คัดเลือกผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ธุรกิจของคุณ ตอนที่ 2
ฉบับนี้จะพูดถึงการพิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ธุรกิจของคุณ ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนอื่น
ผมจะขอย้อนถึงกฎเกณฑ์ 4 ข้อแรก ในการพิจารณาคัดเลือกจากฉบับที่แล้ว
เพื่อเป็นการเตือนความทรงจำของคุณ
พิจารณาขนาดของบริษัท คุณจะต้องเลือกบริษัทที่เหมาะสมกับงานหรืองบประมาณของคุณ
และไม่จำเป็นเสมอไปที่บริษัทขนาดใหญ่จะให้คุณภาพของงานดีเสมอ
พิจารณาประวัติความเป็นมาของบริษัท คุณต้องคัดเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ
นั่นคือความผูกมัด (Commitment) ที่มีต่องานของคุณ เพิ่มความระมัดระวังกับบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ๆ
พิจารณาสถานที่ตั้งของบริษัท ไม่เป็นความจริงเลยที่บริษัทจะตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้
ถ้าทำงานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ความเป็นจริงแล้วบริการหลังการขาย ราคาค่าบริการและอื่นๆ
ก็ยังขึ้นอยู่กับที่ตั้งของบริษัทเหมือนกัน
พิจารณารายชื่อลูกค้าอ้างอิง
คัดเลือกบริษัทผู้พัฒนาโดยให้คะแนนกับบริษัทที่มีจำนวนลูกค้าปัจจุบันที่ยังใช้บริการอยู่
อย่าพิจารณาจากลูกค้าที่ให้บริการทั้งหมดเพียงอย่างเดียว และให้คะแนนเพิ่ม
หากลูกค้าปัจจุบันเหล่านั้นอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันกับคุณ
เพราะบริษัทผู้พัฒนานี้จะเข้าใจคุณมากกว่าบริษัทอื่นๆ
เรามาต่อ 2กฎเกณฑ์สุดท้ายในการคัดเลือกบริษัทผู้พัฒนาเว็บไซต์
พิจารณาความชำนาญ การประสบความสำเร็จบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญ 3 ด้าน คือ
ความชำนาญด้านการออกแบบ ความชำนาญด้านการตลาดและความชำนาญด้านเทคนิค
จากประสบการณ์แล้ว ส่วนเทคนิคการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (Application) จะมีความสำคัญที่สุด
เพราะไม่ยากเลยที่คุณจะหานักออกแบบกราฟฟิคที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณสวยและน่าสนใจ
และก็ไม่ยากเลยที่คุณจะหาหนังสือการตลาดออนไลน์ดีๆ
มาอ่านเพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณมีผู้เข้าชมจำนวนมากๆ แต่สำหรับโปรแกรมประยุกต์แล้ว
คุณจะหาหนังสือที่ดีที่สุดมาอ่านอย่างไรก็ไม่เท่ากับผู้ที่มีประสบการณ์เขียนโปรแกรมเอง
และนักเขียนโปรแกรมที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีในโปรแกรมประยุกต์ก็ไม่ได้หากันง่ายๆ
ดังนั้นการเขียนโปรแกรมประยุกต์จึงเป็นหัวใจหลักที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
คุณจะต้องพิจารณาบริษัทที่มีความชำนาญในโปรแกรมประยุกต์ที่คุณต้องการจริงๆ
อย่าไปเสียเวลากับบริษัทที่ไม่มีความชำนาญแล้วปล่อยให้เค้าศึกษาโปรแกรมไปพร้อมกับคุณเลย
หากคุณไม่มั่นใจก็แนะนำให้ปรึกษาผู้ที่มีความรู้ด้านเทคนิคมาช่วยคุณพิจารณาด้วยจะดีกว่า
พิจารณาความเข้ากันขององค์กร
ประเด็นสุดท้ายของการพิจารณาคือความเข้ากันระหว่างคุณและผู้พัฒนาเว็บไซต์
เพราะว่าเว็บไซต์ของคุณจะต้องอยู่ในความดูแลของเขา หากคุณไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
ก็คงจะยากที่ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นหรือเว็บไซต์จะประสบความสำเร็จ
ข้อพิจารณานี้คงจะเปิดกว้างไว้เป็นความชอบส่วนบุคคลครับ
หลังจากที่คุณคัดเลือกบริษัทผู้พัฒนาเว็บไซต์ของคุณแล้ว คุณอาจจะคัดเลือกมากหนึ่งรายในขั้นต้นก็ได้
คราวนี้ก็มาถึงการเจรจาต่อรอง เพื่อที่จะตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย
ต่อไปนี้คือประเด็นที่คุณควรจะเจรจาต่อรองกับบริษัทผู้พัฒนา
การชำระเงิน จงอย่าชำระเงินล่วงหน้าทั้งหมด โดยที่คุณยังไม่เห็นผลงาน
บ่อยครั้งที่บริษัทผู้พัฒนาได้รับเงินไปแล้วจะเริ่มให้บริการที่ช้าลง ขาดความรับผิดชอบ
อีกทั้งการเขียนโปรแกรมมักจะมีความสลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงความต้องการตลอดเวลา
อาจจะทำให้ผลงานล่าช้า
แนะนำว่าให้ชำระเงินล่วงหน้าส่วนหนึ่งก่อนและชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อส่งมอบงานเสร็จ บางกรณี
หากเว็บไซต์ของคุณมีโปรแกรมประยุกต์ที่สลับซับซ้อน คุณอาจจะกันเงินส่วนหนึ่งไว้จ่ายภายหลัง
หลังจากที่เปิดบริการเว็บไซต์ไประยะหนึ่งแล้ว เพราะบางครั้งโปรแกรมอาจจะมีปัญหาได้
เมื่อมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก
ลิขสิทธิ์ของโปรแกรม หากเว็บไซต์ของคุณมีโปรแกรมประยุกต์ (Application)
ที่สลับซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
แนะนำให้คุณเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ของโปรแกรมคุณด้วย ว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะขายต่อไหม
มีสิทธิ์ที่จะนำไปใช้กับเว็บไซต์อื่นๆ ได้หรือเปล่า คุณต้องป้องกันการนำไปใช้อีกครั้งโดยบริษัทผู้พัฒนาด้วย
แต่ในทางตรงกันข้าม คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าโปรแกรมประยุกต์ของคุณถูกลิขสิทธิ์ด้วยหรือเปล่า
ไม่มีการนำโปรแกรมจากลูกค้ารายอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
เว็บไซต์ต้องพร้อมที่จะย้าย ประเด็นนี้หมายถึงเว็บไซต์ของคุณจะต้องสามารถย้ายเครื่องเซิรฟ์เวอร์
หรือผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เว็บไซต์ได้ทุกเมือ ในโลกธุรกิจแล้ว
ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าบริษัทผู้พัฒนานี้จะอยู่กับคุณได้นานแค่ไหน
ดังนั้นคุณจะต้องพร้อมเสมอที่จะย้ายเว็บไซต์ไปที่ไหนก็ได้ โดยเว็บไซต์ของคุณจะยังเปิดให้บริการได้ตลอด
ไม่สะดุด ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก คุณต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องใช้ฐานข้อมูล
(Database Server) มาก
ข้อตกลงเมื่อค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณ
บ่อยครั้งที่ระหว่างการพัฒนาเว็บไซต์จะมีการใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้
แน่นอนว่าคุณจะต้องกันงบประมาณบางส่วนไว้ แต่ทางที่ดีคุณจะต้องเจรจากับบริษัทผู้พัฒนาว่า
หากมีค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณหรือมีแนวโน้มว่าจะเกินให้แจ้งคุณทันที
อย่าปล่อยให้บริษัทพัฒนาเว็บไซต์จนเสร็จแล้วค่อยมาเบิกค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากคุณทีหลัง
คุณคงจะได้ประเด็นหลักๆ ในการคัดเลือกบริษัทผู้ที่จะพัฒนาเว็บไซต์ให้คุณแล้ว
และประเด็นในการเจรจาขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
หากคุณไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีความมั่นใจ
แนะนำว่าหาที่ปรึกษาทางออนไลน์มาช่วยคุณพิจารณาด้วยจะดีที่สุด
อย่ามองว่าการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยงบประมาณที่น้อยนี้จะไม่มีความสำคัญ
เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเว็บไซต์ภายหลังอาจจะมากกว่าเงินที่คุณเสียไปในครั้งแรกอีก
ที่มา........ศูนย์ธรรมศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

|