108 ถาม-ตอบกับหมอภาษี # 29
ปัญหาภาษีวันนี้ มีความหลากหลายเช่นเดิม
เรื่องที่ 1ภาษีเงินได้นิติบุคคล-เงินลงทุนในบริษัทที่ถูกปิดกิจการ
บริษัท ก.นำเงินไปลงทุนโดยการซื้อหุ้นในราคา Par จำนวน 2 ล้านหุ้น เป็นเงิน 20 ล้านบาท
ในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งได้ถูกคำสั่งจาก รมต.กระทรวงการคลัง
ให้ระงับการดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2540 ต่อมาในปี 2544
มีคำสั่งศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นั้นตามประกาศที่ได้แนบมา
1.บริษัทจะต้องรับรู้ผลขาดทุนจากเงินลงทุนนี้เมื่อไรผลขาดทุนนี้ถือเป็นผลขาดทุนทางภาษีได้หรือไม่
2. กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นหนี้สูญได้หรือไม่ และต้องใช้หลักฐานใดประกอบในการตัดจำหน่ายเป็นหนี้สูญ
และจะต้องกระทำเมื่อไร
3. ถ้าหากว่ารายการนี้ไม่ถือว่าเป็นรายการที่ลูกหนี้ล้มละลายแล้ว
มีการตีความจากนิติกรบางท่านว่าเป็นเสมือนหนึ่งล้มละลายแล้ว ถือได้ว่าผลขาดทุนนี้เป็นผลขาดทุน
ทางภาษีท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
คำตอบ.....
เออหนอ วิกฤติลดค่าเงินบาทในช่วงปี 2540ยังตามมาหลอกหลอนจนทุกวันนี้เฮี้ยนจริงๆ!
1. ผลขาดทุนดังกล่าวยังถือเป็นรายจ่ายทางภาษีอากรไม่ได้จนกว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์รายนี้จะเลิกกิจการ
ทั้งนี้เทียบเคียงกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ป.58/2538
2.ไม่ใช่เรื่องหนี้สูญครับ
3. ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจะหักเป็นรายจ่ายได้เฉพาะกรณีที่มีการขายหุ้นออกไป
โดยมีผลขาดทุนเกิดขึ้นหรือกรณีบริษัทเลิกกิจการและได้คืนทุนต่ำกว่าตอนที่ลงทุนครับ
เรื่องที่ 2 ภาษีนิติบุคคล, ภาษีหัก ณที่จ่าย -กำไรจากการขายหุ้นและเงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน
ขอถามปัญหาดังนี้
1. กำไรจากการจำหน่ายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ อย่างไร
(ช่วยอ้างอิงมาตราในประมวลรัษฎากร หรือประกาศอื่นๆ ถ้ามีด้วยครับ) ในด้านของบุคคลธรรมดา
และนิติบุคคล
2. รายได้เงินปันผลที่ได้รับจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ อย่างไร
ในด้านของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
3. ถ้าผู้มีเงินได้ (บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล) จากเงินปันผลที่ได้รับจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
ต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณที่จ่ายในอัตราเท่าใด
คำตอบ.......
ช่วงตลาดหุ้นซบเซาเช่นนี้คุณยังมีแก่ใจวางแผนภาษีอยู่อีกยอดคนจริงๆ !
1. กรณีบุคคลธรรมดา จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎกระทรวง # 187 (พ.ศ.2534) ส่วนกรณีของบริษัท
ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีแต่อย่างใดจึงต้องนำกำไรจากการขายหุ้นมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครับ
2. ทั้ง 2 กรณีจะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 10% เท่ากัน
กรณีของบุคคลธรรมดาจะมีสิทธิเลือกไม่ต้องนำเงินปันผลไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรืออาจเลือกยื่น ภ.ง.ด.90
โดยได้รับเครดิตภาษีเงินปันผล ตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ก็ได้ ส่วนกรณีของนิติบุคคล
ต้องนำเงินปันผลไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เสมอ เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขการยกเว้นหรือลดเงินได้ลงตามมาตรา
65ทวิ (10)แห่งประมวลรัษฎากร
3.ทั้ง 2 กรณีจะถูกหักภาษี ณที่จ่าย 10%เท่ากันครับ
เรื่องที่ 3ภาษีนิติบุคคล, VAT -ยืมทองคำจากกรรมการมาเป็นวัตถุดิบ
บริษัท A อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเป็นธุรกิจส่งออก -ผลิตอัญมณี
เมื่อวันที่ 10/1/44 ได้ยืมทองกรรมการมาจำนวน 1กก.เป็นทองคำแท่ง
30/6/44 ได้ยืมทองกรรมการมาจำนวน 1กก.เป็นทองคำแท่ง
19/7/44 ได้ยืมทองกรรมการมาจำนวน 1กก.เป็นทองคำแท่ง
และได้คืนทองคำแท่งกรรมการไปจำนวน 2 กก.เมื่อวันที่ 30/10/44
โดยได้ทำการซื้อทองคำแท่งจากร้านขายทอง โดยออกใบกำกับภาษีในนามบริษัท A ไม่มี VAT และในวันที่
15/11/44จะทำการซื้อทองคำแท่งคืนแก่กรรมการอีก 1กก.เช่นเดียวกับครั้งแรก
ทางบริษัทจึงมีปัญหาอยากจะเรียนถามว่า
1.การยืมทองกรรมการ สามารถนำทองคำบริสุทธิ์ มาบันทึกสต็อกวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการผลิต
และบันทึกบัญชีทางบัญชีได้หรือไม่
2.การซื้อทองคำแท่งคืนกรรมการ 3 กก.จะเกี่ยวข้องกับสต็อกวัตถุดิบ, การบันทึกบัญชี,
กรรมการอย่างไรในรูปของบริษัท
3.ในการนำทองคืนกรรมการจะต้องจัดทำเอกสารหรือสัญญาอย่างไรที่สรรพากรยอมรับ
4.หรือทางออกไหนที่ดีกว่าการยืมทองกรรมการ และจะเกี่ยวข้องกับสต็อก, การลงบัญชี และกรรมการ
อย่างไรที่จะทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดที่สรรพากรไม่ตรวจสอบทั้งฝ่ายกรรมการและบริษัท
คำตอบ........
อีนุงตุงนังเชียวนะครับ
1. บริษัทจะต้องบันทึกรับวัตถุดิบในรายงานสินค้าและวัตถุดิบ
และบัญชีคุมสินค้าและวัตถุดิบโดยไม่มีมูลค่าต้นทุนซื้อ
2. เมื่อซื้อทองคำแท่ง ก็ต้องบันทึกบัญชีซื้อและลงบัญชีรับเข้าสต็อก
ส่วนตอนคืนทองคำแก่กรรมการก็ให้ตัดสต็อกจ่ายออกตามปกติครับ
3. ทำสัญญายืมและบันทึกการยืมในแง่ภาษีนิติบุคคล แต่ในแง่ VAT
ต้องเสียภาษีขายเมื่อมีการคืนทองคำแก่กรรมการ
4.บันทึกซื้อมาขายไปจะลงตัวทางภาษีอากรที่สุดครับ
เรื่องที่ 4 ภาษีนิติบุคคล, VAT, ภาษีหัก ณที่จ่ายได้รับเงินค่าสปอนเซอร์จัดงานสัมมนา
บริษัท ก. ได้รับเงินค่าสปอนเซอร์จัดงานสัมมนา จากบริษัท ข. เป็นจำนวนเงิน 500,000.- ถามว่า
เงินได้ที่ได้รับนี้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มใช่หรือไม่ และต้องถือเป็นเงินได้ประเภทใดและบริษัท ข.
จะลงเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ ต้องห้ามหรือไม่ และต้องหักณที่จ่ายหรือไม่
คำตอบ.............
กรณีตามคำถามขอแยกตอบตามประเภทภาษีต่างๆดังนี้ครับ
1. ถ้าบริษัท ก. ได้รับเงินแบบให้เปล่า โดยไม่ต้องทำอะไรให้แก่บริษัท ข. เป็นการตอบแทนก็ไม่ต้องเสีย VAT
แต่ถ้าต้องทำอะไรให้ เช่น มีการโฆษณาชื่อบริษัท ข. เป็นผู้สนับสนุนการสัมมนา
กรณีเช่นนี้จะถือเป็นการให้บริการซึ่งต้องเสีย VATครับ
2. เงินได้รับเปล่าๆ มาต้องถือเป็นเงินได้ของบริษัท ก. ส่วนบริษัท ข. ลงเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
ต้องพิจารณาว่าลักษณะที่จ่ายไปเพื่อประโยชน์ของกิจการบริษัท ข. หรือไม่ เช่น
ถ้าให้เปล่าก็ถือเป็นรายจ่ายไม่ได้แต่ถ้าเพื่อการโฆษณาก็หักรายจ่ายได้ครับ
3. ถ้าบริษัท ก. เป็นตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ซื้อสินค้าจากบริษัท ข. มาเพื่อขายต่อ
กรณีจะถือเป็นการได้รับเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ซึ่งต้องหักภาษี ณที่จ่าย 3%ครับ
เรื่องที่ 5 ภาษีหัก ณที่จ่าย -ขายสินค้าโดยแยกบิลเป็นค่าขนส่งต่างหาก
บริษัทได้ซื้อสินค้ามาจากผู้ขายโดยที่ผู้ขายคิดค่าขนส่งสินค้า แล้วเปิดใบกำกับภาษีให้กับทางบริษัท 2 ใบ
ใบแรกเป็นค่าสินค้าและใบที่สองเป็นค่าขนส่ง ซึ่งทั้งสองใบมีภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
โดยที่ผู้ขายไม่ได้ประกอบกิจการขนส่งเป็นปกติคือประกอบกิจการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
อยากทราบว่า บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายของใบกำกับภาษีใบที่เป็นค่าขนส่งหรือไม่ ?
คำตอบ.........
กรณีดังกล่าวไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพราะเข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้า ทั้ง 2
ฉบับครับ
เรื่องที่ 6 VAT -ส่งมอบเช็คล่าช้าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันใด
บริษัท A ได้ออกเช็คในวันที่ 29 ก.ย.44 แต่ยังมิได้ส่งมอบให้กับบริษัท B ต่อมาได้ส่งให้กับบริษัท B วันที่ 2
ต.ค.44 (เป็นบริษัทไทยทั้งคู่) ถามว่าการออก Tax Invoice ออกตาม ป.51 ข้อ 2(2) นั้น จะใช้ Rate ณ
วันใดและการบันทึกบัญชีจะใช้ Rateณวันใด
คำตอบ.........
ความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ต.ค.44
(ซึ่งเป็นวันที่ส่งมอบเช็คและต้องมีการออกเอกสารรับรองและส่งมอบเช็คแก่ผู้ขายในวันที่ 2 ต.ค.44)
โดยอัตราแลกเปลี่ยนในใบกำกับภาษี คือ อัตราซื้อถัวเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ประกาศ ณ วันที่ 1
ต.ค.44 ตามคำสั่งป. 71/2544ครับ
ส่วนในการบันทึกบัญชี ตาม GAAP # 30กำหนดให้ใช้อัตราตลาด (spot rate)ครับ
ที่มา.......หนังสือพิมพืกรุงเทพธุรกิจ

|