มอบหน้าที่ ต้องมอบอำนาจ (1)
ปัญหาหนึ่งที่เจ้าของกิจการเจอบ่อยๆ คือเรื่องลูกน้องไม่เก่ง นายไม่กล้าไว้วางใจให้ทำงานใหญ่เพราะกลัวพลาด
หลายๆ ครั้งจึงมอบหมายให้ไปทำงานแล้วกล้าๆ กลัวๆ ไม่มอบอำนาจไปด้วย ผลแทนที่จะดี
กลับเป็นปัญหาเพราะคนทำงานทำหน้าที่ไม่ต่างไปจาก นกส่งสาร ไม่สามารถสั่งการได้
วิธีการอันหนึ่งที่จะสร้างคนเก่งคือมอบหมายให้ไปทำงานเอง ให้รู้จักการตัดสินใจ ให้มีทักษะการแก้ปัญหาเอง
จะมอบหน้าที่ต้องใจถึงการจะให้คนพัฒนาความสามารถ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือการมอบหมายงานให้ทำ ค่อยๆ
มอบอำนาจให้ทำงานที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ความมั่นใจและความสามารถจะได้เบ่งบาน มีกำลังใจที่จะก้าวต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การมอบหน้าที่ให้คนทำงานนั้น ไม่ใช่มอบแล้วมอบเลย ไม่ติดตามสอบถาม
ปล่อยให้หลงป่าคนเดียว หากมอบหน้าที่ให้คนอื่นทำงานแล้ว ปล่อยปละละเลยไม่ให้ความสนใจติดตามสอบถาม
ก็ไม่ใช่การมอบหน้าที่ แต่เป็นการโยนหน้าที่รับผิดชอบให้พ้นตัว จะมอบหน้าที่ให้ใครสักคน เมื่อมอบไปแล้ว
จะต้องคอยดูแล คอยให้คำแนะนำ คอยให้กำลังใจ คอยสอดส่องในจุดสำคัญๆ ไม่ให้เกิดปัญหาร้ายแรง
ไม่ให้งานติดขัดหรือพลาดเป้าออกไปเกินกว่าจะแก้ไขได้ พูดง่ายๆ ว่า ผู้ที่มอบหน้าที่ให้คนอื่น
ก็ยังมีหน้าที่คอยสนับสนุนให้งานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ งานที่สั่งไปแล้ว ก็มีความรับผิดชอบเหมือนกัน
ถ้าไม่สำเร็จหรือผิดพลาด คนสั่งงานก็ต้องรับผิดชอบเรามักจะเห็นกันบ่อยๆที่คนบางคนโทษลูกน้องเวลา
เกิดปัญหาขึ้น อ้างว่า ผมมอบหมายให้เขาไปทำแล้ว ลูกน้องผมมันไม่เอาไหน ผมไม่เกี่ยวนะ เจ้านายที่ปัด
ความรับผิดชอบอย่างนี้แหละ เป็นพวกไม่รับผิดชอบในกรณีของเถ้าแก่ซึ่งต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ
ทุกอย่างของลูกน้องเต็มๆ คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็ยังมีเถ้าแก่หลายคนที่มักโทษลูกน้องเป็นประจำว่า
เพราะแกนั่นแหละ เผลอหน่อยเดียวเสียงานหมด อย่างนี้ก็ไม่ต่างกันเท่าไรยังมีเถ้าแก่อีกพวกหนึ่งที่ล้วง
ูลูกมันทุกเรื่อง กำกับมันทุกบท อย่างนี้ไม่เรียกว่ามอบหมาย เขาเรียกว่าสั่งงาน ไม่ใช่มอบหมายงาน
แบบนี้ไม่มีทางได้คนเก่ง ไม่มีการพัฒนาฝีมือ อย่างมากแค่พัฒนาทักษะ พนักงานจะไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักตัดสินใจ
รู้แต่การรับคำสั่งแล้วทำตามคำสั่งคนทำงานนั้นจะมีการพัฒนาความสามารถก็ต่อเมื่อได้รับมอบหมายงานที่ตนเอง
นึกว่าสำคัญ รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ได้คิดหาหนทางที่จะบรรลุเป้าหมายแล้วทุ่มเทความสามารถลงไปทำอย่าง
เต็มที่ แก้ปัญหาจนลุล่วงไปด้วยตนเอง ตอนนั้นจึงจะก้าวหน้าขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หากต้องมีคนมาชี้นำ
อยู่ตลอดเวลา จะทำอะไรทีก็ต้องหันไปขออนุญาตเจ้านายก่อน อย่างนี้ฝีมือจะไม่มีการพัฒนา เพราะฉะนั้น
เมื่อเถ้าแก่ได้พบคนที่เห็นว่ามีฝีมือน่าจะฝากความหวังให้ได้ ก็ต้องลองมอบหมายงานให้ทำดูสักครั้ง
ระหว่างนั้นคอยให้คำแนะนำ ให้คำชี้แนะ บอกให้ชัดเจนว่าเถ้าแก่คาดหวังอะไรให้เห็นดำเห็นแดงกัน
เลยว่ามันจะใช้ได้จริงอย่างที่คิดหรือไม่ จัดบรรทัดฐานในการวัดผลงาน ถ้าถือว่าใช้ได้
ก็ให้ทำงานระดับสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งมีอยู่หลายครั้งที่มักจะมีคนทักท้วงว่า คนนั้นคล่องก็จริง แต่อายุยังน้อย
ประสบการณ์ไม่มากพอ อย่าเพิ่งดีกว่า อันที่จริงคนอายุน้อย แม้จะอ่อนประสบการณ์ แต่ไม่ได้อ่อนฝีมือ
เถ้าแก่น่าจะเอาประสบการณ์ของคนเอง ไปรวมกับไฟของคนหนุ่มให้ลองงานเล็กๆ สักงานหนึ่ง
มอบอำนาจสิทธิขาดให้เขาไป จะได้พิสูจน์ฝีมือกันเลยจะดีกว่า ถึงพลาดไปก็ยังเป็นงานเล็กๆ
ที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอะไรมากนัก
ที่มา...หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

|