ข้อดีและข้อเสียในการใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโบรกเกอร์และซับโบรกเกอร์
ถ้าเราได้เจ้าหน้าที่การตลาดที่รู้ใจกันดีและเชื่อถือได้ เราก็จะเป็นผู้ลงทุนที่โชคดี มีความสุข
และสามารถคลายความกังวลไปได้ไม่น้อยทีเดียวหลังจากที่เราซึ่งเป็นนักลงทุนทั่วไป
ตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เราก็ต้องรู้ว่า
เราจะเลือกใช้โบรกเกอร์แบบไหนต่อไป ซึ่งต่อจากนี้เราจะลองมาดูกันว่า
ระหว่างการใช้บริการในการซื้อขายหลักทรัพย์จากโบรกเกอร์ และซับโบรกเกอร์นั้น มีจุดได้เปรียบเสียเปรียบ
และเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร???
หากเลือกใช้โบรกเกอร์ มีข้อดี คือ คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของเรานั้น
จะสามารถส่งต่อถึงตลาดหลักทรัพย์ได้โดยตรง จึงรวดเร็วกว่า แต่ถ้าเราเลือกใช้ซับโบรกเกอร์
ก็อาจต้องเสียเวลานานกว่า เพราะต้องไปผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์อีกทีหนึ่ง
แต่ก็มีข้อดี ตรงที่ว่า ซับโบรกเกอร์มักจะมีลูกค้าน้อยรายกว่า ทำให้เราสามารถได้รับการบริการอย่างทั่วถึง
และเป็นกันเองมากกว่า ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาจะสามารถดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับลูกค้าอย่างเราๆ
ได้ดีกว่าด้วย
นอกจากนี้ การที่เราเลือกใช้ซับโบรกเกอร์ ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ
ซับโบรกเกอร์สามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ได้มากกว่า 1 ราย (ตามหลักเกณฑ์ของ กลต.
ได้กำหนดไว้ว่า ซับโบรกเกอร์ 1 ราย สามารถส่งคำสั่งซื้อขายกับโบรกเกอร์ ไม่เกิน 3 ราย) ดังนั้น
ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่น
ระบบคอมพิวเตอร์ของโบรกเกอร์แห่งใดแห่งหนึ่งเสียหรือเกิดปัญหาใดๆ ที่ไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้
การที่เราเป็นลูกค้าของซับโบรกเกอร์จะไม่มีปัญหา เพราะ
ซับโบรกเกอร์ยังมีโบรกเกอร์รายอื่นที่สามารถส่งผ่านคำสั่งซื้อขายได้อยู่
นอกจากเราจะต้องเลือกว่าจะใช้บริการจากโบรกเกอร์ หรือซับโบรกเกอร์แล้ว
เราควรจะต้องพิจารณาถึงตัวบุคคลที่เราจะทำการติดต่อด้วย หรือที่เราเรียกว่า "เจ้าหน้าที่การตลาด"
ซึ่งเป็นผู้ดูแลบัญชีการลงทุนของเรา และจะใกล้ชิดกับเรามากที่สุด เพราะจะเป็นคนที่คอยให้ข้อมูล
ให้คำปรึกษา รวมทั้งทำหน้าที่ในการส่งต่อคำสั่งซื้อขาย ติดตาม และยืนยันผลการซื้อขายกับเรา
ด้วยเหตุนี้ถ้าเราได้เจ้าหน้าที่การตลาดที่รู้ใจกันดี และเชื่อถือได้ เราก็จะเป็นผู้ลงทุนที่โชคดี
มีความสุขและสามารถคลายความกังวลไปได้ไม่น้อยทีเดียว หลายคนอาจจะสงสัยว่า
แล้วอย่างนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า เจ้าหน้าที่การตลาดคนไหนดีและเหมาะสมที่เราจะเลือกใช้มากน้อยแค่ไหน
ก็ขอแนะนำการเลือกเจ้าหน้าที่การตลาดไว้พอสังเขปดังนี้
- ควรเป็นคนที่มีสุขภาพพลานามัยดี ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ หรือลาป่วยบ่อยๆ
เพราะอาจทำให้เราเสียอารมณ์มากเวลาไม่สามารถตามตัวในยามคับขันได้
- ควรมีประสบการณ์ในอาชีพนี้อย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป เคยมีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ควรมีอายุ 27 ปีขึ้นไป
เพราะเป็นวัยที่วุฒิภาวะเพียงพอ
- ควรมีพื้นฐานการศึกษาที่ดีและตรงสายงาน เช่น เรียนจบทางด้านการเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ การตลาด
เป็นต้น
- สามารถตอบคำถามหรือวิเคราะห์ข้อมูลได้ชัดเจน มีเหตุผลน่าเชื่อถือ และมักจะถูก
ไม่ควรมีลูกค้าในความดูแลมากเกินไป
- ผ่านการยอมรับจากกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะในเรื่องความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์
และมีจรรยาบรรณในวิชาชีพซึ่งคุณสามารถสอบถามจากเพื่อนนักลงทุนรอบข้างได้
หลังจากที่ท่านได้ทราบแบบนี้แล้ว ก็คงทำให้รู้ว่า ท่านจะสามารถลงทุนในหลักทรัพย์
ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร และหากต้องการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
จะเลือกเปิดบัญชีการซื้อขายหลักทรัพย์โดยผ่านโบรกเกอร์ หรือซับโบรกเกอร์ดี นอกจากนี้
สำหรับท่านใดที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่การตลาดประจำตัว ท่านสามารถใช้เกณฑ์โดยทั่วๆ
ไปคัดเลือกเจ้าหน้าที่การตลาดประตัวของท่านได้อีกด้วย
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

|