การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (How to Open an Account)
บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account) เป็นบัญชีที่โบรกเกอร์เปิดเพื่อให้สินเชื่อกับลูกค้าในการลงทุนซื้อหลักทรัพย์
โดยลูกค้าอาจต้องจ่ายเงินซื้อหลักทรัพย์เองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งที่เหลือโบรกเกอร์นั้นจะเป็นคนจ่าย
ซึ่งเงินที่โบรกเกอร์จ่ายให้นั้นก็คือ เงินที่เราขอกู้ จากโบรกเกอร์มาจ่ายนั่นเองหลังจากที่เรารู้แล้วว่า
เราจะเลือกทำการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโบรกเกอร์ หรือซับโบรกเกอร์ ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนที่สำคัญอีก
ขั้นตอนหนึ่ง คือการดำเนินการเพื่อเปิดบัญชีในการซื้อขายหลักทรัพย์
ซึ่งโบรกเกอร์และซับโบรกเกอร์แต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขในการพิจารณาเปิดบัญชีให้กับเรา ซึ่งเป็นลูกค้าแตก
ต่างกันไปแต่ในหลักการใหญ่ๆ
แล้วจะเหมือนๆ กัน โดยจะดูจากฐานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของลูกค้า ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า
แล้วจะดูหรือตรวจสอบกันจากอะไร หรือดูจากภาพลักษณ์ภายนอก เช่น แต่งตัวดี มีรถขับ มีหน้ามีตาในสังคม เหล่านี้ก็ใช่
แต่เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่ที่เราจะต้องมาดูกันจริงๆ ก็คือ หลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงทรัพย์สิน
ดูรายได้ว่าเข้ามาเป็นประจำหรือไม่ ดูตำแหน่งหน้าที่การงาน และดูถึงบุคคลที่เป็นผู้ค้ำประกันว่ามีฐานะ
มั่นคงหรือไม่เป็นสำคัญเพื่อที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการอนุมัติวงเงินในการซื้อขายหลักทรัพย์
นอกจากนั้นแล้วโบรกเกอร์ยังจะต้องศึกษาข้อมูลของลูกค้า เพื่อทำความรู้จักกับลูกค้าให้มากขึ้นในเรื่องต่างๆ
ได้แก่ เป้าหมายการลงทุน ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์และระดับการยอมรับความเสี่ยง
รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เช่น อายุ ระดับการศึกษา ภาระหนี้สิน
เพราะข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าทั้งหมดจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับโบรกเกอร์ในการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าว่าควร
จะลงทุนในลักษณะไหนดีจึงจะเหมาะสม
แต่ก่อนที่เราจะทำการซื้อขายได้ เราต้องมารู้จักการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ หรือซับโบรกเกอร์กันก่อน
โดยการเปิดบัญชีนั้นโบรกเกอร์จะให้เราเปิดบัญชีแต่ละประเภทเพียงหนึ่งบัญชีเท่านั้น
และไม่ให้เปิดบัญชีร่วมกับบุคคลอื่นด้วยซึ่งก็สามารถแบ่งได้เป็น 2ประเภทใหญ่ๆคือ
บัญชีเงินสด (Cash Account) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นการจ่ายเงินสดแน่นอน เพราะฉะนั้น
เมื่อนักลงทุนสั่งซื้อหลักทรัพย์ นักลงทุนจะต้องนำเงินมาชำระกับโบรกเกอร์ ตามวันเวลาที่กำหนด
หรือก่อนวันที่ครบกำหนดชำระก็ได้ นั่นคือ การซื้อขายหลักทรัพย์จะต้องชำระค่าซื้อภายใน 3 วัน
นับจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์ (Transaction date) ส่วนวันที่ครบกำหนดชำระเงิน เราจะเรียกว่า Settlement Date
โดยบัญชีเงินสดนี้ โบรกเกอร์จะพิจารณาอนุมัติวงเงินที่เหมาะสมกับฐานะการเงิน
และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account) เป็นบัญชีที่โบรกเกอร์เปิดเพื่อให้สินเชื่อกับลูกค้าในการลงทุนซื้อหลักทรัพย์
โดยลูกค้าอาจต้องจ่ายเงินซื้อหลักทรัพย์เองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งที่เหลือโบรกเกอร์นั้นจะเป็นคนจ่าย
ซึ่งเงินที่โบรกเกอร์จ่ายให้นั้นก็คือ เงินที่เราขอกู้ จากโบรกเกอร์มาจ่ายนั่นเองซึ่งวิธีนี้จะต่างจากวิธีแรก คือ
วิธีการเปิดบัญชีเงินสดนั้น ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินสดหมดเลยในการซื้อหลักทรัพย์ แต่วิธีที่ 2
คือวิธีการเปิดบัญชีมาร์จิ้นนั้น ลูกค้าจะจ่ายเงินเพียงส่วนเดียวก่อน
ส่วนที่เหลือจะกู้กับทางโบรกเกอร์ในการซื้อหุ้นแบบบัญชีเงินเชื่อ หรือบัญชีมาร์จิ้นนี้ ทาง กลต.
จะกำหนดมาร์จิ้น (Margin) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหลักทรัพย์ที่สำคัญมี 2ประเภทใหญ่ๆคือ
Initial Margin
Minimum Marginหรือ Maintenance Margin
ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับมาร์จิ้น ทั้ง 2 แบบนี้อย่างละเอียดในคราวหน้าว่ามันมีความเกี่ยวข้อง
และสำคัญอย่างไรกับการซื้อหลักทรัพย์แบบให้สินเชื่อ ดูแล้วอาจจะยุ่งยากซับซ้อนไปหน่อย
แต่ถ้าเรามีความเข้าใจในเบื้องต้นแล้ว มันก็ไม่น่าจะยากอะไรสำหรับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ

|