ข้อวิตกของ ซีอีโอ
ถ้ามีใครไปถามผู้บริหารระดับสูงว่า ในบรรดาปัญหาในการบริหารธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพ
มีอะไรบ้างที่เป็นหนึ่งในความวิตกกังวลมากที่สุด หนึ่งในคำตอบ คือ
เรื่องจะประกอบธุรกิจอย่างไรถ้าข้อมูลเสียหายหมด
เหตุการณ์ วันที่ 11 เดือนกันยายน ที่ผ่านมาที่ทุกคนไม่อาจลืม ผลของการก่อวินาศกรรมตึก World Trade
มีสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่งถูกไฟไหม้ และถูกระเบิดทำลายจนสิ้น
ลำพังทรัพย์สินเงินทองก็คงจะหามาทดแทนได้ ภายในเวลารวดเร็ว แต่ปรากฏว่า
มีบริษัทเป็นจำนวนมากประสบความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
เพราะข้อมูลและระบบเครือข่ายถูกทำลายจนหมดสิ้น
มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ได้เตรียมการสำรองฉุกเฉินสามารถกู้ระบบได้อย่างรวดเร็ว
โดยจัดเก็บข้อมูลของการทำธุรกรรมในแต่ละวันไว้ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองทำให้รอดตัว
แนวความคิดด้านมาตรการรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพล และผลกระทบต่อโลกเศรษฐกิจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกา หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งที่เคยเกิดในประเทศไทย
ยิ่งเสริมให้แนวความคิดด้านการป้องกันข้อมูลและการกู้ข้อมูล หลังจากเหตุสุดวิสัย
จึงเป็นสิ่งจำเป็นระดับสูงสุดที่ผู้บริหารไม่อาจละเลยได้
วันที่ 14 กันยายน 2528 อาคารไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) สมัยก่อนตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนสีลม
ใกล้กับโรงแรมดุสิตธานี ไฟไหม้ทั้งตึก แต่ปรากฏว่า สิ่งที่เสียหายคือตัวอาคารและทรัพย์สิน
ส่วนข้อมูลธุรกิจทั้งหมดไม่มีส่วนใดเสียหาย เพราะในสมัยนั้น
ไอบีเอ็มถ่ายโอนข้อมูลทุกวันไปไว้ที่ศูนย์สำรองในต่างประเทศ ทำให้วันต่อมา ขณะที่ตัวอาคารไฟยังลุกอยู่
ไปเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์จากลูกค้า แล้วถ่ายโอนข้อมูลกลับมา
และดำเนินธุรกิจต่อไปได้สร้างความเชื่อถือในหมู่ลูกค้าได้อย่างประทับใจ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาปากช่อง เคยไฟไหม้ทั้งอาคาร แต่ปรากฏว่า
สำนักงานใหญ่ในคืนนั้นได้ส่งรถบริการเคลื่อนที่ติดอุปกรณ์สื่อสารระบบดาวเทียมและเครื่องคอมพิวเตอร์
ไปให้บริการลูกค้าที่ปากช่องอย่างทันที
ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมกับธนาคารได้ทั้งที่ไฟยังลุกอยู่ในตอนเช้าของวันเปิดทำการ
น้ำท่วมหัวหมากเดือนกว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงจมน้ำ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคาร โดนน้ำท่วมเสียหายหมด รวมทั้งข้อมูล
สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเหล่านี้ เกิดมากว่า 20 ปีแล้ว
ในสมัยนี้ ธุรกิจหลายชนิดต้องใช้ระบบที่ทำงาน 24 ชม.7 วัน ไม่มีวันหยุด ตัวอย่างเช่น โทรคมนาคม
ธนาคารพาณิชย์ ระบบการป้องกันประเทศ ธุรกิจการบิน การสื่อสาร เป็นระบบที่มีความสำคัญระดับสูงสุด
ระบบเหล่านี้ไม่สามารถที่จะหยุดทำการได้โดยเด็ดขาด ดังนั้น การวางแผนให้ระบบทำงานโดยต่อเนื่อง
(Business continuity หรือ BC)คือทางเลือกที่ง่ายที่สุด
แต่การที่จะลงทุนสร้างอีกหนึ่งระบบที่เหมือนกัน 100% โดยหวังว่า
ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จะสามารถกู้ระบบได้ทันท่วงที หมายความว่าทั้งระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์
ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ระบบซอฟแวร์ ทุกอย่างต้องมี 2 ชุดทำงานแบบคู่ขนาน
แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม
หลายแห่งจึงวัดดวงหรือหาวิธีการสำรองข้อมูลอย่างอื่น เช่น อาจจะไปใช้บริการของศูนย์จัดเก็บข้อมูล
เพื่อถ่ายโอนข้อมูลเพื่อเก็บในระบบสำรองแบบวันต่อวัน สาเหตุเกิดจากมีข้อจำกัดทางเทคนิค
เพราะเซิร์ฟเวอร์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูล จำเป็นต้องทำงานภายใต้การควบคุมของเซิร์ฟเวอร์
จะทำงานเป็นอิสระไม่ได้ ดังนั้น
แม้มีหน่วยเก็บข้อมูลแยกย้ายไปอยู่คนละที่ถ้าเซิร์ฟเวอร์ไม่ทำงานก็ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้อยู่ดี
ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีใหม่ สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์
บริหารการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งบรรจุอยู่บนหน่วยจัดเก็บข้อมูล แต่ละหน่วยสามารถถ่ายโอนข้อมูล
โดยอัตโนมัติตามคำสั่งของโปรแกรมที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ตัวแม่ ผลประโยชน์ที่ได้คือ
โอกาสในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์สำรอง
โดยไม่ต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์ทำให้ประหยัดเงินเป็นจำนวนมากและให้ความมั่นใจได้
ความคิดดังกล่าว หรือที่เรียกว่า Disaster Recovery (DR) ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นอันมาก
เพราะบริษัทสามารถซื้อหน่วยจัดเก็บข้อมูลสำรอง ไปตั้งอยู่อีกที่หนึ่งหรือโยกย้ายถ่ายโอนข้อมูล
ไปยังเครือข่ายที่อยู่อีกประเทศหนึ่งก็ได้ บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในเมืองไทยปัจจุบันใช้วิธีนี้เป็นส่วนใหญ่
จะเลือกใช้วิธีใด ก็แล้วแต่กระเป๋าของท่าน แต่ไม่มีไม่ได้ครับผลเสียมันไม่คุ้มจริงๆ
บทความโดย นิมิตรหมดราคี

|