free web hosting | free hosting | Business Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affairเอนรอนกับนิติบุคคลเฉพาะกิจ

นิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือที่แปลมาจากคำฝรั่งว่า Special-purpose Entities (SPE) หรือ Special-purpose

Vehicles (SPV)คืออะไร ?

ทำไมจึงมีความสำคัญขนาดทำให้ยักษ์ใหญ่อย่างเอนรอนล้มละลายได้อย่างไม่คาดฝัน

ข่าวบอกว่าเอนรอนจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจขึ้น แต่เวลาลงบัญชี เอนรอนกลับนำแต่สินทรัพย์มาแสดงในงบดุล

โดยไม่นำหนี้สินมาแสดง ต่อมาในภายหลัง บริษัทและผู้สอบบัญชีได้ขอ แก้ไขข้อผิดพลาดที่สำคัญ

(การแก้ไขข้อผิดพลาดที่สำคัญนั้น หมายถึง การที่บริษัทและผู้สอบบัญชีออกมายอมรับว่างบการเงินงวดก่อนๆ

ที่ออกไปนั้นผิดพลาดจนต้องนำมาแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อแสดงเปรียบเทียบกับงบการเงินงวดปัจจุบัน

พร้อมกับแสดงงบการเงินงวดปัจจุบันให้ถูกต้องตามกัน)

เมื่อฐานะที่แท้จริงถูกเปิดเผยออกมาในไม่ช้าบริษัทก็ถูกฟ้องล้มละลาย

ก่อนที่จะเข้าใจเรื่องที่เกิดกับเอนรอนมาเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่านิติบุคคลเฉพาะกิจคืออะไร

นิติบุคคลเฉพาะกิจ หมายถึง นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง

ผู้จัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจจะเป็นใครก็ได้ (ซึ่งอาจเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท)

ที่ต้องการก่อตั้งนิติบุคคลเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้แต่เริ่มแรก

นั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่ถูกจ้างเข้ามาดำเนินงานในนิติบุคคลเฉพาะกิจ

ต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

หรือที่ฝรั่งอุปมาอุปไมยว่าเหมือนกับการใช้โปรแกรมการบินอัตโนมัติ (Auto Pilot) (คือ

เครื่องบินจะบินเองตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

นักบินที่นั่งมาด้วยมีหน้าที่คอยดูแลให้เครื่องบินบินตามโปรแกรมเท่านั้น)

นิติบุคคลเฉพาะกิจอาจจัดตั้งขึ้นในรูปของบริษัท ในรูปของกองทุน (Funds) หรือในรูปของ Trusts

(สำหรับประเทศที่มีกฎหมาย Trust) ตัวอย่างของนิติบุคคลเฉพาะกิจที่คุ้นเคยกันดี คือ

นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization)

การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ คือ

การที่บริษัทโอนสินทรัพย์ของบริษัทที่สภาพยังไม่คล่องหรือที่ยังเก็บเงินไม่ได้ เช่น ลูกหนี้

มาให้กับนิติบุคคลเฉพาะกิจ เพื่อให้นิติบุคคลเฉพาะกิจระดมทุนจากนักลงทุนตาดำๆ มาจ่ายให้กับบริษัท

(ทันที)

จากนั้นนิติบุคคลเฉพาะกิจจะทำหน้าที่ (ทยอย) เก็บเงินจากลูกหนี้ที่รับโอนมา

เพื่อนำมาจ่ายชำระดอกผลและต้นเงินให้กับนักลงทุน

ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ผู้เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

ก็จะได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า บริษัทไม่ต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องเพราะจะได้รับเงินสดไปหมุนทันที

นักลงทุนตาดำๆ ได้โอกาสงามๆ ในการลงทุน

และนิติบุคคลเฉพาะกิจสามารถตัดส่วนต่างมาเพื่อจ้างพนักงานและถ้ามีกำไรเหลือก็อาจส่งต่อไปให้เจ้าของ

(ซึ่งอาจเป็นนักลงทุนกลุ่มเดิมหรือคนละกลุ่ม)

ตัวอย่างของนิติบุคคลเฉพาะกิจที่เกิดในประเทศไทย (แม้โครงสร้างจะไม่เหมือนของฝรั่งทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ก็เลียนแบบกันมา) เช่น หรือบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.)

ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อประมูลหนี้ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ที่รู้จักกันในนามของ ปรส.)

หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่ธนาคารพาณิชย์จัดตั้งขึ้นเพื่อรับซื้อหนี้เสียของตัวเอง

ในขณะที่ธนาคารผู้จัดตั้งเป็นผู้ถือหุ้นใน AMCนั้นทั้งร้อยหรือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ฟังๆ ดูแล้วการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ น่าจะเป็นสิ่งดีในการประกอบธุรกิจ

แล้วทำไมการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจจึงกลายเป็นเหตุให้บริษัทล้มละลาย

(ความจริงการที่เอนรอนล้มละลายนั้น เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ

แต่การตกแต่งตัวเลขในงบการเงินส่วนหนึ่งเกิดจากนิติบุคคลเฉพาะกิจที่บริษัทเกี่ยวข้องอยู่)

เราลองมาเข้าใจการบัญชีเกี่ยวกับนิติบุคคลเฉพาะกิจกันสักนิดอาจช่วยได้

เรื่องเกี่ยวกับนิติบุคคลเฉพาะกิจนี้ ความจริงเป็นหัวข้อย่อยที่รวมอยู่กับ

การบัญชีสำหรับการโอนสินทรัพย์ทางการเงิน (เช่น ลูกหนี้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ฯลฯ)

การบัญชีสำหรับการโอนสินทรัพย์ทางการเงินนี้ เกี่ยวข้องกับการที่บริษัท "โอน"

สินทรัพย์ของตัวเองไปให้กับผู้อื่น (ซึ่งอาจเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ) โปรดสังเกตว่า นักบัญชีใช้คำว่า "โอน"

แทนคำว่า "ขาย" เนื่องจากการขายสินทรัพย์ตามภาษาที่เราเรียกๆ กัน อาจไม่เข้าข่ายเป็นการขายทางบัญชี

เพราะในทางบัญชีเราถือว่าเนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ

ดังนั้น การโอนสินทรัพย์ที่ถือเป็นการขายตามกฎหมาย อาจไม่สามารถถือเป็นการขายทางบัญชี

ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ (คือไม่สามารถบันทึกบัญชีเป็นการขายได้)

ฟังแล้วซับซ้อนซ่อนเงื่อนน่าติดตามจริงๆ !!

ที่มา....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved