บทบาทของอินเทอร์เน็ตในด้านของ Supply Chain
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะพบว่าเรื่องของ Supply Chain มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า
แม้ว่าจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม ในการ implement เรื่องของ
Supply Chain ในองค์กรนั้น มักเริ่มต้นมาจากเรื่องของการขนส่ง, ตามมาด้วยเรื่องของคลังสินค้า,
การจัดการสินค้าคงคลัง, การจัดการด้านวัตถุดิบ, หาหีบห่อ, การบริหารด้านการจัดซื้อและการจัดการ
สินค้าคงคลังที่เป็นวัตถุดิบ
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า Supply Chain มีพัฒนาการเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน หากแต่ว่าผลที่ได้รับ
ต่อเป้าหมายที่วางไว้เป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากในอดีต ขาดเรื่องของการ Integration ระหว่างคู่ค้า
และหากแม้ว่ามีก็จะพบว่าข้อมูลที่สำคัญไม่ได้มีส่วนที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จากคู่ค้าด้วยกัน
ในระยะหลังที่อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นนั้น ทำให้เกิดโอกาสอย่างมากในการลดความผิดพลาด
ในเรื่องของการพยากรณ์ข้อมูลลง อีกทั้งสามารถปรับปรุงด้านบริการต่างๆ ทั้งภายในและระหว่างองค์กร
มากขึ้นด้วย สำหรับสิ่งที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการของ
Supply Chain นั้น มีมากมายอาทิเช่น
1.สามารถให้บริการด้านแคตตาล็อกออนไลน์ ทำให้ผู้ซื้อสามารถทำการค้นหา, เลือก
และทำการสั่งซื้อสินค้าโดยตรงกับผู้ขายโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคน
ทำให้สามารถลดความผิดพลาดและเกิดความรวดเร็วในกระบวนการซื้ออีกด้วย
2.ปัญหาในด้าน Tracking ถือเป็นเรื่องสำคัญ และอินเทอร์เน็ตสามารถเข้ามามีบทบาททั้งในส่วนของการ
ติดตามเรื่องของ shipment ต่างๆตลอดจนสถานะของ orders ที่ได้ส่งไปยัง Suppliers แต่ละราย
ทำให้สามารถทราบถึงกำหนดการสั่งและส่งโดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง
3.สามารถช่วยในเรื่องของการติดต่อ ทั้งในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดส่ง
ล่าช้า, สินค้าหมด, การเปลี่ยนแปลงในหมายกำหนดการส่งตลอดจนกรณีที่สินค้ามาถึงช้ากว่ากำหนด
4.ข้อดีเด่นของอินเทอร์เน็ตในเรื่องของ Supply Chain อีกประการหนึ่ง คือ ความสามารถในการบริหารและ
ติดต่อสื่อสารในลักษณะ 7 วัน และตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในกรณีที่มีคู่ค้าอยู่ต่างประเทศ และมีปัญหา
ในเรื่องของเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความสะดวก คล่องตัวและรวดเร็ว
5.ในกรณีที่มีการออกคำสั่งซื้อไปยังผู้ขายแล้ว
ความสะดวกจากการใช้อินเทอร์เน็ตอาจทำให้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของคำสั่งซื้อสามารถกระทำ
ได้ทันต่อเวลา
6.นอกจากนี้การใช้อินเทอร์เน็ต
ยังสามารถช่วยให้สามารถชำระค่าสินค้าและบริการในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์และขณะเดียวกันก็ยังสามารถ
ติดตามสถานะการเป็นหนี้ได้ง่ายอีกด้วย
7.สิ่งจำเป็นประการหนึ่งในเรื่องของการค้าในยุคปัจจุบันคือการติดต่อสื่อสาร
ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้อินเทอร์เน็ตจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสามารถกระทำได้โดยตรง
เมื่อพูดถึงบทบาทของอินเทอร์เน็ตที่อำนวยให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ Supply Chain มาแล้ว
คราวนี้เราลองมาพิจารณาในรายละเอียดของบทบาทอินเทอร์เน็ตที่มีส่วนในระบบงานต่างๆ ของ
Supply Chainดูบ้าง
1. ระบบการสั่งซื้อ อินเทอร์เน็ตได้มีบทบาทในเรื่องของการสั่งซื้อมากที่สุด โดยอาศัยการเข้าถึงได้ง่าย
จากผู้ซื้อในการทำการติดต่อซื้อขาย โดยส่งผ่านคำสั่งซื้อในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถลดงาน
ด้านเอกสาร และขั้นตอนลงเป็นจำนวนมาก และส่งผลให้ Order Cycle Time
ลดลงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและลดต้นทุนการดำเนินงานอีกทางหนึ่ง
2. ระบบสินค้าคงคลัง ต้นทุนในด้านสินค้าคงคลัง เป็นต้นทุนหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นต้นทุนที่สูงในกระบวนการ
ด้าน Supply Chain อินเทอร์เน็ตมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ของสินค้าที่มีอยู่กับผู้ขาย, หรือการแจ้งผู้ซื้อถึงเรื่องของความล่าช้าที่เกิดจากจัดส่ง
การอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นเสมือนสื่อกลางทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถวางแผนในการสร้างสมดุลย์ของ
สินค้าคงคลัง เพื่อลดต้นทุนด้านนี้ลงและเพิ่มคุณภาพการบริหารให้สูงขึ้น
3. ระบบการจัดส่ง ในเรื่องของการขนส่งถูกมองว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงตัวหนึ่งในด้าน Supply Chain การนำ
อินเทอร์เน็ตมาใช้ ทำให้สามารถสร้างระบบการตรวจสอบการขนสินค้า ณ จุดที่เป็น Distribution Center
หรือทราบว่าการจัดส่งโดยอาศัย carriers ต่างๆนั้น สามารถที่จะนำสินค้าไปส่งตามกำหนดเวลาหรือไม่
และในทางกลับกันก็สามารถแจ้งให้ carriers ทราบถึงความล่าช้าของสินค้าที่เข้ามา ทำให้ carriers แต่ละ
รายทราบถึงสถานะของ Shipmentsได้ถูกต้องและรวดเร็ว
4. ระบบประมวลคำสั่งซื้อ เป็นระบบที่ถือได้ว่าสามารถนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งคำสั่งซื้อ และการตรวจสอบสถานะของคำสั่ง
ซื้อที่ได้ส่งมาแล้ว โดยทั่วไปจะพบว่าอินเทอร์เน็ตสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการดำเนินการได้
อย่างน่าพอใจ (ประมาณ 18-20%) เมื่อเทียบกับการประมวลผลโดยไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต
เนื่องจากความสามารถในการประมวลคำสั่งซื้อได้ทันทีเมื่อผู้ซื้อส่งผ่านคำสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ลด
Order Cycle Time และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากพนักงานขาย
หรือการส่งผ่านคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อและทำการป้อนซ้ำในระบบอีกครั้งหนึ่งโดยผู้ขาย
5. ระบบการบริการลูกค้า จากที่ได้ทราบกันดีในเรื่องของอินเทอร์เน็ตที่ทำให้เกิดความสามารถในการ
ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา จึงสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า
ทำให้ลูกค้าสามารถติดต่อหรือแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์
ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในการสร้างให้เกิดการสื่อสารในลักษณะ 2 ทางซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการสร้าง
ความสัมพันธ์กับลูกค้า
6. ระบบความสัมพันธ์กับผู้ขาย ส่วนใหญ่องค์กรธุรกิจมักละเลยในด้านของ Suppliers
และให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแต่เพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้อาจจะเป็นข้อจำกัดในอดีตที่ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างจำกัด
การใช้อินเทอร์เน็ตในด้านนี้จึงถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของการสร้างกระบวนการในการทำงานและวางแผน
ร่วมกัน อันเป็นหัวใจหลักของ Supply Chain Management ในยุคใหม่ ที่จะลดปัญหาการขาดความแม่นยำ
ในเรื่องของ forecast นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังสามารถช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถรับรู้ข่าวสาร ข้อมูล
ที่จำเป็นซึ่งกันและกัน
ในวันนี้อินเทอร์เน็ตจึงมิได้เป็นเพียงเครื่องมือ ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลข่าวสารแต่เพียงอย่างเดียวเช่นในอดีต
หากแต่เป็นเสมือนเครือข่ายที่เข้าไปแทรกและมีบทบาทในองค์กรธุรกิจจนแทบจะแยกไม่ออก สำหรับ
Business Initiatives ต่างๆ ที่มี อาทิเช่น Supply Chain Management, Customer Relationship
Management หรือ Enterprise resource Planning
ในปัจจุบันก็จำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สูงขึ้น และเกิดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
สิ่งที่น่าคิดก็คืออินเทอร์เน็ตกำลังจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นหรือมาตรฐานสำคัญของการเชื่อมต่อระบบงาน
ด้านธุรกิจระหว่างองค์กรไปแล้ว
บทความโดย พงษ์ชัยศิรินฤมิตร

|