free web hosting | free website | Business Hosting Services | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 การวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

สวัสดีครับท่านผู้อ่านเรื่องราวสามตอนต่อจากนี้ไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจ

บนอินเทอร์เน็ตครับ แต่สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนเตรียมบทความล่วงหน้า เหมือนกับอัดรายการไว้

ก่อนไม่ได้ออกสดๆ เนื่องจากมีภาระกิจต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ไม่ได้ตอบคำถามของท่านผู้อ่านที่ส่ง

เข้ามาทางอีเมล บทความฉบับนี้กลับมาเขียนสดๆ ตามเดิมแล้วก็ต้องเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามของท่าน

ผู้อ่านก่อนครับ

ตอบคำถาม การเชื่อมโยงระบบ E-Businessระหว่างแผนก

จดหมายฉบับนี้ท่านผู้อ่านถามเข้ามาว่า “ต้องการใช้ E-Business เข้ามาช่วยในการประสานงานระหว่าง

แผนกพัสดุและแผนกจัดซื้อ โดยให้ส่งเอกสารกันทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ว่าหน่วยงานผมมีขนาดใหญ่

แผนกจัดพัสดุจะมีโกดังอยู่ที่ชานเมืองแต่แผนกจัดซื้อนั้นอยู่ภายในตัวเมือง มีบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาเสนอ

ระบบส่งคำสั่งซื้ออัตโนมัติให้ ผมลองทดสอบดูแล้วใช้งานดีมาก แต่ต้องเช่าช่องสัญญาณพิเศษในการส่งข้อมูล

ค่าบริการในการเช่าช่องสัญญาณนี้แพงมาก ตกเดือนหนึ่งหลายหมื่นบาท

ก็ไม่ทราบว่ามีวิธีการอื่นในการส่งข้อมูลระหว่างสองแผนกที่ประหยัดกว่าหรือไม่รบกวนช่วยดูเอกสารที่ส่ง

มาให้ด้วยครับ”

เปลี่ยนมาใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแทนการเช่าช่องสัญญาณพิเศษ

ระบบที่บริษัทที่ปรึกษาแนะนำมา เท่าที่ผมดูจากเอกสารที่ส่งมาแล้วจะเป็นการเช่าลีสไลน์ (lease line)

ความเร็วสูงในการส่งข้อมูล ลีสไลน์คือสายนำสัญญาณเพื่อเชื่อมสัญญาณระหว่างจุดสองจุด

ซึ่งตามกฏหมายแล้วจะให้บริการโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับสัปทานจากรัฐฯเท่านั้น

บริษัทที่ปรึกษาจะเช่าลีสไลน์สายจากแผนกพัสดุไปยังแผนกจัดซื้อ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถส่งข้อมูลด้วยความ

เร็วสูงและมีความปลอดภัยในการส่งข้อมูล แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่ตรงที่ค่าบริการที่แพง เพราะการเช่าลีสไลน์นี้

ราคาจะขึ้นอยู่กับระยะทางการเชื่อมต่อและความเร็วในการเชื่อมต่อ ประกอบกับเมื่อเราเช่าใช้ลีสไลน์แล้ว

ลีสไลน์นี้เราจะได้ใช้งานคนเดียวโดยที่ไม่มีใครยุ่ง

เราสามารถหลีกเลี่ยงการเช่าลีสไลน์ที่ใช้เพียงคนเดียวมาเป็นการใช้ช่องทางสาธารณะร่วมกับคนอื่นได้ โดย

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั้งสองแผนกเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ต

แล้วใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการส่งข้อมูลเข้าหากันซึ่งราคาจะถูกกว่ามากเสียเฉพาะค่าโทรศัพท์ครั้งละ

สามบาทและค่าสมาชิกอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

ทดลองส่งเอกสารผ่านทางระบบอีเมลกันก่อนก็ได้ แต่ถ้าต้องการให้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบคือเชื่อมโยง

ระบบเครือข่ายของแผนกจัดซื้อกับแผนกพัสดุเข้าด้วยกัน ก็สามารถทำได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ลองให้

บริษัทที่ปรึกษาเสนอระบบ VPN (Virtual Private Network) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงระหว่างแผนก

จัดซื้อกับแผนกพัสดุดูซิครับรับรองว่าถูกว่าการใช้ลีสไลน์หลายเท่าตัวครับ

การวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

ผู้ประกอบการหลายท่านเป็นกังวลกับการประกอบธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตมากไม่ทราบว่าจะวางแผนการ

ตลาดอย่างไร เนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญในระบบอินเทอร์เน็ต ในความเป็นจริงนั้นการตลาดสำหรับ

ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตนั้นก็ไม่แตกต่างจากการตลาดสำหรับธุรกิจทั่วไปเท่าไรนัก

และผู้บริการไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้รายละเอียดลึกในเรื่องของเทคนิคถ้าเป็นแบบนั้นเดี๋ยวลูกน้อง

ไม่มีอะไรทำจะตกงานกันหมดเปล่าๆ

ผู้บริหารก็คือผู้บริหาร ที่ต้องทำหน้าที่กำหนดนโยบายและวางแผน ถ้าเคยวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจ

ธรรมดามาแล้ว ก็สามารถวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ยาก วันนี้เราจะมาพูด

ถึงขั้นตอนการวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตกันครับ การวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจ

บนอินเทอร์เน็ตนั้นเราจะเน้นที่จุดต่างๆ ดังนี้ การเตรียมตัวก่อนทำธุรกิจ, การเตรียมระบบสั่งซื้อ, การเตรียม

ระบบส่งของและการบริการหลังการขาย

การเตรียมตัวก่อนทำธุรกิจ

การเตรียมตัวก่อนการทำธุรกิจเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำ ถ้าเป็นธุรกิจทั่วไป ก็ต้องหาที่ตั้ง, จดทะเบียนการค้า

, โฆษณา, หาลูกค้า ฯลฯ เนื่องจากเป็นการประกอบธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตจึงต้องมีการเตรียมการตลาดในรูป

แบบของอินเทอร์เน็ตดังนี้ เลือกประเภทของธุรกิจ, เลือกศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต, จดทะเบียนโดเมน,

ลงข้อมูลเว็บไซต์ในเซิร์ชเอ็นจิ้น, โฆษณาเว็บไซต์และส่งอีเมลถึงลูกค้าหรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า

เลือกประเภทของธุรกิจ

ก่อนที่จะประกอบธุรกิจก็ต้องเลือกให้ได้ก่อนว่าเราต้องการที่จะประกอบธุรกิจประเภทไหนจะได้วางแผน

การตลาดกันให้ถูกต้อง ถ้าเริ่มต้นยังไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็อย่างพึ่งกระโดดข้ามขั้นตอนไปวางแผนการ

ตลาดอย่างอื่นหรือติดต่อลูกค้าเลย

เดี๋ยวลูกค้าถามว่าธุรกิจของเราทำอะไรแล้วตอบไม่ได้ละก็ยุ่งทีเดียวขั้นตอนการเลือกธุรกิจที่จะทำนั้นต้อง

ระบุให้ได้อย่างชัดเจนได้อย่างน้อยสามข้อดังต่อไปนี้

1.ขอบเขตของธุรกิจว่าครอบคลุ่มแค่ไหน

2.เป้าหมายทางการตลาดคืออะไร

3.ลูกค้ากลุ่มไหน

อย่างเพียงคิดอย่างเดียวนะครับ ต้องร่างออกมาเป็นเอกสารด้วย เพื่อป้องกันหลงลืมหรือป้องกันการทำผิด

เป้าหมายการจัดตั้งธุรกิจ เอกสารเหล่านี้จะมีความสำคัญอีกครั้งตอนที่เราจะหาผู้ร่วมทุน และเวลาร่างโครง

การกู้เงินมาลงทุนเพิ่มเติม และต้องหมั่นทบทวนว่าเราทำถูกต้องตามจุดประสงค์เดิมหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยน

แปลงจุดประสงค์ของธุรกิจก็ต้องแก้ไขเอกสารเหล่านี้ด้วย

เลือกศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต

การเลือกศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกับการเลือกทำเลที่ตั้งของร้านค้า แต่ในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นเป็น

การตั้งร้านค้าบนระบบเครือข่าย

การเลือกที่ตั้งของร้านค้าก็คือการเลือกว่าเราจะฝากข้อมูลของเราหรือเชื่อมโยงระบบเครือข่ายของเราเข้า

ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตใดโดยเรามีหลักในการเลือกศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตดังนี้

-ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังต่างประเทศของศูนย์บริการ

-ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ

-ความน่าเชื่อถือ

-ความสามารถในการให้บริการลูกค้า

-การบริการหลังการขาย

ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตจะมีการให้บริการตั้งร้านค้าบนอินเทอร์สองประเภทคือ 1.ให้เชื่อมโยงระบบของเรา

เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ และ 2.ให้บริการเช่าใช้อุปกรณ์ซึ่งเหมาะสำหรับ

ธุรกิจขนาดเล็ก

ซึ่งการเลือกใช้ศูนย์บริการก็ต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกันนะครับ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลกับการเลือกศูนย์

บริการอินเทอร์เน็ตมากเกินไป ถ้าเกิดว่าเลือกใช้ไปแล้วไม่พอใจขึ้นมา เราก็สามารถเปลี่ยนศูนย์บริการ

อินเทอร์เน็ตได้ โดยเพียงการย้ายข้อมูลต่างๆ เท่านั้นสะดวกกว่าการย้ายร้านค้าจริงมากครับ

จดทะเบียนโดเมน

ขั้นตอนต่อไปเราก็ต้องจดทะเบียนโดเมนเนมซึ่งก็เหมือนกับการจดชื่อเครื่องหมายการค้าบนอินเทอร์เน็ต

เช่น www.cnn.com, www.manager.co.th ฯลฯ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะตั้งชื่อให้จำง่ายและสื่อความหมาย

ทางธุรกิจ ไม่ใช่ว่าตั้งชื่อเว็บไซต์เป็น book.comแล้วทำธุรกิจขายเสื้อผ้าละก็คงไม่มีใครหาเจอแน่ๆ

การจดทะเบียนโดเมนในปัจจุบันนี้ค่อนข้างยาก ไม่ใช่ว่าขั้นตอนหรือมีการพิจารณายุ่งยากหรอกครับ

แต่ว่าชื่อดีๆ นั้นมีคนจดทะเบียนไว้หมดแล้ว ชื่อโดเมนนี้เชื่อมโยงกันทั่วโลกถ้าใครจดไว้แล้วคนหนึ่ง

เราก็ไปซ้ำจดไม่ได้อีกเหตุการณ์นี้มักเกิดกับการจดชื่อโดเมนเนมที่เป็น .com

ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงการจดชื่อซ้ำ เราก็สามารถจดทะเบียนลงท้ายเป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่น เราต้องการตั้งร้าน

ขายดอกไม้บนอินเทอร์เน็ต ถ้า flower.com มีคนจดชื่อไปแล้ว เราก็อาจจดทะเบียนเป็น flower.co.th,

flower.net, flower.biz, flower.info, flower.to ก็ได้ หรือถ้าอยากใช้ flower.com จริงๆ ก็สามารถติดต่อ

ซื้อชื่อโดเมนกับผู้ที่จะทะเบียนไว้ได้ ท่านทราบหรือไม่ว่าชื่อโดเนนในอินเทอร์เน็ตนั้นมีการซื้อขายกันด้วย

แต่ต้องระวังนะครับบางชื่อที่ดีๆ นั้นซื้อขายกันเป็นล้านๆเลย

ลงข้อมูลเว็บไซต์ในเซิร์ชเอ็นจิ้น

ขั้นตอนหลังจากการจดทะเบียนโดเมนเนมแล้วก็คือการโฆษณาเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จัก วิธีการโฆษณา

เว็บไซต์ในระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้ผลนั้น คือ การโฆษณาไว้ในเสิร์ทเอ็นจิน

โดยการเอาชื่อเว็บไซต์ของเราไปใส่ไว้ในเว็บไซต์สำหรับการค้นหาข้อมูล เช่น www.yahoo.com,

www.infoseek.com, www.AltraVista.comฯลฯ

เพราะว่าเวลาผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องการที่จะค้นหาข้อมูลต่างๆ จากระบบอินเทอร์เน็ตก็จะหาข้อมูลจาก

เว็บไซต์เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ก็จะเปิดเว็บไซต์ www.yahoo.com

แล้วป้อนคำว่า flower ลงไป เว็บไซต์ก็จะแสดงรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า flower มาให้ดู แล้วผู้ใช้งาน

ก็จะเลือกคลิกไปเว็บไซต์เหล่านั้น ถ้าของเราทำธุรกิจเกี่ยวกับดอกไม้แต่เวลาผู้ใช้งานค้นหาข้อมูล ด้วยคำว่า

flower แล้วไม่เจอชื่อเว็บไซต์ของเราก็เรียบร้อยครับ...โอกาสเกิดยาก

โฆษณาเว็บไซต์

ขั้นตอนต่อมาก็คือการโฆษณาเว็บไซต์ โดยการแลกลิงค์หรือนำโลโก้ของเว็บไซต์เราไปฝากไว้กับเว็บไซต์อื่น

ให้ผู้ใช้งานเห็นโลโก้ของเว็บไซต์เราแล้วคลิกเข้ามาก็จะทำให้เราได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น หรือว่าทำการโฆษณา

ผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรศัพท์ สื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีเว็บไซต์หลายแห่ง

ที่ดังขึ้นมาเพราะว่าการโฆษณา ทั้งๆ ที่เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ และก็มีเว็บไซต์ดีๆ

อีกหลายเว็บไซต์ที่ไม่มีการโฆษณาก็เลยไม่ค่อยมีคนเข้ามาดู อาศัยการบอกต่ออย่างเดียว

ผมว่าไม่ค่อยดีเท่าไรกว่าเว็บไซต์จะเป็นที่รู้จักคนทำอาจจะหมดแรงทำไปแล้วก็ได้

ส่งอีเมลถึงลูกค้าหรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า

อีกวิธีการหนึ่งก็คือการส่งอีเมลถึงลูกค้าหรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า โดยการค้นหารายชื่ออีเมลด้วยวิธีการ

ต่างๆ มีธุรกิจบางแห่งใช้วิธีซื้อรายชื่ออีเมลจากผู้ที่รวบรวมอีเมล

รายชื่ออีเมลในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นมีขายครับไม่กี่สิบเหรียญก็ได้อีเมลเป็นล้านชื่อเมื่อได้อีเมลมาแล้วก็ส่ง

อีเมลแนะนำตัวเองไปยังอีเมลที่ได้มานี้

เป็นวิธีการที่สะดวกและประหยัดมาก เนื่องจาการส่งจดหมายด้วยอีเมลมีค่าใช้จ่ายต่ำมาก

แต่ต้องระวังการส่งอีเมลถึงผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้านะครับ

อย่าใช้วิธีส่งอีเมลไปทั่วเพราะผู้ที่ได้รับเขาจะคิดว่าเป็นเมลขยะ (junk mail)

และไม่สนใจที่จะเปิดอ่านและอีเมลของเราอาจถูกจัดเข้าไปสู่รายชื่อของผู้ที่ส่งเมลก่อกวนผู้อื่นได้

ซึ่งจะไม่สามารถใช้อีเมลติดต่อใครได้อีก เนื่องจากจะถูกบล็อกเมลทิ้งทั้งหมด

ถ้ามีใครส่งอีเมลในลักษณะนี้มาถึงผม ผมไม่สนใจที่จะอ่านหรอกครับจะตั้งโปรแกรมให้ลบเมลทิ้ง

อัตโนมัติเลย

วิธีการค้นหาอีเมลอีกวิธีหนึ่งก็คือค้นหาจากห้องสนทนาตามเว็บไซต์ต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา

หรืออาจจะส่งแบบสอบถามไปยังลูกค้าที่เรารู้จักก็ได้ซึ่งวิธีนี้ดูดีกว่าการซื้อรายชื่ออีเมลมาแล้วส่งเมลสุ่ม

ไปทั่วครับ

ท่านผู้อ่านเห็นหรือไม่ครับว่า

การการวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตนั้นก็คล้ายคลึงกับการวางแผนการตลาดบนธุรกิจ

ทั่วไป จะมีข้อแตกต่างกันเรื่องเทคนิคในการปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อย่างไร

เรื่องราวในส่วนที่เหลือขอยกยอดไปสัปดาห์หน้านะครับ

เราจะมาพูดการวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจบนระบบอินเทอร์เน็ตกันต่อครับ พบกันใหม่สัปดาห์หน้า

...สวัสดีครับ

บทความโดย ปิยะสมบุญสำราญ



 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved