บุคลากรแห่งอนาคต
สัปดาห์ก่อนผมกล่าวถึงมุมหนึ่งในสังคมอินเทอร์เนตของบ้านเรา โดยยกกรณีตัวอย่างจาก
โครงการพัฒนาบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ของหลายๆสถาบัน ที่มีการเสนอความคิดเห็นกันหลายรูปแบบ
ทั้งเห็นด้วย ต่อต้านและเฝ้ามองในพันธ์ทิพย์ดอทคอม(www.pantip.com)นั้น
ผมค่อนข้างตื่นเต้นครับ เพราะตั้งแต่เขียนคอลัมน์มาเกือบ 3 ปี
อีเมล์จากผู้อ่านที่ได้รับยังไม่เยอะเท่าสัปดาห์ที่แล้วเลย ส่วนใหญ่ก็ต้องการทราบรายละเอียดที่ลึกกว่า
ที่จะสามารถบอกกล่าวได้ผ่านสื่อสาธารณะ (ใครไม่ทราบว่าพูดถึงเรื่องอะไรก็อีเมล์มาบอกแล้วกัน)
แต่ก็ยังมีหลายคนที่สับสน ก็ขอบอกเพิ่มอีกนิดแล้วกันว่า
เนื่องจาก(คาดว่า)บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ของไทยมีไม่เพียงพอ หรือที่มี คุณภาพก็ยังไม่เพียงพอ
หลายๆสถาบันจึงคิดโครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากรด้านนี้ขึ้น เพื่อให้ทันใช้ และก็ได้สอนจบมา 1รุ่นแล้ว
ขณะนี้โครงการดังกล่าว ได้ขยายตัวไปแทบทุกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐ
โดยมีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกู้ยืมเรียน ประกอบด้วย 16 มหาวิทยาลัยของรัฐ
และอีกประมาณ 10 กว่าสถาบันราชภัฏ โดยจัดหลักสูตรและรับสมัครด้วยตัวเอง
บางคนอาจนึกว่าโครงการดังกล่าวจะเรียนเหมือนกัน แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะแต่ละแห่งก็จะมีหลักสูตร
เป้าหมาย และค่าเล่าเรียนแตกต่างกัน
ก็เหมือนแข่งขันกันกลายๆแต่มีเงินทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเหมือนกันก็เท่านั้น
แต่รู้สึกว่ามีการรับสมัครไปสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งก็ยังมีคนสมัครจำนวนไม่มากเท่าไรนัก
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะไม่มีเงินเรียน ไม่สนใจ หรือเพราะเหตุผลอื่น
โดยเฉพาะความรู้สึกที่กลัวว่าเรียนไปแล้วจะไม่ได้อะไร ก็มีกันมาก ซึ่งความจริงแล้วการจะทำอะไรให้ดีนั้น
ต้องมาจากความตั้งใจ และการฝึกฝนเป็นหลัก
ถ้าเห็นว่าเรียนแล้วจะทำให้คุณมีความรู้เพิ่มขึ้น ก็เรียนไปเถอะครับ
ถ้ามีความสามารถในการชำระค่าเล่าเรียนได้ แต่ขอแนะให้ขอกู้ยืมก่อนดีกว่าเพราะดอกเบี้ยแค่ 1% เท่านั้น
ถ้ายังลังเลก็อย่าเลยเสียเป้าหมายของโครงการและเสียเวลาเสียเงินทองไปซะเปล่าๆ
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการทำงานในอนาคต การเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคงไม่เพียงพออีกต่อไป
เพราะนับวันการผสมผสานทางด้านเทคโนโลยีก็มีมากขึ้น
การผสมผสานธุรกิจข้ามรูปแบบก็มีให้เห็นกันเยอะทำให้ความต้องการของตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนไป
(www.fastcompany.com/online/04/hyphen.html)
สิ่งที่ทำให้รูปแบบความสามารถของมนุษย์เริ่มเปลี่ยนไป จากสามารถทำได้ทุกอย่าง
อย่างละเล็กอย่างละน้อยในสมัยโบราณ
มาเป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านในยุคก่อนหน้าจนถึงปัจจุบัน
และมีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นผู้ที่มีความสามารถเฉพาะด้านแต่สามารถทำได้หลายอย่างนั้น คือ
ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี ศิลปและวัฒนธรรม
โดยสิ่งที่เห็นกันได้ชัดอย่างแรกก็คือ ระบบหลายสื่อ(multimedia) ที่รวมเอาเทคโนโลยีภาพ เสียง ระบบสื่อสาร
ฯลฯ ทางด้านคอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน
ขณะเดียวกันก็เริ่มเปลี่ยนศิลปะให้แสดงในรูปแบบใหม่หรือนำมาประยุกต์เห็นภาพลักษณ์ใหม่ๆของเทคโนโลยี
ทำให้เกิดอาชีพใหม่ ที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์และไม่ใช่ช่างศิลป์ แต่เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ออกแบบทางศิลป์ได้
หรือเป็นช่างศิลป์ที่พัฒนาโปรแกรมได้ แล้วคุณจะต้องทำอะไรถ้าต้องการทำอาชีพนี้
การผสมผสานของวิทยาศาสตร์กับศิลปะ, เทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์, ความเป็นอาชีพกับงานอดิเรก ฯลฯ
ทำให้เกิดอาชีพรูปแบบใหม่ๆที่ไม่ยึดติดแค่ความรู้เฉพาะด้าน
ปัจจุบันการมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างเดียวเริ่มไม่พอเพียงต่อการขยายตัวขององค์กรอีกต่อไป
แต่ถ้าองค์กรนั้นมีการสร้างทีมที่มีทั้งผู้ที่ชำนาญเฉพาะด้านรวมกับผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน
ทีมงานนั้นก็จะเป็นทีมงานที่มีคุณภาพมากกว่าที่จะมีแต่ผู้เชี่ยวชาญล้วน ทั้งนี้เพราะการทำงานในปัจจุบัน
มีความหลากหลาย ต้องปฏิสัมพันธ์กับสังคมภายนอก
การมีบุคลหลายรูปแบบอยู่ในกลุ่มเดียวกันจะทำให้สามารถทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้
ดังนั้น นอกจากคุณควรจะมีความชำนาญในด้านใดด้านหนึ่งแล้ว
ก็ควรศึกษาเรียนรู้และฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในด้านอื่นด้วย ต่อไปงานในอนาคต
ประกาศรับสมัครงานคงไม่ได้มีเฉพาะ นักกฎหมาย, นักชีววิทยา, โปรแกรมเมอร์ หรือ นักตรวจสอบบัญชี
อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น นักกฏหมาย-นักตรวจสอบบัญชี, นักชีววิทยา-สารสนเทศ, ช่างจักสาน-ซ่อมรถยนต์,
นักฟิสิกส์-สิ่งแวดล้อม, โปรแกรมเมอร์-จิตกร-นักเขียน หรือ อาจารย์-นักแต่งเพลง-นักดนตรี-นักออกแบบ
ฯลฯในตำแหน่งเดียวกันได้
ตรวจสอบตัวเองดูว่า เก่งด้านไหนแล้วตั้งใจมุ่งไปด้านนั้น ชอบด้านไหนแล้วฝึกฝนด้านนั้น
และบกพร่องด้านไหนแล้วศึกษาเรียนรู้ด้านนั้น ต่อไปคุณจะไม่เป็นเพียงนกที่บินเก่งมากๆ หรือ
เป็นเป็ดที่บินก็ได้ เดินก็ได้ ว่ายน้ำก็ได้แต่ไม่เก่งซักอย่าง แต่คุณจะเป็นเป็ดที่บินเก่ง,วิ่งเร็ว หรือดำน้ำได้
หรือเป็นนกที่ว่ายน้ำได้ หรือเดินได้อย่างคล่องแคล่ว
ทำไปเถอะครับ รู้เอาไว้มากๆดีกว่าไม่รู้อะไรเลย (แต่อย่าให้ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด)
อย่ากลัวที่คุณจะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณเป็นไม่เหมือนใคร เพราะบุคลากรในอนาคต จะมีความสามารถหลากหลาย
โอกาสซ้ำกันน้อยลง
เพราะชีวิตคือการเรียนรู้
ี
 |