI

|