พร้อมหรือยังสำหรับการลงทุนในหุ้น???
"ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า SET Index
ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นที่คำนวณถัวเฉลี่ยราคาหุ้นสามัญ แบบถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่ชำระแล้ว
(Paid-up Capital) คือ เป็นการเปรียบเทียบมูลค่าตลาดรวมในปัจจุบัน (ราคาตลาด x จำนวนหุ้นที่จดทะเบียน
ณ วันปัจจุบัน) กับมูลค่าตลาดรวมวันฐานก่อนที่เราจะทำการลงทุนใดๆ ในตลาดหลักทรัพย์
เราจำเป็นที่จะต้องรู้ ข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ (Basic Information) เพื่อการลงทุนซะก่อน
นอกเหนือจากการที่เราได้รู้จักตลาดหลักทรัพย์, กระบวนการซื้อขาย
รวมทั้งการได้สมัครเข้าเป็นลูกค้าของบริษัทสมาชิก หรือโบรกเกอร์แล้ว เพราะ การที่เรารู้
และเข้าใจถึงข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญนั้นจะเป็น
ประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ในการซื้อขายหลักทรัพย์
ในครั้งนี้เราจะได้คุยกันถึงสิ่งที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยจนคุ้นหู และมักได้พบเห็นอยู่เสมอๆ
เมื่อมีการรายงานหรือพูดถึงตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งข้อมูลพื้นฐานที่เราจะต้องทำความเข้าใจ
และใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญเบื้องต้น 2ประการด้วยกันคือ
การพิจารณาภาพรวมของตลาด
การพิจารณาคุณภาพหุ้นรายตัว
คราวนี้ เรามาพิจารณาภาพรวมของตลาดกันก่อนดีกว่า เพราะหากเราต้องการทำความเข้าใจในสิ่งใด
วิธีการหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้นคือรู้ถึงสิ่งๆ นั้น ในภาพกว้างก่อนแล้วค่อยเจาะลึกในรายละเอียด
การพิจารณาภาพรวมของตลาด
ส่วนใหญ่เมื่อเราพูดถึงตลาดหลักทรัพย์สิ่งแรกที่เรามักนึกถึงกันก็คือ หุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
และเมื่อนึกถึงอะไรที่กว้างกว่านั้น ก็คงหนีกันไปไม่พ้นกับ "ดัชนีราคาหุ้น" ซึ่งในที่นี้ที่นิยมกัน
และที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ คือ "ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า
SET Index ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นที่คำนวณถัวเฉลี่ยราคาหุ้นสามัญ
แบบถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่ชำระแล้ว (Paid-up Capital) คือ
เป็นการเปรียบเทียบมูลค่าตลาดรวมในปัจจุบัน (ราคาตลาด x จำนวนหุ้นที่จดทะเบียน ณ วันปัจจุบัน)
กับมูลค่าตลาดรวมวันฐาน ถ้าใครสนใจอยากรู้ว่าคิดกันได้ยังไงก็สามารถลองคิดง่ายๆได้ดังนี้

โดยที่ Pit คือ ราคาตลาดวันปัจจุบันของหุ้นสามัญจดทะเบียนลำดับที่ i
Qit คือจำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนลำดับที่ i
Pio คือ ราคาตลาดของหุ้นสามัญจดทะเบียนลำดับที่ i ณ วันที่ 30 เมษายนพ.ศ. 2518
Qio คือ จำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนลำดับที่ i ณ วันที่ 30 เมษายนพ.ศ. 2518
i คือ ลำดับบริษัท เช่นบริษัทที่ 1,2,3,…..ถึง n
ยกตัวอย่างเช่น สมมติตลาดหลักทรัพย์มีหุ้นสามัญจดทะเบียนอยู่ 2 หลักทรัพย์ คือ หลักทรัพย์ ABC
ซึ่งจดทะเบียน 10,000 หุ้น ราคา ณ วันจดทะเบียน 100 บาท ราคาตลาด 110 บาท และหลักทรัพย์ กอขอคอ
จดทะเบียน 20,000 หุ้น ราคา ณ วันจดทะเบียน 100 บาท ราคาตลาด 150 บาท
เราจะสามารถหาดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ได้คือ

= (110 x 10,000) + (150 x 20,000) X 100
(100 x 10,000) + (100 x 20,000)
= 136.67
ดังนั้น ถ้าในตลาดหลักทรัพย์ยิ่งมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนมาก
เราก็ต้องนำมาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกันมากตัวขึ้น และจากสูตรจะเห็นได้ว่า หุ้นใหญ่ๆ
หรือหุ้นที่มีทุนจดทะเบียนสูงๆหากมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงก็จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของ
SET Index มากกว่าการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของหุ้นเล็กๆ หรือหุ้นที่มีทุนจดทะเบียนต่ำๆ
และนอกจากราคาหุ้นจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index แล้ว
การคำนวณดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์จะมีการปรับตัวตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เช่น
การมีหลักทรัพย์จดทะเบียนเข้าใหม่ การที่ราคาตลาดของหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงต่อวัน
การที่หลักทรัพย์ถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นต้น
เมื่อเรารู้จัก SET Index กันแล้ว ก็คงจะพอทำให้เราทราบกันบ้างแล้วว่า ที่เขาพูดกันว่า
"วันนี้ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ตก" หรือ "ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ขึ้น" หมายความว่าอย่างไร
และยังทำให้เราพอรู้ด้วยว่า การที่ดัชนีขึ้น หรือลงนั้น เหตุผลพื้นฐานมันเกิดจากอะไรได้บ้าง
เห็นไหมว่าเรื่องแบบนี้เราก็สามารถเรียนรู้กันได้ และไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แล้วคราวหน้า
เราจะมาดูกันต่อว่ามีอะไรอีกบ้างที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับภาพรวมของตลาด

|