free web hosting | website hosting | Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron AffairE-Leaderต้องรู้รอบไอทีและรู้ดีธุรกิจ

โดย ประสิทธิ์ วรฉัตรวณิช

รุ่นพี่ที่ผมนับถือมากท่านหนึ่ง เปรยว่า “ไอ้การที่ดอตคอมบ้านเรามันล้มเหลว

ก็เพราะคนทำส่วนใหญ่เป็นพวกไอทีที่ไม่มีความรู้ในเชิงธุรกิจ” ประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง

แต่ครึ่งเดียวพอนะครับ เพราะผมก็เชื่อว่า คนที่รู้ธุรกิจ แต่ไม่สนิทกับไอที ให้ลองมาทำดูสักที

ก็อาจเอาดีไม่ได้เหมือนกัน…

อ้าว! ถ้าอย่างนั้น คนประเภทไหน ? แล้วใครล่ะครับที่น่าจะทำธุรกิจทางด้านนี้ได้ ถ้าให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน

และไม่ต้องใช้จินตนาการในการตอบมากมาย ผมว่า ผู้นำดอตคอม คือ ผู้ที่มองเห็นสองโลกนี้เป็นเนื้อเดียว คือ

ต้องรู้รอบทั้งไอที และรู้ดีในธุรกิจ ซึ่งผมอยากเรียกคนพวกนี้ว่า “eLeader”

เพราะการตัดสินใจในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง และรวดเร็วเฉกเช่นทุกวันนี้

ต้องอาศัยความแม่นยำในทางการมองธุรกิจและตัดสินใจถูกต้องฉับไวในเรื่องไอที

ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้นำที่มี คุณสมบัติทั้งสองด้านนี้หลายท่านด้วยกัน

ซึ่งบางท่านก็เติบโตมาจากสายเทคนิค และอีกหลายๆท่านเติบโตมาจากสายบริหาร

คราวนี้ผมเลยถือโอกาสเล่าให้ฟังถึงลักษณะของคนทั้ง 2 แบบที่ได้มีโอกาสสัมผัส และร่วมงานด้วย

คุณสมบัติที่เล่าให้ฟังนี้ อาจจะใช่คุณ หรือไม่ ? ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ

เขาเหล่านี้มีตัวตนจริงในโลกนี้และหลายคนประสบความสำเร็จไปแล้ว

ธุรกิจดอตคอมต้องการผู้บริหารที่มีความรู้ทั้ง 2 ด้านในตัวเอง อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วข้างต้น

แต่ถ้าพิจารณาเอาเป็นด้านๆ ที่มีอยู่ในคน 2 แบบนี้ก็พอจะวิเคราะห์ให้เห็นเป็นแนวทางได้ดังนี้

ถ้าเขาเป็นคนไอทีแบบที่เรียกว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือไอทีกูรู ที่ไม่มีพื้นธุรกิจ แนวคิดของคนพวกนี้ จะเป็นเชิงลึก

ให้ความสำคัญกับการผลิต แต่ลืมคิดที่จะขาย ในทางตรงข้ามถ้าเขาผู้นั้นเป็นผู้รู้ธุรกิจ เขาก็คิดแต่จะขาย

แม้จะยังไม่ได้ผลิตก็ตาม

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บ่อยครั้งก็คิดแต่สรรค์สร้างในสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ จนลืมกฎข้อที่ว่า “สินค้า

หรือบริการที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการก็ได้” ใน ขณะที่ผู้รู้ธุรกิจที่มักจะขายไปก่อนสินค้าจะผลิต

บางทีต้นทุนที่เกิดจากสินค้า หรือบริการที่เสนอไปนั้นอาจจะมากกว่าราคาขายก็ได้

ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเห็นคนสองกลุ่มนี้ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

แทนที่จะคาดหวังกันไปมาว่าต่างฝ่ายน่าจะรู้ดีในเรื่องที่แต่ละฝ่ายเชี่ยวชาญกันอยู่

จากประสบการณ์ผมมีลูกน้องที่เป็น นักเทคนิคหลายคน และต้องขอชมผ่านคอลัมน์ของตัวเองว่า

ทุกคนเก่งระดับพระกาฬเลยทีเดียว แต่ปัญหาคือ บ้างก็เกือบจะเป็นใบ้ เพราะไม่ชอบพูดกับคน

ส่วนใหญ่แล้วชอบอ่านหนังสือเทคนิค แต่ไม่กระดิกหนังสือการตลาด ทำได้ทุกเรื่องที่ไม่ได้เป็นเรื่องที่อยากให้ทำ

มักคิดเร็ว…แต่ทำช้า หรือไม่ก็…คิดไม่ออก รอบอกให้ทำซึ่งแต่ละแบบก็จะต้องปรับกันไปตามความเหมาะสม

ขอชี้แจงนิดนึงนะครับว่า ตรงนี้ผมไม่ได้มีเจตนาตำหนิใคร เพราะผมก็เคยเป็นคนพวกนี้มาก่อน

และอยู่ในพวกเหล่านี้ด้วย แต่ขอไม่บอกว่าเป็นแบบไหน ? อย่าลืมนะครับว่า No One is Perfect แต่คนเราแค่

Perform ก็โอเคแล้ว ส่วนใหญ่นักบริหารที่เชี่ยวชาญธุรกิจจะมีปัญหากับคนกลุ่มนี้มาก

เหตุด้วยไม่เข้าใจธรรมชาติของทั้งคน และงานของพวกเขา

ผู้บริหารทางด้านอีบิซิเนสที่ผมรู้จักหลายคนบ่นถึงเรื่องเหล่านี้ให้ผมได้ยินอยู่เป็นประจำ

ประเด็นคือ ผู้บริหารหลายท่าน มองงานพัฒนาระบบ หรือเขียนโปรแกรมว่า เป็นงานที่ชัดเจนตรงไปตรงมา

ไม่ต้องคิดมาก การประเมินเวลาเลยผิดพลาด รวมไปถึงเรื่องต้นทุนก็ผิดพลาดไปด้วย เนื้องานมากกว่าเนื้อเงิน

หรือตัดสินใจซื้อของที่ไม่จำเป็นเข้ามา เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และสื่อสารกับนักเทคนิคไม่รู้เรื่อง

ผู้บริหารหลายท่านอยากได้ทุกอย่างที่ตัวท่านเองก็ทำไม่ได้… แต่รู้ว่าถ้าทำได้ก็น่าจะขายได้!

ขอยกตัวอย่าง eLeader สักคนก็แล้วกัน เชอรี่ แซง ซีอีโอเว็บไซต์ 800buy.com

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จในจีน เธอเชื่อว่า

ธุรกิจของเธอจะเป็นบริษัทแรกในประเทศจีนที่รู้วิธีหาเงินจากอีคอมเมิร์ซ

แชงกลับจากสหรัฐอเมริกาด้วยปริญญา 2 ใบคือปริญาโททางด้าน Computer Scienceและ MBA

นอกจากนี้เธอยังมีแบคกราวด์ทางด้านงานธุรกิจการลงทุนอีกด้วย ด้วยความที่เธอมีพื้นฐานที่ดีทั้ง 2 อย่าง

แนวคิดทั้งในเรื่องการวางระบบ และธุรกิจจึงถูกถ่ายทอดไปทั่วองค์กร เธอเลือกมือเก๋าธุรกิจ

หรือผู้รู้ธุรกิจดั้งเดิม(Old economy) มามองหากำไรให้กับ 800buy.com

และใช้ความรู้ทางด้านไอทีของเธอประสานงานกับผู้บริหารกลุ่มนี้ได้อย่างลงตัว

ในขณะที่เธอคุยกับคนไอทีรู้เรื่อง เธอก็สามารถอธิบายให้ฝ่ายธุรกิจเข้าใจด้วย และในทางกลับกัน

เธอสอนให้คนไอทีของเธอคิดเรื่องกำไรไปพร้อมๆ

กับการพัฒนาระบบนี่คือตัวอย่างที่ผมอยากจะนำมาเล่าให้ฟังในที่นี้ครับ

ครั้งนี้ก็ขออนุญาตพูดเรื่องคนนะครับ อาจจะทำให้เนื้อหา Beyond the clicks! ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ

แต่ความจริงมันเรื่องเดียวกันแหละครับ เพราะผมกำลังขาย ไอเดีย

หรือเชียร์ผู้อ่านให้เปิดความคิดที่จะยอมรับสิ่งใหม่ที่ปฏิเสธมาโดยตลอด

ไม่แน่นะครับ คุณอาจจะเป็น eLeader คนต่อไปก็ได้ใครจะไปรู้

ที่มา......หนังสือพิมพ์ BUSINESS THAI


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved