free web hosting | free website | Business Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures Contracts)

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมากล่าวถึงการป้องกันความเสี่ยง โดยใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Forward

(Forward Contracts) ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนอัตราดอกเบี้ย สัปดาห์นี้จะพูดถึงสัญญาแบบ

ฟิวเจอร์ส (Futures Contracts) ซึ่งเป็นเครื่องมืออีกประเภท ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนราคา

สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset)

สัญญาฟิวเจอร์สเป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาที่จะซื้อและขายสินทรัพย์อ้างอิงตามประเภท และ จำนวน ณ

เวลาในอนาคตที่กำหนดในสัญญา จากลักษณะดังกล่าว สัญญา futures คือรูปแบบหนึ่งของสัญญา Forward

แตกต่างกันที่สัญญาฟิวเจอร์ส จะมีสัญญาที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ จึงต้องกำหนดมาตรฐานต่างๆ

ที่สำคัญๆ ในสัญญา เช่น การกำหนดวันส่งมอบ หรือจำนวนสินทรัพย์อ้างอิงที่จะส่งมอบ

โดยสัญญามาตรฐานจะแตกต่างกันตามประเภทสินทรัพย์อ้างอิง โดยสินทรัพย์อ้างอิงแต่ละประเภท

จะมีสัญญามาตรฐานหลายๆ แบบ ที่อาจจะแตกต่างกันบางประการ เช่น อายุสัญญา ให้คู่สัญญาเลือกใช้

ซึ่งไม่เหมือนกับสัญญา Forward ที่ลักษณะ และข้อกำหนดต่างๆ ในสัญญามักจะเฉพาะเจาะจง

เพื่อให้ตอบสนองความต้องการคู่สัญญาที่เริ่มต้นทำสัญญาเป็นกรณีๆไป

สำหรับสินทรัพย์ที่ใช้อ้างอิง คล้ายสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญา forward ซึ่งอาจเป็นสินค้าเกษตรหรือสินค้าที่

จากการผลิตทางอุตสาหกรรม เช่น สัญญา future เกี่ยวกับข้าว อาจกำหนดให้ส่งมอบข้าวตุลาคมของทุกปี

5,000 ตัน อายุสัญญา 5 ปี

ขณะที่สัญญา futures เกี่ยวกับสินทรัพย์ทางการเงิน ที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญ ได้แก่สัญญา futures

ตราสารหนี้ เช่น สัญญา futures พันธบัตรรัฐบาลรุ่น LB157 A มูลค่า 10 ล้านบาท กำหนดให้ส่งมอบ

พันธบัตรทุกเมษายนและกันยายน อายุสัญญา 4ปี

แม้การมีมาตรฐานที่แน่นอนของสัญญา futures จะทำให้รูปแบบ และข้อกำหนดในสัญญามาตรฐานยืดหยุ่น

น้อยกว่าการทำสัญญาแบบ forward ที่สามารถเพิ่ม หรือลดข้อกำหนดในสัญญาได้ตามแต่คู่สัญญาต้องการ

แต่สามารถแก้ไขข้อด้อยที่สำคัญของการทำสัญญา forward ในแง่สภาพคล่องการนำสัญญานั้นซื้อขายต่อได้

เนื่องจากการมีมาตรฐานที่แน่นอน ทำให้สามารถหาผู้ซื้อหรือขายสัญญาที่มีความต้องการในสัญญา

ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันง่ายขึ้น

การซื้อขายสัญญา futures นั้น มักจะซื้อขายผ่านตลาดแลกเปลี่ยน (Futures Exchanges) โดยจะมี

clearing house ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างคู่สัญญา และค้ำประกันรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาด

ทั้งหมด การซื้อขายสัญญาระหว่างคู่สัญญาจะทำผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือ clearing house

แทนที่จะเจรจาต่อรองซื้อขายกันเองโดยตรง หรือที่เราเรียกว่า Over the Counter (OTC) ซึ่งเป็นรูปแบบ

ที่ใช้สำหรับซื้อขายสัญญา forward ส่วนใหญ่

การมี clearing house ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างคู่สัญญา นอกจากจะเพิ่มสภาพคล่องซื้อขายสัญญา

futures เนื่องจากผู้ซื้อและขายสามารถซื้อขายสัญญาในตลาดแลกเปลี่ยนได้ง่ายและรวดเร็วกว่าแล้ว

clearing house ยังช่วยเพิ่มระดับความมั่นใจการลงทุน เนื่องจากการทำการซื้อขายผ่าน clearing house

จะมีข้อกำหนด และระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐาน

ซึ่งจะกำหนดให้คู่สัญญาต้องปฎิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนดใน

สัญญาของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกประการหนึ่งระหว่างสัญญา futures และสัญญา forward คือการทำสัญญา futures นั้น

คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายต้องวางเงินค่า margin ซึ่งเป็นเงินประกันกับตลาดแลกเปลี่ยนก่อนทําการซื้อขาย

และต้องประเมินสถานะการลงทุนคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย

จากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิงที่เปลี่ยนไป (Mark to Market) ทุกวัน

ซึ่งไม่มีในการซื้อขายสัญญา forward

เนื่องจากการทำสัญญา future เป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาว่า จะซื้อและขายสินทรัพย์อ้างอิงในอนาคต

ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น จึงเป็นไปได้ที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะไม่ปฏิบัติตามสัญญา

หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงในอนาคตเคลื่อนไหวในลักษณะที่ทำให้เสียผลประโยชน์ เช่น

ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในอนาคต อาจสูงเกินกว่าที่ฝ่ายผู้ส่งมอบจะหาซื้อสินทรัพย์ส่งมอบได้ การวางค่า

margin ค้ำประกันดังกล่าว จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คู่สัญญาเคารพและปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้



 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved