free web hosting | free website | Business Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affairภาวะผู้นำ.. เรียนทันกันได้ ?

บางคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นผู้นำ แต่ก็มีผู้บริหารอีกหลายๆ คนที่ทำหน้าที่ "ผู้นำ" ในองค์กรอย่างไม่เหมาะ

สมโดยไม่รู้ตัว

มีผู้บริหารบางคนหลงลืมไป นึกว่าตัวเองทำหน้าที่ผู้นำในองค์กรได้อย่างสมบทบาท

แต่อันที่จริงแล้วพวกเขากลับทำหน้าที่ไม่ดีอย่างที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

ผู้บริหารทำหน้าที่ของตนได้ดีหรือไม่ มีเกณฑ์ใดตัดสิน?

บริษัท มอร์แกน สแตนเลย์ (Morgan Stanley) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีแผนที่จะเอาใจลูกค้า

แบบแปลกแหวกแนว โดยจัดฉายภาพยนตร์สารคดีแบบ imac จอขนาดใหญ่สมจริง รอบพิเศษ เรื่อง

"การผจญภัยในทวีปแอนตาร์คติคของเซอร์แชคเคิลตัน" (Shackleton's Antartic Adventure)

โดยเชิญเฉพาะแขกวี.ไอ.พี.ซึ่งก็คือกลุ่มลูกค้าชั้นนำธนาคารกรุงเทพ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบในการสร้างมากมายมหาศาล อำนวยการผลิตโดยมอร์แกน สแตนเลย์

และมีการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลก

จุดประสงค์ของการนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาให้ชมกัน ก็เพราะเนื้อหาที่สอดแทรกเรื่อง "คุณสมบัติผู้ที่จะเป็น

ผู้นำ" โดยหวังให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นตัวกระตุ้นปลุกจิตวิญญาณของเหล่าผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ให้ลุกขึ้นมา "ปฏิวัติตนเอง" เสียใหม่

เพื่อนำไปใช้ในองค์กรในยามที่หลายๆ ธุรกิจต้องประสบกับปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจ

ภาพยนตร์เรื่อง "การผจญภัยในทวีปแอนตาร์คติคของเซอร์แชคเคิลตัน" ให้แง่คิดที่ดีสำหรับผู้ที่ได้รับมอบ

หมายหน้าที่ "ผู้นำ" ไม่ว่าทีมงานนั้นจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่

ถ้า "ผู้นำ" ในองค์กร ทำหน้าที่ได้ไม่ดีไม่เหมาะสม ความน่าเคารพ ศรัทธา และความน่าเชื่อถือในตัว "ผู้นำ"

หรือ "ผู้บังคับบัญชา" จะหมดไปได้อย่างง่ายดาย

คำคมฝรั่งที่มักใช้เปรียบเปรยสถานภาพของผู้นำในองค์กรว่า พวกเขาเหล่านั้นมีคุณสมบัติความเป็นผู้นำ

มากน้อยเพียงไร เป็นไปตามคำพูดที่ว่า "ความเป็นผู้นำเกิดขึ้นเองโดยนิสัยธรรมชาติที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

หรือถูกสร้างขึ้นได้โดยกระบวนการเรียนรู้จากโลกภายนอกและการแก้ปัญหา"

คนที่จะเป็นผู้นำนั้น มีคุณสมบัติมาเองตั้งแต่กำเนิด หรือว่าถูกสร้างขึ้นมาได้?? ยังเป็นเรื่องที่ยังต้องรอสถิติ

และเวลาเป็นตัวพิสูจน์

เรื่องราวการผจญภัยของเซอร์แชคเคิลตัน "นักสำรวจชาวอังกฤษ" ในช่วงปี ค.ศ.1914-1916 ที่ขออาสาเป็น

"หน่วยกล้าตายเฉพาะกิจ" ออกสำรวจทวีปแอนตาร์คติค ซึ่งยังไม่มีใครรู้จัก

ซึ่งในท้ายที่สุดได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษที่พาทีมงานทั้งหมด 28 ชีวิต

ฝ่าวิกฤติให้รอดพ้นจากความตายและอันตรายหลังจากที่ต้องติดอยู่ในธารน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์คติค

ต้องเผชิญชะตากรรมในท้องทะเล และอดอยากปากแห้งนับแรมปี

แชคเคิลตัน และ ลูกน้องทั้งหมด ใช้ชีวิตแบบไม่รู้อนาคตในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งในระยะเวลา

ถึง 2 ปี

ในช่วงปีแรกยังเต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจในการเฝ้าคอยฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึง โดยหวังว่าจะทำให้

หิมะและธารน้ำแข็งในทะเล Weddle sea ละลาย คลี่คลายเส้นทางที่จะใช้โดยสารตัดผ่านทวีปและเดินทาง

กลับบ้านได้

10 เดือนของการรอคอยฤดูใบไม้ผลิกลับไม่เป็นผล ฤดูใบไม้ผลิเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ

หนำซ้ำโครงไม้ในเรือยังหักโค่นลงมาเพราะความแห้งแล้งและแรงกดดันของอากาศ

ความเป็นผู้นำของเซอร์เอินเนส แชคเคิลตัน แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน จากสถานการณ์วิกฤติ

แชคเคิลตันบอกทีมงานให้สละเรือพร้อมกับสุนัขที่ลากรถเลื่อนเอาไว้ที่นั่น และร่วมกันออกเดินทางหนีความ

หนาวเหน็บที่ไม่มีวันสิ้นสุด พวกเขาออกเดินทางเพื่อไปตายเอาดาบหน้าด้วยเรือกู้ชีพ 3 ลำพร้อมกับสัมภาระ

เท่าที่จำเป็น มุ่งหน้าเดินทางไปอยู่ที่ "เกาะช้าง" เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นแผ่นดินเป็นครั้งแรก

และค่อยคิดหาทางแก้ปัญหาเป็นลำดับต่อไป

แชคเคิลตัน ใช้ชีวิตกับทีมงานที่นั่น นานถึง 497 วัน พร้อมสัมภาระ อาหารและน้ำดื่มประทังชีวิตที่มีเหลือ

อยู่น้อยลงทุกวัน อาหารที่พอจะใช้กินแก้หิวของพวกเขาที่เหลืออยู่ ก็คือ น้ำทะเล นกเพนกวิน และนกนางนวล

ที่กลายเป็นเมนูจำเป็นเพื่อการดำรงชีพ

ความเป็นผู้นำและความเป็นนายที่เป็น "ฮีโร่"

ทำให้ความหวังที่ริบหรี่ของเหล่าลูกน้องที่รอคอยอยู่ยังพอมีกำลังใจในการรอคอยชีวิตที่ดีกว่า

พวกเขาสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยความหวังและกำลังใจ "พวกเราเชื่อมั่นว่าตราบใดที่แชคเคิลตันยังมีชีวิต

อยู่จะไม่ทอดทิ้งพวกเรา"

แชคเคิลตัน ได้รับการยกย่องจากชาวอังกฤษและบุคคลอื่นๆ ทั่วโลก และ ถูกยกย่องให้เป็น

"ฮีโร่ของตำนานการผจญภัยทวีปแอนตาร์คติค" คุณสมบัติหลายๆ อย่างที่มีในตัวของแชคเคิลตัน

สามารถนำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวการผจญภัยพอที่จะเป็นบทเรียนให้กับผู้นำในองค์กรธุรกิจไทยได้เป็น

อย่างดี

บุคลิกภาพของเซอร์เอินเนส แชคเคิลตัน ที่บ่งบอกออกมาภายหลังจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ที่พอจะ

สรุปเป็น "คุณสมบัติของคนที่จะเป็นผู้นำที่ดี" ได้ ก็คือ

แชคเคิลตัน เป็นผู้นำที่มี "กำลังใจและกำลังกายที่ดีมาก" การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน

เป็นพลังงานเติมเต็ม สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับทีมงาน ตลอดช่วงระยะเวลาที่ประสบความยากลำบาก

คุณสมบัติที่เด่นชัดที่สุดของแชคเคิลตัน ก็คือ "ความอดทน" หรือ "อึด" ทั้งยังได้ชื่อว่ามี "จิตใจที่แข็งแกร่ง"

ความมุ่งมั่นในเป้าหมายและนำมาปรับใช้กับตัวเองได้อย่าง "ถูกกาลเทศะ"

"ความอดทนและความหวังของเขาไม่เคยแขวนเอาไว้กับโชคชะตาและพระเจ้า"

เขารู้ดีว่าตัวเองและลูกเรือต่างหากที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตกับความหวังลมๆ

แล้งๆ ที่มีเหลืออยู่

ความเป็น "นาย" ของเซอร์เอินเนส แชคเคิลตัน มีอยู่ในตัว เสมือนเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

รายนี้อาจเรียกได้ว่ามีความเป็นผู้นำที่เกิดขึ้นมาตามสัญชาตญาณบอร์น ทู บี (Born to be) "เขารู้จักควบคุม

อารมณ์ให้คงที่" แม้ว่าสถานการณ์ที่รายล้อมรอบตัวเขาจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

บุคลิกและคุณลักษณะนิสัยที่มีในตัวแชคเคิลตัน เป็นลักษณะตัวอย่างที่ดีและเป็นการสร้างเเรงบันดาลใจ

ให้ลูกน้องทุกคนเกิดกำลังใจที่จะ "อึด" พอที่จะอดทนต่อความยากลำบากและมีแรงดึงดูดทีมงานที่จะ "เลียน

แบบทำตาม" แม้ในช่วงที่ประสบกับปัญหาความยากลำบาก

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สามารถนำไปเปรียบเทียบได้กับหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในบริษัท

ในยามที่บริษัทกำลังอยู่ในภาวะสั่นคลอนเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจก็คือ "คุณสมบัติของทีมงาน" ที่จะถูก

คัดเลือกเข้ามาร่วม "แก๊ง" ท้ามฤตยูซึ่งถูกระบุว่า

"รับสมัครชายผู้ชื่นชอบการเดินทางเสี่ยงภัย ได้ค่าจ้างเพียงเล็กน้อย หนาวเหน็บอย่างขมขื่น และอยู่ได้เป็น

เวลานานในความมืดมิด ชอบเผชิญกับอันตรายจนเป็นสิ่งที่ธรรมดา ความปลอดภัยในการกลับบ้านยังไม่รู้

(อาจจะกลับบ้านเก่าเสียก่อนก็ได้!!) เกียรติยศและการยอมรับจะถูกประดับให้ในกรณีที่ทุกอย่างประสบ

ความสำเร็จผ่านพ้นไปได้ด้วยดี"

หลักเกณฑ์ที่ว่าอาจเข้าทางผู้บังคับบัญชาบางคนให้หยิบยืมมาเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ในการพิจารณา

คัดเลือกพนักงานเข้ามาทำงาน ในช่วงที่บริษัทต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจไทยบ้างก็ได้

แต่ใครจะกล้าไปสมัครงานนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขณะที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจอาจเปรียบได้กับเรือลำใหญ่ที่ผจญอยู่ในธาร

น้ำแข็ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้อย่างง่าย แต่ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ถ้ามี "ผู้นำ" ที่ดี

และโชคดีที่การผจญภัยครั้งนี้มี "แชคเคิลตัน" เพราะความสงบและมั่นใจในตัวเองของแชคเคิลตัน

เปรียบเสมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงจิตใจของทีมงาน

แชคเคิลตันไม่เคยแสดงความเป็น "นาย" ออกมาเด่นชัด" เขาสามารถปฏิบัติกับทุกคนอย่าง "เท่าเทียมกัน"

และ "ยอมรับฟังข้อคิดเห็น" และความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างเปิดใจ

"ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่" ของแชคเคิลตัน ไม่ว่าจะเป็นทำงานหนักกว่าคนอื่น พักผ่อนน้อยกว่าคนอื่น

และมีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น ฯลฯ ล้วนมีส่วนในการทำให้เกิด "ศรัทธา"

นำมาซึ่งการยอมรับในการตัดสินใจที่ใครๆ ก็พร้อมที่จะทำตาม ทีมงานของแชคเคิลตันรู้ดีว่า

แชคเคิลตันไม่เคยทิ้งลูกน้อง และพร้อมที่จะลำบากไปด้วยกัน

โดยไม่เคยต้องการการปฏิบัติจากคนอื่นที่แตกต่าง

ในช่วงที่เรือติดอยู่ในธารน้ำแข็งร่วม 2 ปี แชคเคิลตันสร้างบรรยากาศที่ดีในการอยู่ร่วมกัน เพื่อลดความกดดัน

เขาจัดดวลแข่งฟุตบอลบนธารน้ำแข็ง และจัดแข่งขันวิ่งสุนัขลากจูงที่มีเหลืออยู่ และร้องเพลงร่วมกันยามค่ำคืน

ปลอบขวัญกันและกันเพื่อรอคอยวันที่จะกลับบ้าน

ปรัชญาความเป็นผู้นำ ภายใต้ความเครียดและปัญหาที่โถมเข้ามา ทำให้เกิดแนวความคิดที่ว่า "ความเป็นผู้นำ"

นี่มันมีมาตั้งแต่เกิดหรือว่าสามารถสร้างความเป็นผู้นำให้เกิดขึ้นได้จากธรรมชาติกันแน่

"การผจญภัยในทวีปแอนตาร์คติคของเซอร์แชคเคิลตัน" ทิ้งปมคำถามไว้เช่นนั้น

สำหรับที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ มอร์แกน สแตนเลย์ บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนระดับโกลบอล

ไม่ได้ระบุไว้ชัด แต่การทุ่มทุนมโหฬารในการทำถึงทวีปแอนตาร์คติค

ทั้งยังมีแผนนำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายให้บรรดานักบริหารทั่วโลกได้ชม

คงไม่ได้มีเป้าหมายแค่อภินันทนาการเท่านั้น

ที่มา.....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved