การหารายได้จากอินเทอร์เน็ต
สวัสดีครับท่านผู้อ่านสัปดาห์นี้เราจะพูดถึงวิธีการหารายได้จากอินเทอร์เน็ตกันครับ
เนื่องจากมีท่านผู้อ่านท่านหนึ่งส่งจดหมายเข้ามาปรึกษาเรื่องการจ่ายค่าเช่าเนื้อที่ในการทำเว็บไซต์เพราะ
แบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว
ท่านผู้อ่านท่านนี้เล่าให้ฟังว่า ได้ไปเช่าเว็บไซต์ไว้เพื่อทำโฮมเพจส่วนตัวเล่นสนุกๆ ตอนแรกก็เสียค่าเช่าเป็น
รายเดือนคงที่ พอข้อมูลมากขึ้นขอขยายเนื้อที่เพิ่มทางเว็บไซต์เขาก็คิดเงินเพิ่ม พอตอนหลังพอมีคนเรียกด
ูมากๆ เว็บไซต์ที่ไปเช่าเขาก็มีการเก็บเงินเพิ่มอีกตามปริมาณการเรียกดูซึ่งตอนแรกก็ไม่มากเท่าไรพอจ่ายได้
แต่พอมีคนเรียกดูมากขึ้นๆ เว็บไซต์ก็คิดค่าเรียกดูข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางเว็บไซต์เขาบอกว่าเป็นค่า
Data Transfer ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าถ้ามีคนเรียกดูโฮมเพจมากๆ แล้วเขาจะคิดเงินเพิ่มแบบนี้
ตอนตั้งเว็บไซต์ก็ทำเป็นงานอดิเรกและทำเพราะว่าความชอบ ทำไปทำมาเริ่มไม่ไหว ก็เลยอยากหันไปลอง
ใช้บริการเว็บไซต์ฟรี ความเร็วและบริการก็ไม่ประทับใจเลย ไม่รู้จะทำอย่างไรดีจะเลิกก็เสียดายป้อนข้อมูล
ไว้ตั้งเยอะแล้ว
Data Transfer ก็คือปริมาณข้อมูลที่วิ่งเข้าออกเว็บไซต์ ถ้ามีการเรียกดูมากก็จะมี Data Transfer มาก
ถ้ามากเกินไปเว็บไซต์ก็จะช้าลง ทางผู้ให้เช่าเว็บไซต์ก็จะคิดเงินเราเพิ่มขึ้น
ที่เขาคิดเพิ่มนี้ก็เพื่อจะควบคุมการทำงานเว็บไซต์ของเราครับ
ถ้าหนาแน่นเกินไปก็จะต้องมีการขยายความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการรักษา
คุณภาพการให้บริการ
ตามปกติแล้วศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตจะเช่าวงจรสำรองไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้การเรียกดูเว็บไซต์ช้า
เกินไป โดยทั่วไปก็จะสำรองไว้ที่ 30% คือถ้ามีความต้องการใช้ความเร็วที่ 70 Mbps (เมกะบิตต่อวินาที)
ก็จะเช่าวงจรไว้ที่ 100 Mbps ถ้ามีการใช้งานเพิ่มก็ต้องเช่าวงจรเผื่อไว้ซึ่งก็เป็นเงินทั้งนั้นครับ
ผมว่าการที่เว็บไซต์เขาคิดเงินเพิ่มกันลูกค้าที่มี Data Transfer สูงๆ หรือเว็บไซต์ที่มีคนเรียกดูมากๆ นั้น
เหมาะสมแล้วครับ แสดงว่าเขารักษาคุณภาพการให้บริการ ข้อแตกต่างของเว็บไซต์ที่ให้เช่าและเว็บไซต์ที่
ี่ให้บริการฟรีก็ผิดกันตรงนี้ เว็บไซต์ฟรีนั้นไม่มีการเก็บค่าบริการใดๆ ดังนั้นถ้ามี Data Transfer มากขึ้น
ก็มักจะไม่มีการเพิ่มความเร็วของวงจรสื่อสาร เนื่องจากไม่ได้เก็บเงินจากลูกค้าก็จะทำให้เว็บไซต์เหล่านี้รับส่ง
ข้อมูลช้าลง
ผมลองเข้าดูเว็บไซต์ที่แนะนำมาแล้วมีข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ และมีรูปภาพ และโปรแกรมให้ดาวน์โหลด
ได้ฟรีด้วย ซึ่งเว็บไซต์ลักษณะนี้ถ้ามีผู้เข้าเยี่ยมชมมากๆ ก็จะต้องมี Data Transfer สูงเป็นธรรมดา
ผมว่าอย่าย้ายไปเว็บไซต์ฟรีเลยครับ จะทำให้การเรียกดูเว็บไซต์ช้าลงจะน่าเบื่อมาก และผู้เยี่ยมชมก็จะน้อย
ลงด้วย การทำอะไรที่เราสนใจและชอบนั้นก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วย
จึงอยากจะแนะนำวิธีการหารายได้มาชดเชยค่าเช่าเว็บไซต์และค่า Data Transferที่เสียอยู่ครับ
ถ้าจะเปลี่ยนก็แนะนำว่าให้เปลี่ยนมาเช่าเว็บไซต์ภายในประเทศไทยจะดีกว่า เพราะข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูล
ที่เหมาะสำหรับคนไทย ผู้เข้าชมส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นคนไทยครับสำหรับรายการหารายได้จากเว็บไซต์ที่จะ
แนะนำนั้นมีดังนี้ครับ
-รายได้จากการโฆษณา
-รายได้จากลิงค์
-รายได้จากการขายสินค้า
-รายได้จากการขายข้อมูล
-รายได้จากการให้คำปรึกษา
-รายได้จากการรับฝากข้อมูล
การทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตนั้นไม่ได้ยากหรอกครับ แต่ยากอยู่ที่การทำให้เว็บไซต์เป็นที่นิยมและมีผู้เยี่ยมชม
มากๆ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลกับ Data Transfer ที่สูงๆ ในเว็บไซต์ของท่าน
ยิ่งสูงเท่าไรก็แสดงว่าเว็บไซต์ของท่านเป็นที่นิยมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ทำธุรกิจหรือหารายได้จาก
อินเทอร์เน็ตได้ ลองดูนะครับว่าสนใจการหารายได้ในกรณีไหนบ้าง
ซึ่งแต่ละกรณีก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเว็บไซต์และความถนัดของผู้จัดทำด้วยลองดูรายละเอียดในแต่ละกรณีกัน
นะครับ
รายได้จากการโฆษณา
การหารายได้จากการโฆษณาเป็นวิธีการที่คลาสิคหรือเก่าแก่ที่สุดในระบบอินเทอร์เน็ต ก็คือจัดทำเว็บไซต์ที่ให้
้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี เช่น การเรียกดูข้อมูล อีเมล์ฟรี หรือ ให้เนื้อที่ในการสร้างเว็บไซต์ฟรี
แล้วหาผู้สนับสนุนโดยการติดป้ายโฆษณาลงในบริการต่าง แล้วเก็บค่าโฆษณาซึ่งแนวทางในการลงโฆษณา
ที่นิยมทำกันนั้นมีดังนี้
-ติดป้ายโฆษณาบนเว็บโดยแบ่งเนื้อที่บางส่วนของหน้าจอเว็บเพจสำหรับเป็นที่โฆษณา
-ให้บริการอีเมล์ฟรีแต่ตอนท้ายของอีเมล์ที่ส่งจะมีโฆษณาแนบไปด้วย
-ให้บริการอีเมล์ฟรีในนามของบริษัทต่างๆอย่างเช่น user@yahoo.com, user@hotmail.com
-ให้บริการเว็บฟรีแต่ก็เช่นเดียวกันที่ท้ายเว็บไซต์ก็จะมีโฆษณาติดอยู่
-ให้บริการส่งข้อมูลฟรีในขณะเดียวกันก็จะมีโฆษณาอยู่ด้วย
-สร้างโปรแกรมให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีในขณะที่มีโลโก้โฆษณาติดอยู่บนโปรแกรมนั้นด้วย
วิธีการโฆษณาต่างๆ ที่กล่าวมานี้เป็นที่นิยมกันทั่วไป แต่ต้องระวังอย่างยิ่งไม่ให้การโฆษณานั้นเด่นชัดเกินไป
ต้องทำให้ดูกลมกลืนและไม่น่าเกลียดและไม่ให้เป็นการรบกวนการใช้บริการของผู้ใช้งาน
รายได้จากลิงค์
รายได้จากลิงค์นั้นมาทีหลัง แต่ก็เป็นวิธีการที่กำลังมาแรงครับ
ก็คือการติดโลโก้ที่ลิงค์ไปยังโฮมเพจอื่นไว้ที่เว็บไซต์คล้ายกับการทำโฆษณา แต่จะมีข้อแตกต่างกัน
คือการโฆษณานั้นจะมีการคิดเงินคงที่เป็นรายเดือน ไม่ว่าจะมีผู้เรียกดูเว็บไซต์กี่ครั้งก็ตาม แต่สำหรับรายได้
้จากลิงค์นั้น เมื่อมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วคลิกลิงค์เหล่านี้ก็จะได้รับการแบ่งรายได้จากจำนวนการคลิก
ถ้ามีการคลิกมากก็จะมีส่วนแบ่งรายได้มาก และหน้าจอโลโก้ก็จะเปลี่ยนไปอัตโนมัติด้วยทำให้ไม่น่าเบื่อ
เว็บไซต์หลายๆ แห่งที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากๆ ก็ใช้วิธีนี้ครับ เรียกว่ามีรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
ข้อดีของการหารายได้จากลิงค์ก็คือ เราไม่ต้องวิ่งไปหาผู้สนับสนุนหรือหาโฆษณาเอง เรามีหน้าที่ดูแลเฉพาะ
เว็บไซต์ของเราเท่านั้น ยิ่งเราทำเว็บไซต์ของเราน่าสนใจเท่าไร
โอกาสที่จะมีผู้ใช้งานคลิกลิงค์ที่เราติดไว้บนเว็บไซต์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นซึ่งก็หมายความว่ารายได้ของเราก็จะ
เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
รายได้จากการขายสินค้า
รายได้จากการขายสินค้านี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการหารายได้บนอินเทอร์เน็ต
โดยอาศัยประโยชน์จากข้อได้เปรียบจากระบบอินเทอร์เน็ต เช่น การประหยัดค่าเช่าสถานที่, สามารถเรียกด
ูข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบการซื้อขายอัตโนมัติ ฯลฯ ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
ต้นทุนในการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตต่ำกว่าร้านค้าธรรมดา และสินค้าที่นำมาขายนั้นจะเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย
ได้ดีกว่า อย่างเช่น ถ้าเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็อาจจะมีแพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยวขายรวมอยู่ด้วย
หรือถ้าเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหารก็อาจจะมีตำราอาหารต่างๆขายอยู่บนเว็บไซต์ของเราด้วย
รายได้จากการขายข้อมูล
ข้อมูลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถซื้อขายได้ครับ ถ้าเรารวบรวมข้อมูลไว้เป็นจำนวนมากและข้อมูลนั้นเป็นเรื่อง
ราวที่น่าสนใจ ก็สามารถขายข้อมูลได้ โดยวิธีการที่นิยมมีอยู่สองแบบคือ
-ก็อปปี้ข้อมูลที่รวบรวมไว้ลงซีดีรอมส่งขายให้กับผู้ที่เยี่ยมชม
-ส่งข้อมูลที่ทันสมัยกว่าให้
ก็อปปี้ข้อมูลที่รวบรวมไว้ลงซีดีรอมส่งขายให้กับผู้ที่เยี่ยมชม :
วิธีนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้เยี่ยมชม คือว่า สามารถดูรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ได้ แต่อาจจะต้อง
ใช้เวลานาน ถ้าต้องการข้อมูลทั้งหมดก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางเว็บของเราได้
หรือว่าข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์อาจจะไม่มีรายละเอียดทั้งหมดถ้าต้องการรายละเอียดทั้งหมดก็ให้สั่งซื้อแยก
ต่างหาก
ส่งข้อมูลที่ทันสมัยกว่าให้ :
สำหรับวิธีการนี้จะใช้ลงข้อมูลบนเว็บไซต์ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ลงข้อมูลหรือข่าวสารใหม่เดือนละครั้ง
หรือสองครั้ง
แต่ถ้าต้องการข้อมูลล่วงหน้าหรือข้อมูลออนไลน์ก็ให้สมัครเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์ของเราแล้วเราก็เก็บค่า
บริการจากข้อมูลเหล่านี้
ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อมูลแบบเดียวกัน แต่การได้รับข้อมูลเร็วหรือช้ากว่ากันก็มีผลมาก ตัวอย่างเช่น
ถ้าข้อมูลบนเว็บไซต์ของท่านเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์การซื้อขายหลักทรัพยท์รายวัน ก็คงจะต้องการ
ได้ข้อมูลทันที หรือ ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคาสินค้าที่ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้งานก็ต้องการข้อมูล
ที่ทันสมัยที่สุด ข้อมูลบางอย่างช้าไปหนึ่งวันข้อมูลนั้นก็ใช้งานไม่ได้แล้วเป็นต้น
รายได้จากการให้คำปรึกษา
อีกบริการหนึ่งที่สามารถหารายได้จากเว็บไซต์ก็คือการให้คำปรึกษา
มีเว็บไซต์หลายแห่งที่มีตัวอย่างการทำธุรกิจและมีตัวอย่างการวิเคราะห์ผลการดำเนินการทางธุรกิจให้ดู
พร้อมทั้งแนะนำวิธีการต่างๆ ที่จะดำเนินการธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ
ในขณะเดียวกันก็ยังรับเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินการธุรกิจอีกด้วย เรียกว่าครบวงจรเลยเป็นยังไงครับน่าสน
ใจหรือเปล่า
อีกตัวอย่างหนึ่งของการหารายได้จากการให้คำปรึกษาก็คือเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการติดตั้งและ
ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ มีโปรแกรมพร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้งานพร้อมกับมีคู่มือให้ดาวน์โหลดโปรแกรม
ต่างๆ ไปศึกษาได้ด้วยตนเอง แต่ถ้าต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม หรือต้องการให้ติดตั้งระบบให้เลย
ก็สามารถตกลงจ้างเป็นที่ปรึกษาเป็นกรณีๆไปได้
รายได้จากการรับฝากข้อมูล
การรับฝากข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งทีสามารถทำได้โดยการติดตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่อ
อินเทอร์เน็ตไว้ แล้วสร้างเว็บไซต์และรับฝากข้อมูลสำหรับผู้ใช้งานทั่วๆ ไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ยิ่งจะเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น
ลองตรวจสอบข้อมูลการเยี่ยมข้อมูลเว็บไซต์ของท่านนะครับ ถ้ามีจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก
แล้วละก็ อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ ผ่านไปนะครับ ลองหารายได้จากโฮมเพจของท่านดู
ไม่แน่นะครับอาจจะทำรายได้หลักของท่านก็ได้ ถ้าเป็นได้แบบนั้นละก็...สบายครับทำเป็นงานอิสระได้เลย
ตอบคำถาม
-โอเพ่นออฟฟิศภาษาไทย
-ความหมายของคำว่า เว็บไซต์, โฮมเพจ, เว็บเพจ และเว็บเซิร์ฟเวอร์
โอเพ่นออฟฟิศภาษาไทย :
“ผมอ่านบทความ E-Business ตอนที่ 34, 35 และ 36 ที่เขียนถึงเรื่องการใช้งานโอเพ่นซอร์สไว้
เห็นแนะนำโปรแกรมโอเพ่นออฟฟิศที่สามารถพิมพ์ภาษาไทยได้ไว้สองโปรแกรมคือ โอเพ่นออฟฟิศรุ่นภาษา
ไทย และโปรแกรมปลาดาว ทั้งสองโปรแกรมนี้แตกต่างกันอย่างไรและจะใช้โปรแกรมตัวไหนดี”
โปรแกรมออฟฟิศภาษาไทยทั้งสองโปรแกรมนี้มีโครงสร้างและการใช้งานเหมือนกันครับ
เนื่องจากพัฒนามาจากโปรแกรมโอเพ่นออฟฟิศรุ่นภาษาอังกฤษด้วยกันทั้งคู่ โดยที่ “โอเพ่นออฟฟิศรุ่นภาษา
ไทย” นั้น ศูนย์เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติเป็นผู้พัฒนาระบบภาษาไทยลงบนโอเพ่นออฟฟิศรุ่น
633แล้วแจกจ่าย
ในขณะที่ “ปลาดาว” เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของโอเพ่นออฟฟิศภาษาไทย ที่พัฒนาโดยบริษัท
ซันไมโครซิสเต็มส์ บนพื้นฐานของโอเพ่นออฟฟิศรุ่น 638 ซึ่งมีการทำเมนูให้เป็นภาษาไทยเพิ่มเติมไว้ด้วย
ซึ่งดูโดยรวมแล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนักและทั้งสองโปรแกรมยังอยู่ในช่วงการให้ทดลองใช้งาน
สำหรับการใช้งานนั้นสามารถใช้งานได้ดีทั้งคู่ครับแต่ผมชอบโปรแกรมปลาดาวมากกว่าเนื่องจากมีเมนูที่เป็น
ภาษาไทยครับ
ความหมายของคำว่า เว็บไซต์, โฮมเพจ, เว็บเพจ และเว็บเซิร์ฟเวอร์
“ติดตามบทความอยู่ครับ อยากทราบว่าคำว่า เว็บไซต์, โฮมเพจ, เว็บเพจ, เว็บเซิร์ฟเวอร์
มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร ผมอ่านแล้วเห็นบางที่ก็ใช้คำว่าเว็บไซต์บางครั้งก็ใช้คำว่าโฮมเพจฯลฯ”
ทั้งสี่คำนี้มีความหมายใกล้เคียงกันจนบางครั้งก็มีการใช้งานผิดก็ครับ ไม่ต้องดูอื่นไกล
บางทีผมเองก็เผลอเรียกสลับกันเหมือนกันครับ
คำทั้งหมดนี้มีความหมายเกี่ยวกับระบบข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่มีการจัดเก็บด้วยมาตรฐาน Hyper Text
Markup Language (HTML)โดยจะมีความหมายในแต่ละส่วนดังนี้
เว็บไซต์ :
เป็นชื่ออ้างอิงสำหรับข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
เปรียบเหมือนกับที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตหรือเครื่องหมายทางการค้าอย่าง www.yahoo.com,
www.cnn.comทั้งหมดถือว่าเป็นเว็บไซต์
โฮมเพจ :
หมายถึงข้อมูลหน้าแรกของเว็บไซต์ต่างๆ หน้าแรกของส่วนต่างๆ ถ้าเรียกโฮมเพจ www.yahoo.com
จะหมายถึงหน้าแรกของเว็บไซต์ www.yahoo.com ไม่ได้หมายความรวมถึงหน้าอื่นๆ ด้วย
แต่เนื่องจากความนิยมจึงมีการเรียกแทนเว็บไซต์ว่าโฮมเพจ เช่น โฮมเพจ www.yahoo.com
ซึ่งก็คือว่าผู้ใช้งานหมายถึงเว็บไซต์นั้นโดยไม่เจาะจงว่าจะเป็นข้อมูลหน้าไหน
เว็บเพจ :
หมายถึงข้อมูลหน้าไหนก็ได้ของเว็บไซต์ต่างๆ และรวมถึงข้อมูลหน้าแรกของเว็บไซต์ด้วย
แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกข้อมูลหน้าแรกว่าโฮมเพจ และเรียกข้อมูลหน้าอื่นๆว่าเว็บเพจ
เว็บเซิร์ฟเวอร์ :
หมายถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ไว้
ไม่ได้หมายถึงข้อมูลหน้าหนึ่งหน้าใดโดยเฉพาะในทางเทคนิคแล้วจะเรียกเว็บเซิร์ฟเวอร์ว่า HTTP Server
(HyperText Transfer Protocol Server)
สำหรับคำถามบางส่วนจะตอบกลับไปทางอีเมล์นะครับ
เพราะท่านผู้อ่านบางท่านขอร้องไม่ให้นำมาลงในบทความพบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ
บทความโดย ปิยะสมบุญสำราญ

|