free web hosting | free hosting | Business Hosting Services | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 เราจะนำข้อมูลขึ้นบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร

อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับ E-Business ข้อได้เปรียบที่สำคัญของข้อมูล

ที่อยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตก็คือ ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถเรียกดูได้ตลอดเวลา จากที่ไดก็ได้ในโลก

ตราบใดที่ยังมีการเชื่อมต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ตผู้ที่จัดทำข้อมูลขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ตมีหน้าที่ดูแลและรับผิด

ชอบเฉพาะข้อมูลของตนเท่านั้น

เรื่องอื่นๆ เช่น การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานคนอื่น ประสิทธิภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน

โปรแกรมที่ผู้ใช้งานติดตั้ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ผู้จัดทำข้อมูลไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด

ทุกอย่างในระบบอินเทอร์เน็ตจะทำหน้าที่ดูแลตัวเองและที่สำคัญทำข้อมูลครั้งเดียวแต่สามารถให้ผู้คนทั่วโลก

ดูได้เลย

ท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามเกี่ยวกับวิธีจัดทำข้อมูลขึ้นไปไว้ในระบบอินเทอร์เน็ตว่า ต้องทำอย่างไร???

ทำยากหรือไม่??? ก็ต้องบอกว่าไม่ยากครับ ขั้นตอนโดยสรุปโดยสรุปก็คือ “สร้างข้อมูลในรูปแบบของเว็บเพจ

แล้วนำเก็บไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็เรียกดูข้อมูลโดยโปรแกรมเว็บเบราเซอร์” โดยที่ระบบอินเทอร์เน็ต

และการเรียกดูข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นจะประกอบไปด้วย 5ส่วนที่สำคัญคือ

1.เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (เว็บเซิร์ฟเวอร์)

2.โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์

3.เครื่องลูกข่าย (เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต)

4.โปรแกรมเรียกดูข้อมูล (เว็บเบราเซอร์)

5.ข้อมูล (เว็บเพจ)

เอาละครับวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับวิธีการนำข้อมูลขึ้นมาไว้บนอินเทอร์เน็ต โดยจะทำความเข้าใจกับ

ส่วนประกอบที่สำคัญทั้ง 5ส่วนของระบบอินเทอร์เน็ตนี้ในรายละเอียดทีละอย่างครับ

1.เครื่องเซิร์ฟเวอร์

สิ่งแรกที่สำคัญสำหรับการจัดทำข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลครับ

ซึ่งก็คือเครื่องเซิร์ฟเวอร์นั้นเอง เครื่องเซิร์ฟเวอร์นี้จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่ทำหน้าที่เก็บ

รวบรวมข้อมูลไว้เราจะเรียกว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์นี้ว่า “เว็บเซิร์ฟเวอร์”

ในความจริงแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วไปก็สามารถทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ครับ

แต่ประสิทธิภาพหรือความเร็วในการเรียกดูข้อมูลก็จะขึ้นอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำมาทำด้วยดังนั้น

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำมาทำเว็บเซิร์ฟเวอร์จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาพิเศษ

ที่ว่าพิเศษนี้ไม่ใช่ว่ามีโครงสร้างการทำงานหรือองค์ประกอบผิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปนะครับ

เว็บเซิร์ฟเวอร์จะมีโครงสร้างการทำงานและองค์ประกอบเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่จะเป็นองค์

ประกอบที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าธรรมดา เช่น มีหน่วยความจำมาก, มีฮาร์ดดิสก์ความ

จุสูง, มีซีพียูที่ประมวลผลได้รวดเร็ว และมีระบบการระบายความร้อนที่ดี เนื่องจากจะต้องเปิดเครื่องทิ้งไว้

24ชั่วโมง

นอกจากจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว เว็บเซิร์ฟเวอร์จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ

อยู่กับระบบอินเทอร์เน็ตไว้ตลอดเวลา เพื่อให้คนอื่นสามารถเรียกดูข้อมูจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้

เนื่องจากในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงครับ ไม่มีหยุดพักใครจะเรียกดูข้อมูลตอนไหน

ก็ได้ตลอดเวลา

ถ้าเกิดเราไปตั้งเวลาว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ของเราให้บริการตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น แล้วก็เชื่อมต่อ

อินเทอร์เน็ตหรือปิดเปิดเครื่องตามเวลาที่กำหนดนี้ ลูกค้าก็คงหนีหมดครับ เพราะจะเป็นที่รู้กันว่าเว็บ

เซิร์ฟเวอร์ของอินเทอร์เน็ตนั้นจะต้องเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าลูกค้าเปิดเว็บไซต์เราแล้วไม่เจอ

ซักครั้งสองครั้ง เขาก็จะไม่เปิดดูซ้ำอีกแล้วละครับอาจจะคิดว่าเว็บไซต์ของเราถูกยกเลิกไปแล้วก็ได้

ไม่มีใครเชื่อมต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์กับอินเทอร์เน็ตชั่วคราวด้วยการหมุนโมเด็ม

แบบว่าถ้าต้องให้คนอื่นเรียกดูข้อมูลเมื่อไหร่ก็ค่อยให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์หมุนโมเด็มเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

แต่จะใช้วิธีเช่าสายสัญญาณพิเศษ เช่น ลีสไลน์, ไอเอสดีเอ็น ฯลฯเชื่อมต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ไว้กับอินเทอร์เน็ต

ตลอดเวลาแทน

2.โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นจะทำงานด้วยโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งมีหน้าที่คอย

ควบคุมการรับส่งข้อมูลของเว็บเซิร์ฟเวอร์ โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่นิยมใช้งานกันก็ได้แก่ Apache Web

Server, Internet Information Server (IIS), Netscape Enterprise Serverฯลฯ

แต่โปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ โปรแกรมที่ชื่อ Apache ครับ น่าดีใจ เพราะว่า Apache

เป็นซอฟต์แวร์ในกลุ่มของโอเพ่นซอร์สครับ ซึ่งมีการใช้งานโปรแกรม Apacheอยู่ถึง 56.87%

โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์จะทำหน้าที่รับส่งข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตด้วยโปรโตคอลทีซีพีไอพี (TCP/IP)

ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ทั้งตัวอักษร, ภาพ, เสียง และภาพเคลื่อนไหว ในโปรแกรมเดียวกัน เวลาที่เราเรียก

เว็บไซต์ต่างๆ เช่น www.Manager.co.th, www.EGAT.or.th, www.CNN.comก็จะหมายถึงชื่อของเครื่อง

คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ไว้นั่นเอง

3.เครื่องลูกข่าย

เครื่องลูกข่ายในอินเทอร์เน็ตนั้นจะหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตและทำหน้าท

ี่เรียกดูหรือเรียกใช้บริการต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต โดยหลักแล้วก็จะเชื่อมโยงผ่านโมเด็มเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต

โดยไม่จำกัดว่าจะต้องมีระบบปฏิบัติการอะไร เพียงแต่สามารถเรียกดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้ก็ถือว่าเป็น

เครื่องลูกข่ายในระบบอินเทอร์เน็ต ดังนั้นอุปกรณ์อื่นที่สามารถเชื่อมต่อและเรียกดูข้อมูลจากระบบ

อินเทอร์เน็ตได้ก็จะถือว่าเป็นเครื่องลูกข่ายในระบบอินทอร์เน็ตด้วย เช่น โทรศัพท์มือถือ, เครื่องคอมพิวเตอร์

มือถือเป็นต้น

ไม่แน่นะครับ ต่อไปอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมดก็ได้ อย่างเช่น

โทรทัศน์ หรือตู้เย็น มีการออกข่าวกันว่ามีการทดลองสร้างตู้เย็นอัตโนมัติที่สามารถตรวจสอบรายการสิ่งของ

ที่มีอยู่ในตู้ได้ว่าอาหารหรือของอะไรหมดอายุบ้าง หรือว่าขาดเหลือสิ่งใดบ้าง ก็จะสั่งจากอินเทอร์เน็ตให้

อัตโนมัติ คงต้องรออีกหน่อยอีกไม่นานน่าจะได้ใช้งาน

4.โปรแกรมเรียกดูข้อมูล

โปรแกรมที่ใช้เรียกดูข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือโปรแกรมที่ใช้เรียกดูเว็บเพจในระบบอินเทอร์เน็ตนั้น

เราเรียกว่า “โปรแกรมเว็บเบราเซอร์” “เว็บ” มาจากคำว่า “World Wide Web” และ “เบราเซอร์” ก็ตรงตัวครับ

มาจากคำว่า “Browser”หมายถึงการเรียกดูข้อมูล

จุดเด่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ก็คือ เป็นโปรแกรมที่มีอยู่บนคอมพิวเตอร์ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง

คอมพิวเตอร์ขนาดไหน ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เครื่องคอมพิวเตอร์

์เซิร์ฟเวอร์ จนกระทั่งเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ก็มีโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ และไม่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะ

ติดตั้งระบบปฏิบัติการใดๆ ไว้ เช่น วินโดวส์, ลีนุกซ์, ยูนิกซ์, แมคอินทอช ฯลฯก็จะมีโปรแกรมเว็บเบราเซอร์

ที่สามารถติดตั้งและทำงานได้ทั้งนั้น

นอกจากนี้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ยังมีบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ

หรือพีดีเอ, โทรศัพท์มือถือ, เครื่องเล่นเกม, นาฬิกาข้อมือ ฯลฯด้วยโปรแกรมเว็บเบราเซอร์นี้จึงทำให้อินเทอร์

เน็ตเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก

จุดเด่นที่สำคัญของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ก็คือ

ทำให้ข้อมูลที่สร้างไว้ในรูปแบบของเว็บเพจสามารถเรียกดูข้อมูลเดียวกันได้จากทุกที่โดยที่ไม่จำเป็นต้อง

เตรียมข้อมูลแยกเฉพาะสำหรับอุปกรณ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละอย่าง

แต่เดิมการพัฒนาโปรแกรมจะต้องพัฒนาโปรแกรมและฐานข้อมูลเฉพาะสำหรับอุปกรณ์แต่ละแบบ เช่น

ถ้าเป็นโปรแกรมบนเครื่องยูนิกซ์ก็ต้องมีพัฒนาและใช้งานเฉพาะบนเครื่องยูนิกซ์เท่านั้น

ไม่สามารถนั้นโปรแกรมและข้อมูลต่างๆ ไปใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นอย่างเช่น

ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้ทำให้การพัฒนาโปรแกรมมีความยุ่งยากหลายขั้นตอน

จึงมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการพัฒนาโปรแกรมให้เป็นรูปแแบบของการพัฒนาโปรแกรมบนระบบอินเทอร์เน็ต

โดยจัดทำฐานข้อมูลให้เป็นเว็บเพจ และใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ในการเรียกดูข้อมูล

ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราสามารถจัดทำข้อมูลครั้งเดียวแต่สามารถใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกรูปแบบ

โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ที่ได้รับความนิยมนั้นได้แก่ โปรแกรม Internet Explorer, Netscape, Mozilla ฯลฯ

โปรแกรม Internet Explorer นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์

วินโดวส์ สำหรับโปรแกรม Netscape นั้นสามารถติดตั้งได้บนหลายๆ ระบบปฏิบัติการ และโปรแกรม

Mozilla นั้นเป็นโปรแกรม Netscape รุ่นที่แจกซอร์สโค้ดครับ ถ้าจะให้แนะนำก็อยากจะให้ใช้โปรแกรม

Mozillaนี้ครับ

5.ข้อมูล

ข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตจะมีการจัดเก็บในลักษณะที่เรียกว่า “เว็บเพจ” คือมีการจัดเก็บข้อมูลเป็นหน้าๆ

สามารถเชื่อมโยงกันไปมาเหมือนใยแมงมุม คล้ายกับว่าเป็นหนังสือเล็กทรอนิกส์ ที่มีสารบัญแบบพิเศษ

คือแทนที่จะต้องเปิดหนังสือทีละหน้า

ก็จะใช้วิธีการคลิกเมาส์ที่สารบัญหรือที่ข้อความที่เน้นไว้ข้อมูลก็จะเปิดไปยังหน้านั้นโดยอัตโนมัติ

การสร้างเว็บเพจเองนั้นก็ไม่ยากครับ เป็นการนำข้อมูลหรือเอกสารมาแทรกรหัสควบคุมลงไป ก็คล้ายๆ

กับการสร้างเอกสารหรือพิมพ์งานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไปครับ

เช่นถ้าต้องการให้แสดงผลที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชื่อบริษัทเราก็พิมพ์ชื่อบริษัทใส่ลงไปในเอกสารนั้น

โดยที่เอกสารที่มีการแทรกรหัสควบคุมใช้ในระบบอินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นเอกสารที่อยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า

HTML (HyperText Markup Langugue)ซึ่งจะมีลักษณะดังนี้

<HTML>

<HEAD>

<TITLE> โฮมเพจของบริษัท ABCจำกัด</TILTE>

</HEAD>

<BODY>

<H1>ประวัติความเป็นมาของบริษัท </H1>

</BODY>

</HTML>

ส่วนที่อยู่ในวงเล็บคือรหัสควบคุมการแสดงผลซึ่งจะเรียกว่า “แท็ก” อย่างเช่น <TITLE>

หมายถึงให้แสดงข้อความระหว่าง <TITLE> และ </TITLE> ที่เมนูส่วนบนสุดของโปรแกรมเบราเซอร์ หรือ

<H1> จะหมายถึงให้แสดงข้อความด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ระหว่าง <H1> และ </H1>

ซึ่งในการแสดงผลจะแสดงเฉพาะข้อความเท่านั้น แท็กต่างๆหรือข้อความภายในวงเล็บจะไม่ถูกแสดงผล

การสร้างเว็บเพจในลักษณะนี้จะใช้โปรแกรมอิดิเตอร์หรือโปรแกรมพิมพ์งานทั่วไปสร้างเว็บเพจขึ้น

เมื่อสร้างเว็บเพจโดยการจัดรูปแบบข้อมูลต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบของ HTML นี้แล้ว

ก็นำไปใส่ใว้บนเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้คนอื่นสามารถเรียกดูได้

การสร้างเว็บเพจโดยใช้โปรแกรมช่วย

การสร้างเอกสารเว็บเพจโดยการพิมพ์แท็กควบคุมโดยตรงนี้ต้องจำแท็กต่างๆ และต้องใช้เวลาฝึกฝนพอ

สมควร แต่ไม่นานก็เขียนได้ครับ ถ้าจะให้สะดวกแล้วเราใช้โปรแกรมช่วยเขียนเว็บเพจจะดีกว่าครับ อย่างเช่น

FrontPage, Namo WebEditer, Hot MeTMetaL ฯลฯ

วิธีการที่ง่ายที่สุดเห็นจะเป็นการพิมพ์งานด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดแล้วก็สั่งให้บันทึกเป็นเว็บเพจได้เลย

ครับ

วิธีการนำข้อมูลขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ต

วิธีการนำข้อมูลขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ตนั้นก็คือ การสร้างเว็บเพจแล้วนำไปไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์

ซึ่งเราสามารถทำเองหรือจะว่าจ้างให้บริษัททำให้ก็ได้ มีบริษัทที่รับสร้างเว็บเพจโดยเฉพาะครับ

ซึ่งก็จะมีการคิดราคาเป็นจำนวนหน้าของข้อมูลและค่าการออกแบบ

ราคาก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะความซับซ้อนของเว็บเพจ

ลองติดต่อกับศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตดูนะครับเราส่วนใหญ่แล้วจะมีการให้บริการสร้างเว็บเพจด้วย

บทความโดย ปิยะสมบุญสำราญ




 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved