สร้างเว็บไซต์สู่สากล ต้องเปลี่ยน Paragigm
ผมอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งและพบว่าได้มีการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของไทยในการให้บริการรับสั่ง
ตัดเสื้อผ้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยลูกค้าสามารถที่จะกำหนดแบบและขนาดได้ตามที่ตนเองต้องการ
บริการก็มีให้เลือกหลากหลายแบบเช่นเดียวกับเมื่อเราเดินเข้าไปสั่งตัดเสื้อผ้าที่ร้านตัดเสื้อทั่วไปเข้าใจว่ายัง
มีบริการในเรื่องของการจัดส่งเสื้อผ้าที่ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วไปยังที่อยู่ที่ผู้สั่งตัดได้กำหนดล่วงหน้าอีกด้วย
ผมเองยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ จึงไม่ทราบรายละเอียดว่า ทางเจ้าของเว็บไซต์วางเป้าหมาย
ในการดำเนินธุรกิจอย่างไรแต่จากการที่ปรากฎเป็นข่าวนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นการให้บริการลูกค้าที่อยู่ใน
ประเทศไทยเท่านั้น
ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อการพัฒนาเว็บไซต์ของไทย ซึ่งส่วนใหญ่มักเน้นที่จะขายสินค้าและบริการ
กันเองระหว่างคนไทย ทั้งๆที่หลายเว็บไซต์มีการนำเสนอที่ดี แต่การไปจำกัดตลาดว่าจะทำตลาดสำหรับ
คนไทยนั้น ดูจะเป็นการไม่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจในลักษณะออนไลน์ที่ลูกค้าอาจจะเป็นใครและอยู่ที่
ไหนก็ได้ที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างเช่นในปัจจุบัน
ความกลัวหรือความสามารถ
บ่อยครั้งที่ผู้คนทั่วไปมองเรื่องของการสร้างเว็บไซต์และดำเนินธุรกิจในลักษณะออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและ
สามารถพัฒนาการค้าในลักษณะนี้ได้ในชั่วเวลาไม่นานนัก หากเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่เปิด
ดำเนินกิจการจึงยังไม่ประสบผลสำเร็จ ในประเทศไทยนั้นเราสามารถเห็นเว็บไซต์ใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน
โดยเฉพาะผู้ที่พัฒนาส่วนใหญ่นั้น เป็นผู้ที่ถือได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดเว็บไซต์ ส่วนใหญ่ยังเน้นในเรื่องที่ Localize สำหรับคนในประเทศ
เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อหา ชุมชน การสื่อสารบางคนอาจคิดไปว่าเรื่องของภาษาน่าจะเป็นปัญหา
ในการกีดขวางเว็บไซต์เหล่านี้ไม่ให้กำหนดรูปแบบที่เป็นสากล
เราอาจพบเห็นปัญหานี้ชัดเจนในเว็บไซต์ที่มีการออกแบบในลักษณะที่มี 2 ภาษาให้เลือก โดยดูลักษณะการ
ใช้ภาษาอังกฤษแล้ว น่าที่จะกังวลว่าชาวต่างประเทศอาจจะไม่เข้าใจหรือสื่อความหมายในทางที่ผิดไปได้และ
มีอีกจำนวนมากทีเดียวที่มีเพียงภาษาไทยเพียงภาษาเดียว
อย่างไรก็ตามในเรื่องภาษานี้ผมกลับมีความคิดว่าเป็นอุปสรรคหนึ่งที่กีดขวางการนำเสนอเว็บไซต์ออกสู่สากล
แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่เหล่านี้มีพื้นฐานด้านภาษาค่อนข้างดีกว่าคนไทยในรุ่นก่อนๆภาษา
จึงไม่ได้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความกังวลให้ผู้พัฒนาเว็บ
หากไม่ใช่เรื่องของภาษาแล้ว อะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญในการจำกัดตนเองของเว็บไซต์ไทยๆเราในเรื่องของตลาด
ผมมองว่าเว็บไซต์ก็คือธุรกิจและการดำเนินธุรกิจใดๆ ก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีระบบการจัดการที่ดี
สิ่งที่คนรุ่นใหม่มีก็คือความสามารถในเชิงความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาเว็บไซต์ที่จะนำเสนอทว่าปัจจัย
สำคัญคือเรื่องของการจัดการที่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์
ดังนั้นจุดเริ่มต้นของผู้พัฒนาเว็บไซต์ คือการเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่คิดว่าเว็บไซต์เป็นเพียงเรื่องของการ
ออกแบบเทคโนโลยี หรือแม้แต่คิดว่าเว็บไซต์เป็นเพียงเรื่องของการขายสินค้าเท่านั้น และกำหนดแนวคิด
ใหม่ในลักษณะที่เป็น “Paradigm Shift”เสียก่อน
ต้องบอกตัวเองว่าอี-คอมเมิร์ซไม่ใช่เทคโนโลยี แต่ความจริงคือการตลาดและการจัดการในรูปแบบใหม่ที่
สามารถตรงไปสู่กลุ่มเป้าหมายและจำเป็นจะต้องอาศัยระบบการจัดการทั้งภายใน (Back Office) และ
ภายนอก (Front Office) ที่ดี ในตำราที่กล่าวถึงเรื่องของอี-คอมเมิร์ซ มักจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการ
จัดการภายนอกเท่านั้น โดยพูดถึงส่วนนี้ว่าเป็น Infrastructureหรือพื้นฐานสำคัญของอี-คอมเมิร์ซ
อันได้แก่การจ่ายเงิน (Payment System), ตะกร้า (Shopping Cart), การจัดส่ง (Delivery), ระบบการรักษา
ความปลอดภัย (Security) และสุดท้ายคือระบบการติดตามรายการสั่งซื้อและส่งของ (Tracking System)
เมื่อเน้นความสำคัญด้านปัจจัยภายนอกจึงละเลยเรื่องของการจัดการภายในอันเป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องของ
คุณภาพและต้นทุนดังเช่นเว็บไซต์ระดับโลกหลายเว็บไซต์ที่ประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจเมื่อไม่สามารถ
ควบคุมทั้งในส่วนของคุณภาพและต้นทุนภายในอันเนื่องมาจากการดำเนินงานได้
เว็บไซต์ของไทยส่วนใหญ่ยังขาดในส่วนของ Front Office และ Back Office ที่ดี
โดยเฉพาะเรื่องของการชำระเงินที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นจุดที่จะได้รับการชำระเงิน
ยังพบว่ามีเว็บไซต์จำนวนมากที่ไม่ได้มีการสร้างระบบการชำระเงินที่ดีพอจึงไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องของการ
จัดการเลย
ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์ของไทยจึงพยายามที่จะจำกัดตัวเอง เพื่อเน้นการให้บริการเฉพาะในประเทศไทย
และเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจไป การส่งเสริมการพัฒนาและสร้างศักยภาพ
ในเรื่องของอี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะกับรายย่อยแล้ว ควรที่จะเน้นในการสร้างความเข้าใจเสียใหม่ว่า
อี-คอมเมร์ซนั้น คือการบริหารและการจัดการเช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจอื่นๆและจำเป็นต้องให้ความรู้อย่าง
เพียงพอในเรื่องของการจัดการ
อี-คอมเมิร์ซจึงไม่ใช่เรื่องของโชคหรือโอกาสของผู้ที่พัฒนาเว็บไซต์ ที่จะทำการขายสินค้าและบริการบน
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ต้องเป็นเรื่องผู้ที่มีความสามารถในเชิงของการบริหารและจัดการโดยอาศัย
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์
ผมอยากให้ผู้ที่มีความสนใจในการพัฒนาธุรกิจออนไลน์เปลี่ยนแปลง Paradigm ของตนเสียใหม่
และมองธุรกิจในลักษณะหรือมุมมองที่ตรงข้ามจากเดิม
คือเน้นการจัดการที่ดีเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มมากกว่าใช้เว็บไซต์โดยคำนึงถึงการใช้เป็นเครื่องมือ
ในการขายสินค้าและบริการแต่เพียงอย่างเดียว และเมื่อนั้นเองเว็บไซต์เหล่านี้ก็สามารถจะเข้าสู่ความเป็น
สากล และสามารถทำการค้าแข่งขันกับเว็บไซต์อื่นๆทั่วโลกได้
มีคำพูดคำหนึ่งที่น่าจะเหมาะสมกับเรื่องของการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซ คือ “Think Global, but Act Local”
คือมองภาพรวมหรือภาพใหญ่ก่อนแล้วเริ่มลงมือทีละขั้นตอน
เมื่อใดก็ตามที่ท่านมีความริเริ่มจะทำการค้าออนไลน์
ถามตัวเองเสียก่อนว่าทำไมต้องขายสินค้าหรือบริการให้กับคนไทยในประเทศไทยเท่านั้น
ทำไมไม่ขายให้กับคนไทยที่อยู่ทั่วโลกด้วย
ทำไมไม่ขายสินค้าให้กับคนต่างประเทศเพราะตลาดการค้าไม่ได้มีแค่ภายในประเทศไทยเท่านั้น
บทความโดย พงษ์ชัยศิรินฤมิตร

|