บทเรียนจาก “e-Speed”
ต้องยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ “อี” หรือ “ไอ” หรือ “อินเทอร์เน็ต”
เป็นรูปแบบองค์กรและการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในตำราเรียนเล่มไหนมาก่อนความรวด
เร็วของการก่อตั้งบริษัทชั่วข้ามวันถูกเปรียบเทียบกับการวางแผนธุรกิจเป็นปีของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ
แบบเดิมๆ
เนื่องจากการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน การรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสมกับการลงทุนนั้น
ไม่มีอีกต่อไป ทำให้บริษัทใหม่ๆรีบกระโจนลงตลาดก่อนที่จะรู้ว่า
แท้จริงแล้วมีอะไรรออยู่บ้างในสนามการค้านั้นซึ่งในช่วงระยะหนึ่งการทำเช่นนี้ถูกยกย่องว่าดีเลิศ
ในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท McKinseyได้ทำการศึกษาบริษัทยุคใหม่เหล่านี้ทั้งหมด 80 บริษัทและพบว่า
มีเพียง 10%เท่านั้นที่ความเร็วในการก่อตั้งบริษัทเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ
ในขณะที่บริษัทที่เหลืออีก 90% นั้นความเร็วในการตั้งบริษัทกลับทำให้บริษัทต้องล้มเหลวเร็วขึ้นเสียอีก
เนื่องจากบริษัทไม่ได้มีการศึกษาตลาด, สมมุติฐานเกี่ยวกับธุรกิจที่จะเข้ามา,
คู่แข่งทั้งทางตรงทางอ้อมรวมไปถึงการจัดวางระบบและทรัพยากรให้ดี
การก่อตั้งบริษัทอย่างรวดเร็วทำให้การบริหารทรัพยากรทั้งเงินและบุคลากรเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะในช่วง
เริ่มต้น เนื่องจากโดยธรรมชาติของธุรกิจช่วงแรกขององค์กรตั้งใหม่จะต้องลงทุนลงแรงมากที่สุดเพื่อให้ขาย
บริการให้ได้ แต่ถึงแม้ความเร็วสู่ตลาดหรือ Time to Market
นั้นสำคัญมากเท่าใดก็ตามความพร้อมในประเด็นต่อไปนี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนหรืออาจมากกว่า
ความเร็วสู่ตลาดเสียด้วยซ้ำ
1. การป้องกันการเข้าตลาด หรือ Barrier to Entry ซึ่งอาจมีได้หลายรูปแบบ บริษัทจะต้องมีเครือข่ายลูกค้า
อยู่ในมือ และสามารถทำให้มูลค่าการเลิกใช้บริการของบริษัทหรือ Switching Cost นั้นสูง
ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ระบบที่ตัวเองให้บริการมีราคาแพงเกินกว่าที่ลูกค้าจะคิดเลิก
หรือการมีเครือข่ายลูกค้าหรือซัปพลายเออร์ที่กว้างขวาง จะทำให้ลูกค้าคิดหน้าคิดหลังก่อนการเปลี่ยนบริการ
รวมไปถึงการเป็นผู้ให้บริการได้เพียงเจ้าเดียวหรือ Monopolyนั่นเอง
2. ตลาดที่บริษัทจะกระโดดเข้าไปต้องใหญ่พอที่บริษัทจะสามารถเรียกเงินทุนกลับคืนได้
เนื่องจากการเสี่ยงเข้าตลาดอย่างรวดเร็วนั้นเป็นการทุ่มทั้งเงินและทรัพยากร ดังนั้นตลาดจะต้องใหญ่พอที่จะ
มีช่องว่างให้ทำเงินได้
ในกรณีบริษัทอินเทอร์เน็ตหลายบริษัทที่ตลาดที่ลงไปเล่นนั้นใหญ่ไม่พอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลง
ที่อินเทอร์เน็ตนำมาอย่างรวดเร็ว
เช่นตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีบริษัทหลายบริษัทพยายามสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขึ้นมาให้บริการการซื้อขาย
3. ความสามารถในการรองรับการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การเข้ามาแข่งขันของบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือปัจจัยอีก
หลายอย่าง ที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ เช่น บริษัทที่ทำเว็บไซต์บนมือถือ
ไม่ได้เป็นผู้ดูแลตลาดมือถือที่แท้จริงแต่กลับเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายเท่านั้นที่จะเป็นผู้ดูแลและควบคุมทิศ
ทางของตลาด
บทความโดย ภานพเกษมศานดิ์

|