ความเสี่ยงของออปชัน
ผู้ซื้อออปชั่นมีโอกาสขาดทุนสูงสุดเท่ากับค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายซื้อออปชั่น
ผู้ซื้อออปชั่นเป็นผู้ที่มีสิทธิขายในกรณีของพุทออปชั่น หรือเป็นผู้มีสิทธิซื้อหุ้นกรณีคอลออปชั่น และไม่มีภาระ
ผูกพันใดๆ หลังจากที่จ่ายค่าพรีเมี่ยมให้ผู้ขายแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อออปชั่นจะมีความเสี่ยงกรณีที่ราคาหุ้น
อาจปรับตัวทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ กล่าวคือ ระดับราคาหุ้นอาจเพิ่มขึ้นเมื่อถือพุทออปชั่น หรือระดับราคาหุ้น
ปรับตัวลงกรณีที่ถือคอลออปชั่น ส่งผลให้ผู้ซื้อตัดสินใจที่จะไม่ใช้สิทธิ และปล่อยให้ออปชั่นหมดอายุ โดยไม่
เกิดประโยชน์แต่อย่างใด กรณีเช่นนี้ผู้ซื้อจะมีผลขาดทุนจากการลงทุนในออปชั่นซึ่งจะมีค่าสูงสุดเท่ากับค่า
พรีเมี่ยมที่ผู้ซื้อจ่ายซื้อออปชั่นนั้น
ความเสี่ยงจากการที่ผู้ขายไม่ปฏิบัติตามภาระผูกพันตามออปชั่น
กรณีที่ผู้ลงทุนซื้อขายออปชั่นในตลาดที่ไม่เป็นทางการ หรือตลาดโอทีซี (OTC Market) นั้น ผู้ลงทุนต้อง
เชื่อถือว่าคู่สัญญาจะปฏิบัติตามภาระผูกพันในสัญญา ดังนั้นจะมีการซื้อขายตามสัญญาออปชั่นกล่าวคือ
ไม่ยอมรับซื้อหุ้นจากผู้ถือพุทออปชั่นหรือไม่ยอมขายหุ้นแก่ผู้ถือคอลออปชั่น
ตรงข้ามหากผู้ลงทุนทำธุรกรรมซื้อขายออปชั่นในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนเชื่อมั่นได้ว่าคู่สัญญาจะปฏิบัติ
ตามเงื่อนไขในสัญญา เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ โดยผ่านสำนักหักบัญชีจะเป็นผู้ค้ำประกันความเสี่ยงดังกล่าว
ให้ผู้ซื้อและผู้ขาย
ผู้ขายออปชั่น
มีโอกาสขาดทุนจากการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญา
เนื่องจากผู้ขายออปชั่นมีภาระผูกพันต้องซื้อหุ้นตามสัญญาพุทออปชั่น หรือขายหุ้นตามสัญญาคอลออปชั่น
ราคาที่ระบุไว้ตามออปชัน ดังนั้นผู้ขายจึงมีโอกาสขายหุ้นตามสัญญาคอลออปชั่นในราคาที่ระบุไว้ตามออปชั่น
ดังนั้นผู้ขายจึงมีโอกาสที่จะขาดทุนเมื่อต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันดังกล่าว หากราคาตลาดของหุ้นเปลี่ยน
แปลงไปจากที่คาดไว้ครั้งแรก กล่าวคือผู้ขายขายคอลออปชั่นเนื่องจากคาดว่าระดับราคาหุ้นจะลดลงหรือ
ทรงตัว แต่ปรากฏภายหลังว่าผู้ขายคาดผิด เพราะราคาหุ้นกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กรณีนี้ผู้ขาย
คอลออปชั่นจะขาดทุน เนื่องจากมีภาระผูกพันต้องขายหุ้นในราคาใช้สิทธิให้ผู้ถือคอลออปชั่นขณะที่ต้องลงทุน
ซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบราคาตลาดที่สูงกว่าราคาใช้สิทธิมาก
ทำนองเดียวกันผู้ขายพุทออปชั่น ซึ่งคาดว่าระดับราคาหุ้นจะไม่ปรับตัวลดลง มีความเสี่ยงกรณีที่ระดับราคา
หุ้นปรับตัวลดต่ำลงอย่างมาก
ผู้ซื้อพุทออปชั่นจะตัดสินใจใช้สิทธิเป็นผลให้ผู้ขายพุทออปชั่นต้องประสบผลขาดทุนจากการที่ต้องรับซื้อหุ้น
จากผู้ถือพุทออปชั่นในราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดของหุ้นขณะนั้นมาก
สถานภาพของออปชั่น (Moneyness of Options)
เพื่อที่ผู้ลงทุนจะสามารถเข้าใจปัจจัยที่มีผลกระทบต่อออปชั่นพรีเมี่ยมง่ายขึ้น
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจถึงสถานภาพของออปชั่นในแง่ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้สิทธิก่อนเนื่องจาก
สถานภาพดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อค่าพรีเมี่ยมของออปชั่น
เมื่อพิจารณาสถานภาพของออปชั่นในแง่ผลประโยชน์ที่ได้รับจาการใช้สิทธินั้น พบว่าออปชั่นอาจมีสถาน
ภาพได้ 3สถานะดังนี้
1. In-the-money
ออปชั่นจะมีสถานะเป็น In-the-money เมื่อผู้ถือออปชั่นนั้นได้รับประโยชน์หากมมีการใช้สิทธิขณะนั้นดังนี้
คอลออปชั่นจะมีสถานะเป็น In-the-moneyเมื่อราคาตลาดหุ้นแม่สูงกว่าราคาใช้สิทธิ
พุทออปชั่นจะมีสถานะเป็น In-the-money เมื่อราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดหุ้นแม่
2. At-the-money
เมื่อออปชั่นมีสถานะเป็น At-the-money ผู้ลงทุนจะไม่เกิดประโยชน์จากการใช้สิทธิ เนื่องจากราคาตลาด
หุ้นแม่ขณะนั้น จะเท่ากับราคาใช้สิทธิของออปชั่นกล่าวคือ
คอลและพุทออปชั่นจะมีสถานะเป็น At-the-moneyเมื่อราคาตลาดหุ้นแม่เท่ากับ
ราคาใช้สิทธิของออปชั่น
3. Out-of-the-money
เช่นเดียวกับกรณีออปชั่นที่มีสถานะเป็น At-the-moneyผู้ถือออปชั่นจะไม่ได้รับ
ประโยชน์จากการใช้สิทธิตามออปชั่น โดยออปชั่นจะมีสถานะเป็น Out-of-the-moneyตามเงื่อนไขดังนี้
คอลออปชั่นจะมีสถานะเป็น Out-of-the-moneyเมื่อราคาตลาดหุ้นแม่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ
พุทออปชั่นจะมีสถานะเป็น Out-of-the-moneyเมื่อราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาด
หุ้นแม่ปัจจัยพืนฐานที่ควรพิจารณาในการกำหนดราคา
ก่อนที่จะซื้อขายออปชันผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อค่าพรีเมี่ยมของ
ออปชั่นเพื่อที่จะสามารถตัดสินใจซื้อขายออปชั่นได้ในราคาเหมาะสมตามสถาพปัจจัยพื้นฐาน
เบื้องต้นผู้ลงทุนอาจพิจารณาออปชั่นพรีเมี่ยมว่า ประกอบด้วย 2 ส่วนคือส่วนที่เป็น
มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value)และส่วนที่เป็นมูลค่าอันเกิดจากเวลา (Time Value)
มูลค่าที่แท้จริงนั้น จะเท่ากับส่วนต่างระหว่างราคาใช้สิทธิของออปชั่น และราคาตลาดหุ้นแม่ ณ เวลาใดเวลา
หนึ่ง โดยออปชั่นจะมีมูลค่าที่แท้จริงเมื่อส่วนต่างดังกล่าวมีค่ามากกว่าศูนย์ กล่าวคือกรณีของคอลออปชั่น
มูลค่าที่แท้จริงจะเท่ากับราคาตลาดหุ้นแม่หักด้วยราคาใช้สิทธิ
และกรณีพุทออปชั่นมูลค่าที่แท้จริงจะเท่ากับราคาใช้สิทธิหักด้วยราคาตลาดหุ้นแม่
จึงอาจกล่าวได้ว่าออปชั่นจะมีมูลค่าที่แท้จริงเมื่อออปชั่นนั้นมีสถานเป็น In-the-money นั่นเอง ส่วนออปชั่น
ที่มีสถานะเป็น at-the-money และ Out-of-the-money นั้น จะไม่มีมูลค่าที่แท้จริง หรือมูลค่าที่แท้จริงมีค่า
เป็นศูนย์และติดลบตามลำดับ
สำหรับ Time Value นั้น จะเท่ากับส่วนของพรีเมี่ยมที่ผุ้ลงทุนจ่ายโดยคาดว่าภาวะตลาดฯ จะเปลี่ยนแปลง
ในทิศทางที่ตนคาดไว้ในช่วงอายุ (time)ที่เหลืออยู่ของออปชั่นนั่นเอง
ตัวอย่างคอลออปชั่น
คอลออปชั่นของบริษัทใหม่ จำกัด ซึ่งครบอายุสัญญาเดือนมิถุนายน และมีราคาใช้สิทธิที่ 25 บาท มีการซื้อ
ขายที่ราคาพรีเมี่ยมเท่ากับ 1.33บาท
ราคาตลาดของหุ้นบริษัท ใหม่ จำกัด ราคาพรีเมี่ยม = มูลค่าที่แท้จริง + Time Value
25.87 1.33 = 0.87 + 0.46
จากตัวอย่างจะเห็นว่ามูลค่าที่แท้จริงเท่ากับ 0.87 บาท เนื่องจากผู้ซื้อออปชั่นมีสิทธิจะซื้อหุ้นบริษัท ใหม่
จำกัดราคา 25 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอยู่ 0.87 บาท ดังนั้นส่วนที่เหลืออีก 0.46 บาทจึงเป็น
Time Value
อย่างไรก็ตามหากราคาตลาดของหุ้นต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ (25 บาท) คอลออปชั่นนั้นจะมีสถานะเป็น
Out-Of-The-money และไม่มีมูลคค่าที่แท้จริงแต่อย่างใด ดังนั้นกรณีนี้ราคาพรีเมี่ยมจึงสะท้อนมูลค่าของ
Time Valueเท่านั้น
ตัวอย่างพุทออปชั่น
พุทออปชั่นของบริษัท ดารา จำกัด ซึ่งครบอายุสัญญาเดือนมิถุนายน และมีราคาใช้สิทธิที่ 26 บาท มีการ
ซื้อขายที่ราคาพรีเมี่ยมเท่ากับ 0.98บาท
ราคาตลาดของหุ้นบริษัท ดารา จำกัด ราคาพรีเมี่ยม = มูลค่าที่แท้จริง + Time Value
25.87 0.98 = 0.13 + 0.85
จากตัวอย่างจะเห็นว่ามูลค่าที่แท้จริงเท่ากับ 0.13 บาท เนื่องจากผู้ซื้อพุทออปชั่นมีสิทธิขายหุ้นบริษัท ดารา
จำกัดให้ผู้ขายพุทออปชั่นตามสัญญาราคา 26 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาด 0.13 บาท ดังนั้นส่วน
ที่เหลืออีก 0.85 บาท จึงเป็น Time Value
อย่างไรก็ตามหากราคาตลาดของหุ้นสูงกว่าราคาใช้สิทธิ (26 บาท) พุทออปชั่นนั้นจะมีสถานะเป็น
Out-of-the-money และไม่มีมูลคค่าที่แท้จริงแต่อย่างใด ดังนั้นกรณีนี้ ราคาพรีเมี่ยมจึงสะท้อนมูลค่าของ
Time Value เท่านั้น
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาออปชั่น
ปัจจัย ผลกระทบต่อราคาออปชั่น
ราคาหุ้น(Underlying stock prices) คอลออปชั่น มูลค่าของคอลออปชั่นจะเพิ่มขึ้นตามราคาหุ้นที่สูงขึ้น
เนื่องจากผู้ซื้อออปชั่นจะได้รับผลประโยชน์เป็นหุ้นแม่ที่มีราคาสูงขึ้น โดยการจ่ายซื้อตามราคาใช้สิทธิที่ถูก
กำหนดไว้ตามสัญญา
พุทออปชั่น มูลค่าของพุทออปชั่นจะเพิ่มขึ้นเมื่อราคาหุ้นแม่ลดลง เนื่องจากผู้ซื้อพุทออปชั่นจะมีกำไรมากขึ้น
จากการใช้สิทธิขายหุ้นได้ในราคาสิทธิที่กำหนดไว้ตามสัญญา ขณะที่ต้นทุนจากการซื้อหุ้นในตลาดฯ เพื่อ
ส่งมอบมีมูลค่าต่ำลง
ราคาใช้สิทธิ(Exercise Price) คอลออปชั่น มูลค่าคอลออปชั่นจะเพิ่มขึ้นเมื่อราคาใช้สิทธิต่ำลง
เนื่องจากผู้ซื้อคอลออปชั่นสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นตามสัญญาออปชั่นได้ราคาต่ำกว่า
พุทออปชั่น มูลค่าของพุทออปชั่นจะเพิ่มขึ้น เมื่อราคาใช้สิทธิสูงขึ้น
เนื่องจากผู้ซื้อพุทออปชั่นสามารถใช้สิทธิขายหุ้นตามสัญญาได้ในราคาที่สูงกว่า
อายุสัญญา(Time to Expiry) คอลออปชั่น
มูลค่าคอลออปชั่นจะแปรผันตามระยะเวลาก่อนครบกำหนดสัญญาหรือส่วนของออปชั่นกล่าวคือหากระยะ
เวลาก่อนครบกำหนดสัญญายาวขึ้น
พุทออปชั่น มูลค่าคอลออปชั่นจะสูงขึ้น เนื่องจากอายุสัญญาที่ยาวขึ้น
จะทำให้ความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงในทิศทางทำให้ออปชั่นมีสถานะ In-The-Money มากขึ้น
มูลค่า พุทออปชัน อาจจะแปรผันตามระยะเวลาก่อนครบกำหนดสัญญาหรืออายุของออปชั่น หรือไม่ก็ได้
ขึ้นกับขนาดของผลกระทบระหว่างความน่าจะเป็นที่ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทำให้ออปชั่นมี
สถานะเป็น In-The-Money และมูลค่าปัจจุบันของรายได้ที่ผู้ถือออปชั่น จะได้รับจากการขายหุ้นตาม
พุทออปชั่น โดยอายุสัญญาที่ยาวขึ้น ทำให้ความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทำให้
ออปชั่นมีสถานะเป็น In-The-Money มีมากขึ้น แต่อายุสัญญาที่ยาวขึ้น ก็ส่งผลให้มูลค่าปัจจุบัน (Present
Value) ของรายได้ที่ผู้ถือออปชั่นจะได้รับจากการขายหุ้นตามพุทออปชั่นลดลงไปด้วย
ดังนั้นพฤติกรรมของพุทพรีเมี่ยมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงขึ้นกับว่าขนาดของผลกระทบของปัจจัยใดมีมาก
กว่ากัน
ความผันผวนของราคาหุ้น (Volatility) คอลออปชั่นและพุทออปชั่น
มูลค่าของคอลและพุทออปชั่นจะแปรผันตามความผันผวนของราคาหุ้น กล่าวคือยิ่งความผันผวนของราคา
หุ้นมีมากขึ้น โอกาสที่ คอลออปชั่นนั้นมีสถานะ In-The-Money หรือโอกาสที่ผู้ซื้อจะได้กำไร จากการใช้สิทธิ
จะมีมากขึ้น
อัตราดอกเบี้ย(Interest Rate) คอลออปชั่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ คอลออปชั่นมีมูลค่าสูงขึ้น
เนื่องจากมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ของต้นทุนที่ผู้ถือออปชั่นต้องเตรียมไว้สำหรับจ่ายซื้อหุ้นตาม
คอลออปชั่น มีค่าลดลง
พุทออปชั่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ พุทออปชั่นมีมูลค่าต่ำลง เนื่องจากมูลค่าปัจจุบัน (Present
Value) ของรายได้ที่ผู้ถือออปชั่นจะได้รับจากการใช้สิทธิขายหุ้นตามพุทออปชั่น มีค่าลดลง
เงินปันผล คอลออปชั่น การจ่ายเงินปันผลของหุ้นจะส่งผลให้มูลค่าของคอลออปชั่นลดลง เนื่องจากราคา
ตลาดของหุ้นจะปรับตัวลดลง เท่ากับจำนวนเงินปันผลจ่าย ส่งผลกระทบให้ค่าคอลพรีเมี่ยมปรับตัวลดลง
ตามไปด้วย
พุทออปชั่น
การจ่ายเงินปันผลของหุ้นจะส่งผลให้มูลค่าของพุทออปชั่นเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาตลาดของหุ้นจะปรับตัวลดลง
เท่ากับจำนวนเงินปันผลจ่าย ส่งผลกระทบให้ค่าพุทพรีเมี่ยมปรับตัวเพิ่มขึ้น

|