เป็นเจ้าของกิจการผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องเปิดบริษัท
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีท่านผู้อ่านเมล์เข้ามาปรึกษาเรื่องการลงทุนทำธุรกิจบน
อินเทอร์เน็ต ท่านผู้อ่านท่านนี้เปิดร้านค้าบนอินเทอร์เน็ตขายสินค้าหลายอย่างครับคล้ายกับซูเปอร์มาร์เก็ต
ขนาดย่อมๆเนื่องจากสามารถจัดหาสินค้าได้ในราคาถูก
ตอนแรกก็คิดว่าจะสบายๆ ทำคนเดียว จัดการคนเดียว ไม่ต้องว่าจ้างใคร ไม่ต้องเปิดบริษัท แต่ปรากฏว่าทำ
ไปทำมาไม่เป็นอย่างที่คิด ลูกค้าบางเจ้าต้องการใบเสร็จรับเงิน บางเจ้าต้องการใบกำกับภาษี ร้ายกว่านั้นท่าน
ผู้อ่านท่านนี้เล่าให้ฟังว่า มีหน่วยงานราชการติดต่อมาบอกว่าต้องการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์จำนวนมาก
เนื่องจากได้ตรวจสอบราคาแล้วราคาสินค้าที่ประกาศขายไว้บนเว็บไซต์นั้นถูกที่สุดแล้วก็ขอให้ทำใบเสนอ
ราคาและไปขึ้นทะเบียนบริษัทกับหน่วยงานนั้น
ปรากฏว่าท่านผู้อ่านไม่ได้จดทะเบียนการค้าไว้ ไม่ได้เป็นนิติบุคคลในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือ
บริษัท จึงไม่สามารถออกเอกสารเหล่านี้ได้ ก็เลยไม่ได้ขายของให้หน่วยงานนี้เลย แต่ก็ยังมีการติดต่อเข้ามา
ในลักษณะนี้เรื่อยๆ ท่านผู้อ่านก็เห็นเงินหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา บ่อยๆ เข้าก็นึกเสียดายพยายามหาทาง
ออกอยากจะตั้งบริษัทให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ตนเองก็ไม่มีความรู้ทางนี้ แถมยังทำงานประจำอยู่ด้วยไม่มีเวลา
เลย ผมก็ได้แนะนำท่านผู้อ่านท่านนี้ไปว่า ที่ง่ายที่สุดก็คือไปติดต่อกับบริษัทที่เขาเปิดอยู่ แล้วให้เขาทำ
เอกสารเหล่านี้ให้ คล้ายๆกับว่าให้เขายื่นใบเสนอราคาและหลักฐานอื่นๆ แทนแล้วให้ค่าตอบแทนหรือ
แบ่งเปอร์เซนต์กัน
แต่พอไปพูดคุยแล้วปรากฏว่า บริษัทที่ไปติดต่อคิดค่าการจัดทำเอกสารแพงมากหรือไม่ก็จะเข้าประมูลเอง
แล้วมาซื้อสินค้าจากเว็บไซต์เราไปส่ง แต่ต่อรองให้ลดราคาลงมาถูกๆ คุยไปคุยมาก็ตกลงกันไม่ได้ เนื่องจาก
คำนวณดูแล้วไม่ว่าจะจ้างทำเอกสาร แบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย หรือลดราคาสินค้าให้ก็ไม่คุ้มซักกรณีเดียว
ต้องยอมรับว่าการเปิดร้านค้าบนอินเทอร์เน็ตยังมีข้อจำกัดอยู่บางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำเอกสาร
ทางราชการ ทำให้เรายังไม่สามารถขายกับตลาดราชการได้ สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องจดทะเบียนบริษัท
จดทะเบียนการค้า หมายเลขผู้เสียภาษี ฯลฯ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการเปิดร้านค้าธรรมดาทั่วไปที่ต้องทำอย่าง
นี้เพราะว่าหน่วยงานที่ติดต่อด้วยยังต้องให้ความสำคัญกับหลักฐานทางเอกสารครับ
เช่นต้องออกใบเสร็จรับเงิน ยิ่งถ้าลูกค้าเป็นหน่วยงานราชการแล้วด้วย ก็อาจจะต้องมีการส่งใบเสนอราคา
หรือต้องเข้ายื่นเอกสารประมูลเองโดยตรง ส่งทางอีเมล์ไม่ได้ ท่านผู้อ่านก็ปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี
ถ้าเปิดร้านบนอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ต้องทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้หรือไม่ คือไม่ต้องจดทะเบียนการค้า ไม่ต้อง
จดทะเบียนบริษัทให้ยุ่งยาก ผลจะเป็นอย่างไรจำนวนลูกค้าจะลดลงมากมั้ย
ต้องตอบว่าถ้าเป็นแบบนี้ ร้านค้าที่เราเปิดนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แคบลง เป็นลักษณะลูกค้ารายบุคคล
ที่ไม่สนใจเรื่องเอกสารเป็นทางการ แต่จะไม่สามารถจับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่เป็นหน่วยงานทางราชการ
หรือบริษัทขนาดใหญ่ได้ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีกำลังซื้อสูงมาก ร้านค้าของเราก็จะเหมือนกับว่าเป็นร้ายขาย
ของชำในซอย แต่ถ้าเราจดทะเบียนอย่างเป็นระบบขึ้นมาสามารถออกเอกสารต่างๆ
ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายก็จะยกระดับร้านขึ้นมาเป็นแบบร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ตั้งอยู่หน้าปากซอย
ได้ทันที
คุยกันไปคุยกันมาก็พยายามหาวิธีการลงทุนบนอินเทอร์เน็ตให้ท่านผู้อ่านทำได้โดยที่ไม่ต้องยุ่งยากกับการ
จัดตั้งบริษัท ก็มาจบลงที่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ เราสามารถเป็นส่วนของกิจการใดกิจการหนึ่ง
ได้โดยที่ไม่ต้องเปิดบริษัทเอง ไม่ต้องบริหารงาน ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายใดๆ ก็เข้าไปซื้อหุ้นของกิจการเหล่านั้น
เช่น อยากลงทุนในกิจการโทรศัพท์มือถือก็เข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทชินวัตรฯ อยากลงทุนในธุรกิจการเกษตร
ก็ซื้อหุ้นของบริษัทซีพีฯลฯ
แต่ต้องเป็นการลงทุนจริงในหุ้นที่มีกิจการดีมีการปันผลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ลงทุนในลักษณะของการ
เล่นหุ้นคือซื้อมาหรือขายไปในลักษณะของการเก็งกำไรหุ้นซึ่งผมไม่แนะนำครับ เราเลือกลงทุนในหุ้นโดย
การซื้อแล้วเก็บไว้ในระยะยาว รอรับเงินปันผลและผลประโยชน์อื่นๆ เช่น การได้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มในราคาทุน
ฯลฯจะดีกว่า
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
เดี๋ยวนี้เราสามารถลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ครับ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจก็สามารถ
ศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลองศึกษาข้อมูลรายละเอียด
ต่างๆ ดูก่อนครับไม่ต้องเดินทางหรือไม่ต้องติดต่อหน่วยงานใดๆ
หลังจากศึกษาข้อมูลแล้วก็ให้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ โดยกรอกข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแล้วรอ
ผลการอนุมัติจากโบรกเกอร์ประมาณ 3-4
วันก็จะมีจดหมายแจ้งมาจากโบรกเกอร์ว่าอนุมัติให้เราส่งเอกสารหรือโอนเข้าบัญชีเพื่อเปิดบัญชีซื้อขาย
หลักทรัพย์จากนั้นก็สามารถเริ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้เลยครับ
ผมขอแนะนำให้ทดลองเปิดบัญชีกับเว็บไซต์ SETTRADE.com ดูนะครับ เราสามารถเปิดบัญชีแบบทดลอง
ใช้งาน (Free Trial) ดูก่อนได้ เมื่อสมัครแล้วสามารถลองใช้งานได้ 15 วัน
สามารถดูข้อมูลได้ทุกอย่างครับเพียงแต่ว่ายังไม่สามารถซื้อขายได้จริงเท่านั้น
ข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์นั้นละเอียดมาก เรียกว่าเหมือนกับว่าไปเราไปยืนอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์เลย
ท่านผู้อ่านที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ถ้าไม่อยากไปนั่งเฝ้าที่หน้าจอที่ตลาดหลักทรัพย์จะลอง
ใช้บริการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตดูก็ได้ จะไม่ต้องคอยโทรถามข้อมูลจากโบรกเกอร์ ประหยัดกว่า
เสียแค่ค่าโทรศัพท์สามบาทในการต่ออินเทอร์เน็ตและได้ข้อมูลครบถ้วนกว่า สามารถสั่งซื้อขายได้ด้วย
และก็สามารถตั้งราคาซื้อราคาขายได้ล่วงหน้าได้เหมือนกับที่เราโทรไปหาโบรกเกอร์
ผมชอบมากเวลาที่เดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ทางไกลเพื่อโทรมาหา
โบรกเกอร์
การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนี้เหมาะมากสำหรับผู้ลงทุนที่ลงทุนทางเทคนิคหรือผู้ที่ใช้ข้อมูล
จริงในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ไม่ใช่ซื้อขายตามแรงเชียร์หรือซื้อขายตามที่เขาปั่นหุ้นกัน ที่สำคัญอีกอย่าง
หนึ่งก็คือ เราจะซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามวงเงินที่มีอยู่ เป็นการจำกัดความเสียหาย ถ้าต้องการจะลงทุนเท่าไร
ก็นำเงินไปเข้าบัญชี เวลาหุ้นตกก็ไม่ต้องถูกบังคับขายให้ขาดทุน สามารถถือระยะยาวได้เพราะว่าเป็นเงิน
เย็นของเราเอง
นอกจากนี้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ของการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น จะเหมือนกับว่าเรามี
โบรกเกอร์ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมงจะซื้อจะขายตอนไหนก็ได้ ที่ผมชอบมากอย่างหนึ่งก็คือ
สามารถส่งข้อความเตือนทางอีเมล์หรือทางโทรศัพท์มือถือได้ เช่น พอตลาดหุ้นปิดก็จะมีอีเมล์ส่งมาแจ้งดัชนี
แจ้งสรุปรายการหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายได้แถมยังสามารถให้ส่งข้อความเตือนได้อีกเมื่อหลักทรัพย์มี
ราคาสูงหรือต่ำตามที่เราเป็นคนกำหนดเองได้
ผมคงจะไม่ลงลึกในรายละเอียดของหุ้นรายตัวนะครับ เดียวจะกลายเป็นคอลัมน์แนะนำการเล่นหุ้นไป
ต้องขอเตือนนะครับ การลงทุนในหลักทรัพย์ต้องศึกษาข้อมูลโดยละเอียดก่อนตัดสินใจ
และซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนนะครับไม่ใช่การเก็งกำไร
การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลงทุนไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้งาน
การเก็งกำไรจากเล่นหุ้น ถ้ามีคำถามหรือขอเสนอแนะประการใดก็เมล์มาคุยกันได้
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ
บทความโดย ปิยะสมบุญสำราญ

|