งบการเงินรวม
นักลงทุนที่เรียนบัญชีขั้นต้นมาแล้ว อาจจะนึกอยากหยิบงบการเงินของบริษัทที่สนใจลงทุนมาอ่านเล่น
แต่บังเอิญบริษัทที่สนใจลงทุนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ปรากฏว่าพอหยิบมาดูแล้วก็พบว่า หน้าตางบการเงินของ
บริษัทนั้น แตกต่างไปจากที่เคยเรียนมา เพราะในหน้างบการเงินมีตัวเลขแนวตั้งอยู่ 4 แถว สองแถวเรียก
งบการเงินเฉพาะบริษัท ส่วนอีกสองแถวเรียกงบการเงินรวม
ทำใจเย็นๆ ไว้ค่ะ อย่าเพิ่งตกใจจนลืมวิทยายุทธ์ที่สร้างสมมา งบการเงินที่เห็น ไม่ได้มีอะไรแตกต่างมากไป
กว่าที่เคยรู้จักเพียงแต่มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น
ขั้นแรก ถ้านักลงทุนสังเกตดู ตัวเลขแนวตั้งที่อยู่ภายใต้หัวข้อ "งบการเงินเฉพาะบริษัท" (หรือที่เรียกว่า
งบเดี่ยว) กับ "งบการเงินรวม" (หรือที่เรียกว่า งบรวม) นักลงทุนจะเห็นว่า
แนวตั้งแต่ละคู่จะระบุว่าตัวเลขที่แสดงอยู่เป็นของงวดบัญชีไหน ตามปกติ งบการเงินจะแสดงข้อมูลเปรียบ
เทียบอย่างน้อย 2 งวด เช่น ถ้านักลงทุนหยิบรายงานประจำปี 2544 มาดู นักลงทุนจะเห็นตัวเลขแถวตั้ง
แถวหนึ่งเป็นของปี 2544และอีกแถวหนึ่งเป็นของปี 2543
งบการเงินของปี 2543 ที่แสดงเปรียบเทียบไว้กับงบการเงินของปี 2544 เป็นตัวเลขที่ยกมาจากรายงานประจำปี 2543
(ที่แสดงเปรียบเทียบกับงบการเงินปี 2542) แต่อาจไม่เหมือนกันทีเดียว เนื่องจากมาตรฐานการบัญชีกำหนดว่า
หากบริษัทเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี (ไม่ว่าจะเปลี่ยนเอง หรือโดนมาตรฐานการบัญชีบังคับให้เปลี่ยน)
บริษัทต้องกลับไปปรับปรุงตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนให้เสมือนว่าได้ใช้นโยบายการบัญชีใหม่มาโดยตลอด
สาเหตุที่มาตรฐานการบัญชีสั่งให้ทำอย่างนั้น ก็เพื่อให้งบการเงินที่นักลงทุนหยิบมาใช้ สามารถเปรียบ
เทียบกันได้ในทันทีโดยไม่ต้องมานั่งทำการปรับปรุงใหม่
ถ้านักลงทุนสังเกต จะเห็นว่า ถ้างบการเงินของปีก่อน (ที่แสดงในงบการเงินปีนี้)
มีตัวเลขไม่เหมือนกับงบการเงินของปีก่อนที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วเมื่อปีก่อน บนหัวของงบการเงินจะมีคำว่า
"ปรับปรุง" กำกับอยู่ เพื่อให้นักลงทุนทราบว่างบการเงินของปีก่อนที่เห็นอยู่นี้มีตัวเลขไม่เหมือนเดิม
ถ้านักลงทุนอยากทราบเหตุผลของการปรับปรุง ให้นักลงทุนพลิกไปอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินภาย
ใต้หัวข้อ "การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีและการแก้ไขข้อผิดพลาดที่สำคัญ" เพื่อจะได้รู้ว่าทำไม
บริษัทจึงต้องปรับปรุงตัวเลขในงบการเงินของปีก่อนที่นำมาแสดงเปรียบเทียบไว้
คำว่า งบการเงินเฉพาะบริษัท เป็นคำที่อธิบายตัวเองได้ดีพอสมควร เพราะทำให้เห็นภาพได้ว่า
งบการเงินเฉพาะบริษัทก็คืองบการเงินของบริษัทที่นักลงทุนกำลังสนใจอยู่ โดยไม่มีใครอื่นมายุ่งเกี่ยว แต่คำว่า
งบการเงินรวม นั้นทำให้นักลงทุนงงได้ว่า หมายความว่าอะไร งบการเงินรวมอะไร รวมทำไม รวมกับใคร
และทำไมบริษัทจึงต้องแสดงงบการเงินรวม
ก่อนที่จะตอบคำถามที่อยู่ในใจนักลงทุน ก็จะขอออกนอกเรื่องไปพูดถึงแนวคิดทางบัญชีที่เกี่ยวกับ เนื้อหา
สำคัญกว่ารูปแบบ เสียก่อน เพราะถ้านักลงทุนเข้าใจแนวคิดดังกล่าวแล้ว การเข้าใจ "งบการเงินรวม"
ก็จะทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
ในการบันทึกบัญชี นักบัญชีมีทัศนคติว่า เนื้อหาทางเศรษฐกิจนั้น สำคัญกว่ารูปแบบตามกฎหมาย
นักบัญชีต้องมองเหตุการณ์ทางบัญชีให้ลึกซึ้งลงไปถึงแก่นแท้ของความจริง
และสะท้อนภาพที่แท้จริงทางเศรษฐกิจนั้นออกมาในงบการเงิน แทนที่จะดูแต่เพียงรูปแบบของสัญญาที่ลง
นามกัน
ในทางกฎหมาย บริษัทเป็นเพียงนิติบุคคลหนึ่งซึ่งมีผู้เข้ามาก่อการร่วมกัน แต่ในความเป็นจริง
บริษัทอาจเป็นเพียงนิติบุคคลหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายของการประกอบธุรกิจร่วมกับบริษัทอื่นๆ อีก
หลายบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันจนพร้อมที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่กัน จนเสมือนเป็น
บริษัทเดียวกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทในลักษณะดังกล่าว อาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ
บริษัทหนึ่งอาจซื้อหุ้นของบริษัทอีกแห่งหนึ่งจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนั้น ความสัมพันธ์นี้เรียกว่า
ความสัมพันธ์ในลักษณะของ บริษัทใหญ่บริษัทย่อย หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าบริษัทแม่บริษัทลูก
ถ้าบริษัทใหญ่ถือหุ้นในบริษัทย่อยมากจนกระทั่งบริษัทใหญ่สามารถออกเสียงชนะทุกครั้งในการประชุม
ผู้ถือหุ้น บริษัทใหญ่ถือว่า มีอำนาจควบคุม บริษัทย่อย
จนสามารถทำให้บริษัทย่อยปฏิบัติตามคำสั่งของบริษัทใหญ่ได้ทุกประการ
บริษัทใหญ่อาจสามารถควบคุมบริษัทย่อยได้ในอีกลักษณะหนึ่ง นั่นคือ บริษัทใหญ่สามารถส่งคนเข้าไป
บริหารบริษัทย่อย ไม่ว่าจะเป็นการวางนโยบายด้านการเงินหรือด้านการดำเนินงาน
หรือบริษัทใหญ่สามารถสั่งปลดหรือแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงที่ควบคุมนโยบายด้านการเงินและการดำเนิน
งานของบริษัทย่อย ถ้าบริษัทใหญ่ทำอย่างนั้นได้ก็แน่นอนที่บริษัทจะสั่งให้บริษัททำอะไรก็ได้
ความสัมพันธ์สองลักษณะข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของการควบคุมที่บริษัทใหญ่มีเหนือบริษัทย่อย
การควบคุมดังกล่าวทำให้นักบัญชีที่ยึดมั่นกับแนวคิด "เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ"
ต้องมองข้ามเส้นแบ่งเขตตามกฎหมายออกไปหาข้อเท็จจริงที่ว่า แท้จริงแล้ว บริษัทใหญ่และบริษัทย่อยคือ
บุคคลคนเดียวกัน แม้ว่าตามรูปแบบของกฎหมายจะเป็นนิติบุคคลที่แยกจากกัน
ที่มา.......... หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|