เตือนระวังอีเมลขยะป๊อป-อัพใช้วินโดว์สโจมตีพีซี
ชี้อันตรายยิ่งกว่าอีเมลขยะธรรมดา และโฆษณาแบบป๊อป-อัพ
นิวยอร์ก - ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เตือนผู้ใช้ระวังอีเมลขยะป๊อป-อัพใหม่ ใช้ฟังก์ชั่นรับส่งข้อความ
ของระบบปฏิบัติการวินโดว์ส โจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบุสามารถส่งข้อความถึงกันได้
แม้ไม่เปิดโปรแกรมเบราเซอร์อินเทอร์เน็ต
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์กรองอีเมล ขยะ
ค้นพบวิธีโจมตีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ "อีเมลขยะ (สแปม) ป๊อป-อัพ"
ด้วยการใช้คุณสมบัติรับส่งข้อความของระบบปฏิบัติการวินโดว์สเป็นเครื่องมือ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว
ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์แจ้งเตือนบริการให้กับผู้ใช้ในเครือข่าย
ทั้งนี้ ข้อความป๊อป-อัพ จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ในลักษณะเดียวกับโฆษณาป๊อป-อัพ
ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้เปิดดูเวบไซต์ แต่มีความแตกต่าง คือ ทุกคนสามารถส่งข้อความดังกล่าวได้
โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรมเบราเซอร์อินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด
นายแกรี่ ฟลินน์ วิศวกรด้านความปลอดภัยมหาวิทยาลัยเจมส์ เมดิสัน ให้ความเห็นว่า เทคนิคดังกล่าวนี้
อันตรายยิ่งกว่าอีเมลขยะ
"ข้อความป๊อป-อัพ ที่เกิดขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น
เปรียบเสมือนกับการที่มีใครบางคนเดินเข้ามาในสำนักงานและรบกวนการทำงานของคุณ" นายฟลินน์ กล่าว
ด้าน นายโซลแทน โคแวคส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ผลิตซอฟต์แวร์ใหม่ดังกล่าว กล่าวประณาม การใช้อีเมลขยะ
แต่ก็ยอมรับว่าได้มีลูกค้าบางส่วนซื้อซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปใช้งานแล้ว พร้อมเสริมว่า เครื่องมือของเขา
จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดส่งข้อความเตือนไปยังผู้ใช้ในเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคนิคสแปมใหม่ ซึ่งเวบไซต์ไวร์.คอม (Wired.com) รายงานเป็นแห่งแรกนั้น
เป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการผ่านระบบตรวจสอบในอุปกรณ์กรองอีเมลขยะของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ชั้นนำ และผู้ใช้ทั่วไป ที่นับวันจะมีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งยังใช้เล่ห์หลบหลีกกฎหมายรัฐ และอื่นๆ
ที่ออกแบบเพื่อควบคุมอีเมลขยะโดยเฉพาะ
กระนั้น อีเมลสแปมใหม่นี้ จะมีลักษณะไม่เหมือนกับอีเมลทั่วไป เนื่องจาก
ผู้ใช้สามารถรับข้อความได้เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถส่งรูปภาพหรือลิงค์ เหมือนโฆษณาแบบป๊อป-อัพ
หรืออีเมลได้
นายฟิลิปส์ สลอสส์ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอิสระในเมืองซาน ดิเอโก เปิดเผยว่า
ซอฟต์แวร์ดังกล่าวไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ได้
หากแต่ต้องใช้ร่วมกับโปรแกรมแมสเซนเจอร์ของระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ที่รวมไปถึงวินโดว์ส 2000
และเอ็กซ์พี ซึ่งตั้งค่าให้สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ
ขณะที่ นายลอว์เรนซ์ บาลด์วิน ประธานบริษัทมายวอทช์แมน.คอม กล่าวว่า
หากผู้ดูแลระบบสามารถใช้โปรแกรมแมสเซนเจอร์ได้ ผู้ใช้คนอื่นๆ
ก็สามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวผ่านทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากภายนอกได้เช่นกัน
ส่วน นายฟลินน์ แสดงความวิตกว่า
ในอนาคตแฮคเกอร์อาจนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้เพื่อดึงดูดใจผู้ใช้ให้เปลี่ยนรหัสผ่านของตัวเอง
หรือลดระดับความปลอดภัยลง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถทำให้โปรแกรมแมสเซนเจอร์ไม่สามารถทำงานได้ ด้วยการใช้คอนโทรล
เพเนลของระบบปฏิบัติการ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบกับซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัสหรืออื่นๆ
ซึ่งใช้การส่งข้อความในลักษณะเดียวกัน
ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|