free web hosting | free website | Business Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 เราใช้อินเทอร์เน็ตทำอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

การเริ่มต้นที่ดีก็เหมือนมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตนั้น ถ้ามีการวางแผนเริ่มต้น

ที่ดีธุรกิจของเราก็จะสำเร็จได้โดยไม่ยากครับ

วันนี้เราลองสำรวจดูว่าเขานิยมทำธุรกิจอะไรกันบ้างบนอินเทอร์เน็ตเพื่อว่าจะเป็นแนวทางสำหรับท่านผู้อ่าน

ที่ต้องการจะทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

เราใช้อินเทอร์เน็ตทำธุรกิจอะไรได้บ้าง

ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจแบบซื้อมาขายไปเท่านั้นที่สามารถทำบนอินเทอร์เน็ตได้ ธุรกิจแทบทุกอย่างนั้นสามารถ

ประยุกต์เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตได้ครับ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเราประยุกต์อินเทอร์เน็ตให้เข้ากันธุรกิจของเรา

มากกว่า ธุรกิจบางอย่างท่านผู้อ่านอาจจะคิดไม่ถึงว่าจะประยุกต์อินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยงานด้วย เช่น

การดูดวง หางาน กวดวิชา หาคู่ ฯลฯ ซึ่งการนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้กับธุรกิจนั้น จะนิยมทำกันในสามรูปแบบ

ครับคือ

1.เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า

2.เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงของบริษัท

3.รับใบสั่งซื้อสินค้า

จะเห็นได้ว่ามีรูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตกับธุรกิจหลายรูปแบบ

ไม่ใช่เพียงแค่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นร้านค้าออนไลน์เท่านั้นเรามาลองดูรายละเอียดการใช้งานในแต่ละแบบกัน

ครับ

1.ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า

วิธีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้านั้น เป็นวิธีการธรรมดาที่นิยมทำกันมาก เหมือนกับ

ว่าเราเพิ่มช่องทางการติดต่ออื่นกับลูกค้า นอกเหนือจากจดหมายธรรมดา โทรศัพท์ โทรสาร ฯลฯ ท่านผู้อ่าน

ลองดูตามกล่องสินค้า หรือตามเอกสารคู่มือของสินค้าต่างๆ ปัจจุบันนิยมที่จะใส่อีเมลแอดเดรสหรือใส่ชื่อ

เว็ปไซต์ไว้ด้วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อหรือค้นข้อมูลเกี่ยวกับบริษั่ทเพิ่มเติมได้ เว็บไซต์ในลักษณะนี้ก็จะ

มีข้อมูลของบริษัท เช่น ประวัติ รายชื่อ ผู้บริหาร แผนที่ตั้งของบริษัท เพียงเท่านี้ก็สามารถอำนวยความ

สะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างมาทีเดียว ยังไม่ต้องถึงขนาดที่มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็ได้

ผู้ประกอบธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตทุกรายก็มักจะเริ่มต้นจากการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการติดต่อกับ

ลูกค้า ก่อนที่จะประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบอื่นๆต่อไป

2.เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงของบริษัท

การใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตวิธีนี้ก็ไม่มีความซับซ้อน คือ จะเป็นการนำข้อมูลต่างๆ ของบริษัทขึ้นมา

ไว้บนเว็บไซต์ เช่น แคตตาล็อกสินค้า คู่มือการใช้งาน ฯลฯ วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งบริษัทและลูกค้า

กล่าวคือ บริษัทก็ประหยัดค่าเอกสารแทนที่จะแจกเอกสารทั้งหมดให้ลูกค้า ก็เปลี่ยนเป็นบอกเฉพาะชื่อ

เว็บไซต์ของบริษัทให้ลูกค้า ลูกค้าก็สะดวกคือไม่ต้องเก็บคู่มือหรือเอกสารจำนวนหลายหน้า

และถ้ามีการปรับปรุงเอกสารใหม่บริษัทก็ไม่ต้องแจกเอกสารชุดใหม่ให้ลูกค้า ลูกค้าสามารถค้นหาเอกสาร

ใหม่ๆจากเว็บไซต์ได้โดยตรง

3.รับใบสั่งซื้อสินค้า

วิธีนี้เป็นการประยุกต์อินเทอร์เน็ตที่ได้ผลและนิยมกันมาก คือนอกจากจะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการ

ติดต่อกับลูกค้าและใช้เป็นแหล่งข้อมูลของบริษัทแล้ว ยังใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการซื้อขายของกับ

ลูกค้า ทำเว็บเพจให้เป็นใบสั่งซื้อสินค้าด้วย แล้วให้ลูกค้ากรอกใบสั่งซื้อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เปิด

เว็บไซต์ได้ ที่สำคัญก็คือสามารถรับชำระเงินจากลูกค้าผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยให้ลูกค้าป้อนข้อมูลบัตร

เครดิตบนหน้าเว็บเพจ ทำให้สะดวกทั้งสองฝ่าย แต่การสร้างเว็บไซต์ในลักษณะนี้ก็จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการ

จากประโยชน์ทั้งสามอย่างที่กล่าวมาแล้ว

ทำให้มีการประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายโดยไม่จำกัดวงเฉพาะการซื้อขายสิ้นค้าเท่านั้น

ธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยมทำกันบนระบบอินเทอร์เน็ตนั้นได้แก่

-เปิดร้านค้าหนังสือ

-สร้างเว็บท่า

-เปิดร้านขายยาและเวชภัณฑ์

-ขายงานหัตถกรรม

-ขายสินค้าอุปโภคและบริโภค

เปิดร้านค้าหน้งสือ

เว็บไซต์ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการค้าบนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดก็คือเว็บไซต์ของ

Amazon.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ขายหนังสือบนอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ของร้านขายหนังสือนี้ได้เปรียบร้าน

ขายหนังสือธรรมดา ตรงที่เราสามารถ ค้นหา ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง หรือค้นหาประเภทของหนังสือได้ และ

อ่านคำวิจาร์ณของหนังสือก่อนซื้อได้อีกด้วย เป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ แต่คู่แข่งค่อนข้างเยอะครับ เพราะ

สำนักพิมพ์ต่างๆ แทบทุกสำนักพิมพ์ก็จะเปิดเว็บไซต์ขายหนังสือด้วย ซึ่งก็จะได้เปรียบในแง่ของราคาและ

ข้อมูลที่ทันสมัย แต่ไม่เป็นไรครับตลาดยังเปิดกว้างอยู่ ลูกค้าที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการของเว็บไซต์

ร้านหนังสือก็ยังมีอยู่อีกมากครับ

สำหรับในประเทศไทยเองก็มีเว็บไซต์ที่ขายหนังสืออยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ได้แก่ www.se-ed.com,

www.manager.co.th, www.dokya.com, www.asiabook.com, www.ar4u.comฯลฯ

เว็บท่า

“เว็บท่า” ชื่อนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ สำหรับท่านผู้อ่านหลายๆ ท่าน เว็บท่านมาจากคำว่า portal site ก็เลยเรียก

กันเป็นไทยๆ ว่า เว็บท่า ซึ่งก็คือเว็บไซต์ที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์อื่น คล้ายๆ กันสมุดโทรศัพท์หรือสมุด

หน้าเหลืองในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเว็บท่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือเว็บไซต www.yahoo.com,

www.infoseek.com นอกจากจะเป็นเว็บท่าแล้ว ก็จะเป็นเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูล (Search Engine) ด้วย

สำหรับเว็บไซต์ภาษาไทยนั้นก็มีลักษณะนี้หลายเว็บไซต์เช่น www.sanook.com, www.hunsa.com,

www.mweb.com, www.siamguru.comฯลฯ

เว็บไซต์ลักษณะนี้เป็นที่นิยมที่สุด เรียกว่าถ้านึกอะไรไม่ออกก็ทำเว็บท่าไว้ก่อน

ทำให้การแข่งขันค่อนข้างสูงรายได้ส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ในลักษณะนี้จะมาจากการโฆษณา

เว็บไซต์ขายยาและเวชภัณท์

เว็บไซต์ขายยาและเวชภัณท์นี้ก็กำลังเป็นที่นิยมบนอินเทอร์เน็ตทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เนื่องจากมีข้อ

ได้เปรียบจากร้านค้าธรรมดาหลายอย่าง และใช้เป็นที่หลบเลี่ยงกฏหมายในบางกรณีด้วย เช่น ตัวยาบางอย่าง

กฏหมายห้ามขายหรือนำเข้ามาในประเทศ ก็จะมีการหลีกเลี่ยงสั่งซื้อจากต่างๆ ประเทศผ่านเว็บไซต์ต่างๆ

แทน เนื่องจากการสั่งซื้อยาจากเว็บไซต์เหล่านี้ ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ราคาถูกกว่าเนื่องจากซื้อจากประเทศอื่น

และยังไม่มีกฎหมายรองรับ

แต่จุดอ่อนเหล่านี้กลับทำให้เว็บไซต์ขายยานี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากการสั่งซื้อยาในผ่านระบบ

อินเทอร์เน็ตนี้ไม่ต้องใช้ใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะส่งเอกสารเหล่านี้กันอย่างไร

เคยได้พูดคุยกับนักเรียนไทยในต่างประเทศ และคนไทยที่ทำงานในต่างประเทศๆหลายคนก็ใช้วิธีการซื้อยา

จากระบบอินเทอร์เน็ต เนื่องจากต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์เพื่อออกใบสั่ง และยาอันตราย

บางตัวก็สามารถหาซื้อจากอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก และที่สำคัญราคายาและเวชภัณท์ต่างๆ ในแต่ละประเทศ

ไม่เท่ากัน

ตัวยาบางอย่างสามารถสั่งซื้อในระบบอินเทอร์เน็ตได้ด้วยราคาที่ถูกว่าเนื่องจากเป็นการสั่งซื้อยาโดยตรงจาก

ประเทศที่มีราคาถูกและไม่ผ่านระบบการเสียภาษีอากร

เว็บไซต์ในลักษณะนี้กำลังถูกจับต่างมองอยู่ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยาได้

และถึงแม้ว่ากฏหมายจะยังไม่รองรับหรือยังไม่สามารถควบคุมเว็บไซต์ในลักษณะนี้ได้ก็จริงอยู่

แต่ผู้ประกอบการก็ต้องระวังไว้ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ทางราชการอาจจะใช้กฏหมายอื่นใกล้เคียงมาบังคับใช้ได้

ดังนั้นถ้าต้องการทำธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์บนอินเทอร์เน็ต

ก็ควรจะทำให้ถูกต้องเหมือนกับร้านขายยาทั่วไปด้วยนะครับ และถ้าเป็นได้น่าจะมีรายละเอียดคำแนะนำ

การใช้ยา และผลข้างเคียงของยาต่างๆให้ลูกค้าดูด้วย

ขายงานหัตถกรรม

การขายสินค้าประเภทหัถตกรรมก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับชาวต่างๆ ประเทศมาก

แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตจะไม่ได้เป็นผู้ที่ดำเนินการเอง

เนื่องจากผู้ผลิตมักจะไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

เว็บไซต์ที่ขายงานหัตถกรรมหรืองานฝีมือนั้นมักจะทำในลักษณะเป็นนายหน้ารับสินค้าจากผู้ผลิตมาขาย

ต่ออีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากประเทศไทยเรานั้นขึ้นชื่อในเรื่องของงานฝีมือ

ขายสินค้าอุปโภคและบริโภค

ปัจจุบันธุรกิจขายสินค้าอุปโภคและบริโภคนั้นเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก

ร้านค้าจึงต้องหาวิธีที่ให้บริการลูกค้าได้ดีที่สุดและเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด

จึงทำให้มีการนำเอาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเขามาให้บริการ โดยการสร้างเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดสินค้าต่างๆ

ให้ลูกค้าดูและที่สำคัญคือสามารถสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินได้บนเว็บไซต์เลย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าธรรมดาทั่วไป

เช่น สบู่ยา สีฟัน ผงซักฟอก ฯลฯ ก็สามารถสั่งซื้อจากเว็บไซต์ได้ เหมือนกับว่าเราไปเดินช็อปปิ้งเอง

จุดเด่นของร้านค้าแบบนี้ก็คือ เปิดร้านค้าตลอดเวลา และมีบริการส่งสินค้าถึงที่ นอกจากนั้นราคาสินค้าหลายๆ

อย่างจะถูกกว่าร้านค้าทั่วไปด้วยเนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าในเรื่องสถานที่

พนักงานเฝ้าร้านแต่ก็จะมีจุดอ่อนตรงที่ลูกค้าไม่ได้เห็นสินค้าจริง

ในประเทศไทยมีร้านค้าขายสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายๆ แห่งที่เปิดให้บริการบนอินเทอร์เน็ต เช่น

www.Dstmart.com, www.superthai.com, www.shoppingthai.com, www.siamgift.com,

www.tops.co.thฯลฯ

เป็นอย่างไงบ้างครับท่านผู้อ่าน สนใจจะทำธุรกิจใดบนอินเทอร์เน็ตบ้างหรือยัง

หรือต้องการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตกับธุรกิจของท่านในรูปแบบไหนบ้าง

ถ้าสงสัยก็เมล์เข้ามาคุยกันได้นะครับพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

บทความโดย ปิยะสมบุญสำราญ



 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved