free web hosting | website hosting | Business Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affairสร้างแรงจูงใจ เพิ่มไฟทำงาน

โดยวิทยา ด่านธำรงกูล

เคยบ้างไหมที่ตื่นนอนตอนเช้าแล้วยังอ้อยอิ่งไม่อยากลุก ลืมตามองเพดานแล้วนึกว่า

"ต้องไปทำงานอีกแล้วหรือนี่เรา" หรือพอค่ำวันอาทิตย์นึกแต่ว่า "พรุ่งนี้วันจันทร์อีกแล้ว

ทำไมวันหยุดถึงสั้นนัก" อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป

จะเรียกว่าเป็นโรคเบื่องานหรือขาดแรงจูงใจในการทำงานก็ว่าได้

ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้เสมอกับคนทำงานไม่ว่าเป็นนายหรือลูกน้อง

สำหรับคนที่เป็นนายหรือผู้บังคับบัญชาควรจะรู้ว่าอะไรคือสาเหตุทำให้ลูกน้องห่อเหี่ยวไม่อยากทำงาน

และพยายามหาทางป้องกัน เพราะคนที่ขาดแรงจูงใจย่อมไม่อาจสร้างผลงานที่ดีออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ

จะให้บริการกับลูกค้าก็ไม่อาจทำให้ลูกค้ามีความสุขหรือประทับใจได้

การขาดแรงจูงใจของพนักงานจึงเหมือนกับโรคร้ายชนิดหนึ่งที่เกาะกินและทำลายความสำเร็จของหน่วยงาน

เราจึงควรจะหาสาเหตุและวิธีที่จะช่วยกันสร้างแรงจูงใจ

และเพิ่มไฟทำงานเพื่อสร้างความสุขความสำเร็จให้กับคนทำงานในองค์การ

ปัจจัยอย่างแรกที่มีผลต่อแรงจูงใจของพนักงานคือตัวงานเอง งานที่จะสร้างแรงจูงใจได้คืองานที่มีคุณค่า

มีความหมาย มีผลตอบแทนที่เหมาะสม และที่สำคัญมีเป้าหมายที่ชัดเจนแน่นอน นั่นคือทำแล้วรู้ว่าจะได้อะไร

จะวัดความสำเร็จกันที่ตรงไหน

ตราบใดที่มีเป้าหมายชัดเจนก็ทำให้คนทำงานรู้ว่าจะต้องทุ่มเทมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับคนที่อยู่ในถ้ำในความมืด มะงุมมะงาหราหาทางออกไม่เจอ หมดหวังหมดกำลังใจ

หรืออย่างเวลานักวิ่งซ้อมวิ่งถ้าโค้ชบอกว่า "วันนี้วิ่ง 100 เมตรแล้วกัน

แล้วจับเวลาว่าทำเวลาได้ดีกว่าเมื่อวานหรือเปล่า" อย่างนี้นักวิ่งก็มีเป้าหมายว่าจะต้องทำเท่าไร

ทำแล้ววัดผลได้ว่าทำได้ไม่ได้ ย่อมเกิดแรงจูงใจที่จะทำ แต่ถ้าโค้ชบอกว่า "วิ่งวิ่งไปเถอะ

เหนื่อยเมื่อไรค่อยหยุดวิ่ง" อย่างนี้นักวิ่งก็หมดแรงไม่รู้จะวิ่งไปทำไมให้ป่วยการ

คนทำงานก็เช่นเดียวกันอยากเห็นผลงานของตัวเองว่าดีไม่ดีขนาดไหน

มีเป้าหมายจึงเท่ากับมีแรงจูงใจให้อยากทำงาน

นอกจากเป้าหมายแล้วต้องไม่ลืมว่าคนเรายังต้องการงานที่ทำให้เขามีโอกาสก้าวหน้า

งานที่ท้าทายความสามารถด้วย งานบางอย่างทำไปแล้วมองไม่เห็นอนาคต ซ้ำซากน่าเบื่อ

จะคาดหวังให้ใครมาทนทำอยู่นานๆ เห็นจะไม่ได้ ไม่ต้องดูอื่นไกล พนักงานที่นั่งเก็บเงินในตู้เล็กๆ บนทางด่วน

ทำอย่างนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ลองไปถามดูเถิดจะมีสักกี่คนบอกว่าชอบงาน มีความสุขกับงาน

งานอย่างนี้ที่สุดแล้วก็ต้องมาคิดว่าจะหาเทคโนโลยี่มาทำแทนคนได้ไหม

หรืองานบางอย่างจะเปลี่ยนวิธีทำเสียดีไหม คนที่เป็นหัวหน้าต้องพยายามให้งานที่มีความหมายกับลูกน้อง

ชี้ให้ลูกน้องเห็นความสำคัญของงานที่มอบหมาย ปรับปรุงงานที่น่าเบื่อให้น่าทำ

ตลอดจนหมุนเวียนให้ลูกน้องมีโอกาสได้ทำงานใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซากบ้าง เขาจะได้มีกำลังใจ

ที่สำคัญต้องไม่ลืมด้วยว่าผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้คนมีแรงจะทำงาน

จะหวังให้คนขยันทำงานในขณะที่ยังท้องหิวเป็นเรื่องยาก

และหากท้องหิวหนักเข้าความสุจริตก็อาจจะหายไปด้วย

ตัวนายหรือหัวหน้าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้งานน่าทำหรือน่าเบื่อหน่าย

ถามลูกน้องบางคนว่าทำไมไม่อยากไปทำงาน ได้คำตอบว่า "เบื่อนาย" นายลำเอียง นายขี้บ่น นายอคติ

นายประสาท นายซื่อบื้อ สุดที่จะบรรยายไปได้ต่างๆ นาๆ

นายบางคนนั้นสักแต่ว่าเป็นนายไม่เคยเอาใจลูกน้องมาใส่ใจตัวเอง

อย่างนี้จะได้ความรักจากลูกน้องเห็นจะยากเต็มที ลูกน้องอยากจะได้นายที่เก่งทั้งงานและเก่งทั้งคน

ที่ต้องเก่งงานเพราะต้องเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องมั่นใจว่าจะเป็นผู้นำเขาได้ เขาฝากชีวิตไว้ได้

และทำให้เขาเรียนรู้จากนายได้ ที่ต้องเก่งคนเพื่อที่จะแบ่งปันน้ำใจ ให้ความเอื้ออาทร

เป็นที่พึ่งทางใจให้กับเขาได้ นายที่เอาแต่เผด็จการ

เอะอะก็โวยวายด่าทอเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งจะพาลูกน้องเซ็งไปด้วย นายที่เข้าอกเข้าใจลูกน้อง

มีน้ำใจไมตรีแต่ทำงานไม่เอาไหน ไม่เคยพิสูจน์ตัวเองว่าประสบความสำเร็จในงานได้

ก็ไม่อาจเป็นที่พึ่งพิงแก้ปัญหาให้ลูกน้องได้

อย่างนี้ก็สร้างความเซ็งและทำให้กำลังใจของลูกน้องหายหกตกหล่นไปด้วย

เป็นนายแบบที่จะทำให้ลูกน้องอยากทำงานและทำงานอย่างทุมเทให้นั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

สาเหตุที่เบื่องานของคนบางคนเกิดเพราะเพื่อนร่วมงาน งานดี นายดี เพื่อนร่วมงานไม่ดี

ก็บั่นทอนกำลังใจที่จะทำงานไม่น้อย ปัญหากับเพื่อนร่วมงานนำมาซึ่งความขัดแย้ง ขาดการประสานงานที่ดี

เกิดการซุบซิบนินทาให้ร้ายกัน แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ไม่พูดจาไม่สื่อสารกัน

เกี่ยงงานกันและอีกสารพัดปัญหาที่อาจเกิดได้ทั้งนั้น แล้วที่สุดงานก็สะดุดหรือล่าช้า

เพราะขาดการร่วมมือร่วมใจกัน

ผู้บังคับบัญชาต้องหมั่นตรวจสอบว่าในหน่วยงานมีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด

ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติของมนุษย์เพราะแต่ละคนแตกต่างกัน

ความขัดแย้งในระดับพอเหมาะนำมาซึ่งความคิดเห็นและวิธีการใหม่ๆ ในการทำงาน

แต่ถ้ามีมากจนเกินไปก็กลายเป็นความถดถอยของหน่วยงานและบั่นทอนแรงจูงใจของพนักงานได้เหมือนกัน

คนเป็นหัวหน้าจึงต้องคอยตรวจตราให้ดีว่าพนักงานหรือลูกน้องอยู่กันอย่างไร

และหาวิธีสร้างความร่วมมือในหมู่พนักงานให้เกิดขึ้นอยู่เสมออาการเซ็งงานเพราะเพื่อนร่วมงานจะได้ไม่เกิดขึ้น

หัวหน้าที่ดีต้องคิดว่าโดยพื้นฐานแล้วลูกน้องอยากจะทำงาน ไม่มีใครรังเกียจงาน หากงานดี นายดี

เพื่อนร่วมงานดี เขาย่อมอยากจะทำงานเป็นธรรมดา

ที่เขาเบื่อหน่ายขาดแรงจูงใจก็เพราะมีเหตุให้เป็นในเรื่องต่างๆ ทั้งสามอย่างที่ว่ามา

ไม่ใช่ว่าเกิดจากนิสัยดั้งเดิมหรือกรรมพันธุ์ใดๆ ทั้งสิ้น

รู้อย่างนี้แล้วมาช่วยกันสร้างแรงจูงใจและสร้างไฟทำงานให้ลุกโชนในที่ทำงานกันดีกว่า

เพื่อที่ว่าตื่นนอนตอนเช้าทุกคนจะได้มีกำลังวังชาพร้อมจะทำงาน ไม่ต้องอ้อยอิ่งนอนนึกแต่ว่า

"ต้องไปทำงานอีกแล้วหรือนี่"


 

Copyright © 2002 payom.netfirms.com. All rights reserved