เป็นนายแบบไหนดี
โดยวิทยาด่านธำรงกูล
คนเป็นผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลลูกน้องมากมายในองค์กร มักต้องถามตัวเองอยู่เสมอๆ
ว่าควรจะเป็นนายแบบไหนดี งานจึงจะราบรื่นปลอดโปร่ง ได้ทั้งงานและได้ทั้งน้ำใจของลูกน้องด้วย
การตอบคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจะเป็นนายแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งจากตัวงาน
ตัวนายเองสภาพแวดล้อมของงานลักษณะขององค์กรและที่สำคัญขึ้นอยู่กับตัวลูกน้องด้วย
ลูกน้องมีหลายประเภทถ้าจะจัดกันตามความสามารถและความเต็มใจในการทำงานเห็นจะได้ประมาณนี้คือ
ประเภทแรก ไร้ความสามารถและความเต็มใจ พวกนี้ต้องดูแลกวดขันกันใกล้ชิด
เพราะเผลอเมื่อไรเป็นผิดพลาดเมื่อนั้น หรือไม่ก็อู้งานรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง
มีข้ออ้างสารพัดเมื่องานไม่เสร็จ หากเจอลูกน้องแบบนี้บทบาทที่ควรเลือกคือเป็นนายแบบ "สั่งการ"
ด้วยความเฉียบขาด อธิบายงานให้ชัดเจน มีเส้นตายของงานที่แน่นอน
และมีการคาดโทษเอาไว้ด้วยสรุปว่าต้องเป็นนายที่เน้นงานแบบสุดๆ
ประเภทที่สอง ไร้ความสามารถแต่เต็มใจ ลูกน้องประเภทนี้กระตือรือร้นขันอาสาที่จะทำงาน
แต่ทำทีไรผิดพลาดทุกที เป็นลูกน้องประเภทที่ต้องดูแลเอาใจใส่มากกว่าประเภทอื่นๆ
จะดุว่าให้เสียน้ำใจก็ทำไม่ค่อยลง เพราะเห็นแก่ความตั้งใจแม้ไร้ความสามารถ
บทบาทของนายเมื่อเจอลูกน้องแบบนี้คือการ "ขายงาน" มากกว่าการสั่งงาน คือต้องชี้แจงวิธีทำ
และผลงานที่ต้องการอย่างชัดเจนมากๆ โดยใช้ท่วงทำนองที่นุ่มนวล ไม่ให้เสียน้ำใจ
เพราะลูกน้องอยากทำงานอยู่แล้ว แล้วต้องมีการติดตามงานอย่างใกล้ชิดด้วย สรุปว่าต้องเป็นนายที่สุดๆ
ทั้งเรื่องงานและเรื่องน้ำใจคน
ประเภทที่สาม สามารถแต่ไม่เต็มใจ ประเภทนี้เป็นคนเก่งแต่ไม่อยากทำงาน
นายที่เหมาะกับลูกน้องประเภทนี้คือนายที่เน้นการ "ร่วมงาน" คือเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็น
ได้ร่วมตัดสินใจในงานที่เขาจะทำ ทั้งในเรื่องวิธีการทำงาน และผลลัพธ์ของงาน เขาจะได้รู้สึกเป็นเจ้าของงานนั้น
ไม่ใช่ทำเพราะถูกสั่งเท่านั้นนายที่เจอลูกน้องประเภทนี้ต้องเปิดใจกว้างเน้นน้ำใจคนมากกว่าเรื่องงาน
ประเภทสุดท้าย สามารถและเต็มใจ นายคนไหนเจอลูกน้องแบบนี้เหมือนได้ขึ้นสวรรค์
เพราะลูกน้องทั้งเก่งทั้งขยันทั้งรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นนายไม่ต้องสั่งมาก
แต่"มอบหมายงาน"ให้ไปเลยด้วยความสบายใจว่างานจะเสร็จเรียบร้อยตามกำหนด และได้ผลตามต้องการ
นายแบบนี้แทบไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องงานและเรื่องน้ำใจคนเพราะลูกน้องมีวุฒิภาวะเต็มที่แล้วนั่นเอง
นายทุกคนอยากมีลูกน้องแบบสามารถและเต็มใจด้วยกันทั้งนั้น จะได้มีเวลาไปทำงานอื่น
ไม่ต้องพะวงกับการควบคุมดูแลลูกน้องมากนัก แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้
นายจึงต้องมีศิลปะที่จะบังคับบัญชาลูกน้องแต่ละคนแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าจะถามว่าเป็นนายแบบไหนดี
เห็นจะต้องตอบว่าเป็นแบบไหนก็ดีทั้งนั้น ถ้าเลือกให้ถูกกับแบบของลูกน้อง
แล้วทำให้ได้ทั้งงานและสัมพันธภาพที่ดี

|