free web hosting | website hosting | Business Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติที่ดี (Good Execution)

ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่าปัจจุบันเป็นฤดูอะไรสำหรับองค์กรธุรกิจ? ไม่ใช่ฤดูหนาวหรือฤดูลอยกระทงนะครับ

แต่เป็นฤดูการทำแผน ในช่วงนี้องค์กรธุรกิจเกือบทั้งหมดของไทยกำลังอยู่ในช่วงของการจัดทำแผนสำหรับปีหน้า

ไม่ว่าจะเป็นแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ หรือแผนงบประมาณแผนต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านกระบวนการในการคิด

วิเคราะห์ หา ข้อมูล ถกเถียงมาอย่างดี และส่วน ใหญ่ก็มักจะทำออกมาในรูปเล่มที่สวยงาม แต่ทว่าพอถึงกลาง

ปีหน้ากว่าครึ่งหนึ่งของแผนเหล่านี้มักจะอุดมไปด้วยฝุ่นละออง หรือไม่ก็จะถูกขึ้นหิ้งบูชาในห้องผู้บริหารทุก

ท่าน สมกับที่เราเรียกว่าเป็นการ "วางแผน" นั้นคือทำแผนเสร็จแล้วเอามาวางไว้ท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะเห็น

ด้วยกับผมว่าปัญหาที่องค์กรส่วนใหญ่เผชิญไม่ใช่ขาดการวางแผนที่ดี แต่เป็นความสามารถในการนำแผน

นั้นไปปฏิบัติ (Execution) ท่านผู้อ่านต้องอย่าลืมนะครับว่ากระบวน การวางแผนเป็นกระบวนการ

ทางความคิด (Intellectual Process) ที่ในขณะท่านผู้อ่านนั่งในรถ ท่านผู้อ่านก็อาจจะนั่งคิด

วางแผนได้ แต่การนำแผนไปปฏิบัตินั้นเป็นกิจกรรมและการกระทำที่จะต้องเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่

่นั่งฝันหวานแล้วแผนที่วางไว้ก็จะประสบความสำเร็จท่านผู้อ่านอาจจะลองนึกถึงตัวท่านเองก็ได้นะครับ

ผมเชื่อว่าต้องเคยมีอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิตคนเราที่ได้วางแผนไว้ แต่ไม่ได้ทำตามแผน ตัวอย่าง

ง่ายๆ เช่นวางแผนที่จะลดน้ำหนักโดยการลด อาหารเย็น แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะกินอย่างเต็มที่

ได้เคยมีการวิจัยในต่างประเทศโดยนิตยสาร CFO ถึงสาเหตุที่ทำให้ องค์กรไม่สามารถนำแผนไป

ปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จได้นั้น มาจากสาเหตุที่สำคัญสี่ประการ ประกอบด้วย

1)วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กรที่ได้กำหนดไว้อย่างสวยหรูและเลิศลอยไม่ได้มีการสื่อสารและ

ถ่ายทอดลงไปสู่ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับที่จะสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้ผมเชื่อว่าองค์กร

ขนาดกลางและใหญ่ในประเทศไทยเกือบทุกแห่งจะมีการกำหนดวิสัยทัศน์หรือทิศทางขององค์กร

ไว้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งผมเองเมื่อได้มีโอกาสทำ In-house Training ที่ใดก็แล้วแต่มัก

จะอดไม่ได้ที่จะถามถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้น ปรากฏว่ามากกว่าครึ่งของผู้บริหารที่เข้าสัมมนามัก

จะไม่สามารถตอบในวิสัยทัศน์ขององค์กรตนเองได้ ส่วนใหญ่คำตอบที่มักจะได้รับมักจะเป็น

จำไม่ได้บ้าง หรือ ยาวเกินไปท่องไม่หมด บ้าง หรือจำได้แต่ไม่รู้ว่าหมายความ ว่าอย่างไร

ท่านผู้อ่านอย่าลืมนะครับว่าถ้าวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ไม่สามารถสื่อสารไปสู่สิ่งที่ผู้บริหารและบุคลากร

สามารถเข้าใจได้ และเขาจะปฏิบัติตามได้อย่างไร

2) ผลตอบแทนหรือสิ่งที่จูงใจ ผู้บริหารนั้นแทบไม่ได้ผูกกับกลยุทธ์เลย ถ้าไม่ได้มีสิ่งใดจูงใจให้ทำ

ตามกลยุทธ์แล้วก็จะเกิดประเด็นว่า แล้วคนจะปฏิบัติตามกลยุทธ์ไปเพื่อ อะไร

ท่านผู้อ่านต้องอย่าลืมนะครับว่าการจูงใจที่ดีจะเป็นการชี้นำให้เกิดพฤติกรรมตามที่ผู้บริหารต้องการ

3) งบประมาณของหน่วยงาน ต่างๆ ไม่ได้มีการผูกกับกลยุทธ์ ทั้งๆ ที่งบประมาณถือเป็นเครื่องมือ

ประการหนึ่งในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ โดยเป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับ

กลยุทธ์ขององค์กร หน่วยงานจำ-นวนมากมักจะจัดทำกลยุทธ์โดยดูจากงบประมาณหรือค่าใช้จ่าย

จริงที่เกิดขึ้นปีที่แล้ว และปรับเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือ 10%และ

4) ผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของกล-ยุทธ์เท่าใด ผู้บริหารส่วนใหญ่ใช้เวลา

น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อเดือนใน การพูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์ขององค์กรผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง

ชื่อ "Execution" เขียนโดย Larry Bossidy อดีตผู้บริหารระดับสูงของจีอีและปัจจุบัน

เป็นผู้บริหารสูงสุดของ Honeywell และ Ram Charan นักวิชาการและที่ปรึกษาทาง

ด้านการจัดการ (เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้มีการแนะนำหนังสือเล่มนี้ไปเรียบร้อยแล้วในคอลัมน์

ข้างๆ ลองกลับไปหาอ่านดูได้นะครับ)พออ่านจบแล้วผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ได้ให้ข้อคิดและแนว

ทางที่น่าสนใจหลายประการเกี่ยวกับการบริหารให้ประสบความสำเร็จ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติ

ให้เกิดผล (Execution) ผมเลยขออนุญาตนำแนวคิดหลายๆ ข้อจากหนังสือเล่มนี้มานำเสนอ

ให้ท่านอ่านครับ คิดว่าแนวคิดเหล่านี้น่าจะช่วยเหลือ และเป็นแนวทางให้ผู้บริหารและองค์กร

สามารถแก้ปัญหาการของการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Execution

หรือที่ในพจนากรมให้ คำแปลไว้ว่าเป็น "การทำให้สำเร็จ" ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อ

ความสำเร็จขององค์กร จริงๆ แล้ว องค์กรทุกแห่งควรจะมีความสา-มารถในการทำงานให้สำเร็จ

ได้ดี แต่ ในความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นถ้าจะถามว่าใครคือผู้ที่มีความรับผิดชอบและ

ความสำคัญสูงสุดต่อการที่องค์กรจะเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการทำงานให้สำเร็จ ก็คงจะหนี ไม่พ้น

ผู้นำระดับสูง ซึ่งคงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้นำในหลายๆ องค์กรกันพอสมควร

ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตหรือในปัจจุบันในบางองค์กร ผู้นำระดับสูง คือผู้ที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง

และคอยสั่งการผ่านผู้บริหารระดับรองๆ ลงไป เรามักจะนึกว่าการปฏิบัติงานให้สำเร็จนั้นเป็น

หน้าที่ของผู้บริหารระดับและบุคลากรระดับรองลงไป ถ้าท่านผู้อ่านเจอผู้บริหารระดับสูงที่ยัง

เป็นอย่างนี้อยู่ ก็คงจะต้องเหนื่อยหน่อยนะครับ เนื่องจากในปัจจุบันการจะทำงานให้ สำเร็จ

ได้นั้นผู้บริหารระดับสูงถือว่า เป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากเรามาลองพิจารณากันนะ

ครับว่าในหนังสือ Execution เขาได้มีการแนะนำถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้บริหาร

ระดับสูงต่อการทำให้องค์กรของตนเป็นองค์กร ที่มุ่งเน้นในความสำเร็จของงาน โดย ข้อเสนอ

แนะต่อผู้บริหารระดับสูงในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย

1) ผู้บริหารระดับสูงที่ดีจะต้อง มีความเข้าใจต่อตัวองค์กร บุคลากร และสภาวะแวดล้อมใน

การดำเนินงานอย่างดี ท่านจะไม่สามารถมุ่งเน้นการทำงานให้เกิดผลสำเร็จได้เลยถ้าท่านยัง

ไม่รู้จักองค์กร บุคลากร หรือสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานของท่าน ถ้ามีโอกาส ก็ควรจะ

หาโอกาสในการเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อสิ่งเหล่านี้มาก ขึ้น ไม่ใช่ว่าพอมีการประชุมที่สำคัญ

หรือกิจกรรมที่สำคัญภายใน องค์กร ก็จะไม่ปรากฏตัวเข้าร่วม หรือร่วมแล้วแต่นั่งหลับความ

สัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารและบุคลากรในระดับต่างๆ ก็ถือ ว่าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะ

ปัจจุบันที่องค์กรมีการเปลี่ยน แปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งได้มีการ นำเครื่องมือทางการจัดการ

ใหม่ๆ หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ เข้ามาใช้ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารระดับ

สูงกับผู้บริหารระดับรองและบุคลากรในระดับต่างๆ จะทำให้การริเริ่มนำสิ่งใหม่ๆ หรือการนำ

การเปลี่ยน แปลงมาใช้ภายในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็น การลดแรงต่อต้าน

ที่จะเกิดจากการ นำสิ่งใหม่ๆ มาใช้ภายในองค์กรนอกจากนี้เมื่อมีการเปลี่ยน แปลงหรือการริเริ่ม

อะไรใหม่ภาย ในองค์กร ผู้บริหารระดับสูงจะต้อง เข้าไปมีส่วนร่วมและแสดงบทบาทของตนเอง

ที่ชัดเจน ทั้งในด้านของการเป็นผู้ประกาศหรือริเริ่มสิ่งใหม่ๆ นั้น รวมถึงการบอกให้ทุกคนได้รับ

รู้ถึงความสำคัญของสิ่งนั้น การเข้ามาเกี่ยวข้องของผู้บริหารระดับสูงและการที่ผู้นำได้แสดงออก

ให้ทุก คนเห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมทำให้การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

ที่เกิดขึ้นในองค์กรลดลง และเพิ่มโอกาสของความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในการทำสิ่งต่างๆ ภาย

ในองค์กร

2) ผู้บริหารที่ต้องการให้เกิดการทำงานที่สำเร็จจะต้องมีการตั้งเป้าที่ชัดเจนและการกำหนด

ความสำคัญของสิ่งที่จะทำ องค์กรที่ประ สบความสำเร็จนั้นจะไม่ทำหลายอย่างพร้อมๆ กัน

แต่จะมุ่งเน้น (Focus) อยู่เฉพาะเพียงประเด็นไม่กี่อย่างที่ทุกคนภายในองค์กรสามารถ

ทำความเข้าใจและมีส่วนร่วม อีกทั้งการมุ่งเน้นในสิ่งที่สำคัญเพียง ไม่กี่อย่างจะทำให้การบริหาร

ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเกิดประโยชน์สูงสุดในขณะเดียวกันผู้บริหารและบุคลากรในระดับ

ต่างๆ ก็ต้องการความชัดเจนในสิ่งที่จะทำ พวกเขาจะได้สามารถทุ่มกำลังกายและกำลังใจไป

ในสิ่งเหล่านั้นได้ ไม่ใช่พยายามทำทุกอย่างแต่ทำได้ไม่ดีซักอย่างกลายเป็นเป็ดที่เดินเป๋ไปเป๋มา

ถ้าผู้อ่านลองดูซิครับเมื่อใด ก็ตามที่ท่านผู้อ่านเจอผู้บริหารที่บอกว่าตนเองมีสิ่งที่สำคัญที่ต้อง

ทำสิบอย่างแล้ว แสดงว่าผู้บริหารผู้นั้นไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ นอกเหนือจากการมุ่ง

เน้นในสิ่งที่สำคัญจริงๆ แล้ว ผู้นำที่มุ่งเน้นการ ทำงานให้สำเร็จจะต้องมีการตั้งเป้าหมายในการ

ทำงานที่ชัดเจนและเข้า ใจได้ง่าย (Simplicity)ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตได้นะครับว่าผู้ที่ประสบ

ความสำเร็จและผู้ที่มีความสามารถที่แท้จริงนั้นคือผู้ที่สามารถพูดและทำอะไรออกมาได้ง่ายและตรงประเด็น

ผู้บริหารที่พูดและทำอะไรออกมาได้ง่าย จะมีวิธีการในการที่จะสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนเอง

ต้องการได้ชัดเจนและตรงประเด็น เมื่อทุกอย่างง่ายและตรงประเด็นแล้วทุกคนย่อมพร้อมที่จะทำตามเนื่องจาก

ความง่ายและเข้าใจได้ชัดเจนของสิ่งที่จะทำ

3) ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีการติด ตามงาน (Follow Through) ไม่ใช่ปล่อยให้งานผ่านไปโดยขาด

การติดตามที่ต่อเนื่อง ท่านผู้อ่านอาจจะเจอผู้บริหารบางท่านที่ขาดการติดตามงานที่ต่อเนื่อง ท่านผู้อ่านอาจ

จะลองนึกถึงการประชุมที่ผ่านมาหลายๆ ครั้งก็ได้ว่าเมื่อประชุมเสร็จ สิ้นแล้ว ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าอะไรคือ

ข้อสรุปที่ได้จากที่ประชุม ไม่รู้ว่าใคร จะต้องทำอะไร เมื่อไหร่และอย่างไร บ้างนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ

ผู้บริหารที่ขาดการติดตามงานพูดง่ายๆก็คือถ้างานชิ้นใดที่ไม่มีผู้รับผิดชอบหรือเจ้าภาพที่ชัดเจนแล้วงานชิ้น

นั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ต่อให้ท่านตั้งเป้าที่ดีและชัดเจนเพียงใด แต่ถ้า

ไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจนของงานนั้น รวมทั้งไม่มีการติดตามงานที่ดี เป้า-หมายนั้นก็ยากที่จะบรรลุได้ งานหลายๆ

อย่างที่ไม่มีการติดตามที่ดี พอผ่านไปซักระยะหนึ่งงานนั้นก็มักจะถูกละเลยหรือลืมไป เนื่องจากพอผู้นำ

ไม่ติดตาม ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะไม่เอาใจใส่เนื่องจากทุกคนรู้ว่า ถ้าไม่ทำก็ไม่เกิดอะไรขึ้นแล้วเรื่องอะไร

จะทำไปให้เหนื่อย

4) จะต้องมีการวัดในผลงานที่ชัดเจน รวมทั้งมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำงานจนประสบความสำเร็จ

ผู้นำที่เน้นการทำงานให้สำเร็จนั้นจะพัฒนาระบบในการประเมินผลและการให้ผลตอบแทนต่อผู้ที่ทำงานจริง

จะสังเกตว่าในปัจจุบันหลายๆ องค์กรเริ่มที่จะปรับเปลี่ยน วิธีการในการจ่ายค่าตอบแทน

(ไม่ว่าจะเป็นโบนัสหรือการขึ้นเงินเดือน) ให้เป็นไปตามผลงานที่เกิดขึ้นจริงหรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า

Performance-Based Pay การทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่ทำงานจริงเกิดแรงจูงใจในการทำงาน

อีกทั้งทำให้ทุกคนในองค์กร ได้รับรู้ว่าผู้บริหารได้ให้ความสำเร็จ กับผลของงานมากเพียงใดดังนั้นคงจะ

ไม่แปลกใจนะครับที่ใน ปัจจุบันได้มีองค์กรเป็นจำนวนมาก ที่ได้นำเครื่องมือทางด้านการจัดการสมัยใหม่หลายๆ

ตัวเข้ามาช่วยเพื่อให้สามารถวัดผลของการทำงานที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Balanced Scorecard,

Key Performance Indicators, Result-Based Management (RBM)

5) ผู้นำที่เน้นการทำงานให้สำเร็จจะต้องมุ่งเน้นในการพัฒนาบุคลากรอยู่ตลอดเวลาแต่การพัฒนาบุคลากร

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เฉพาะการเรียนในห้องเรียนเท่า นั้นนะครับเนื่องจากเป็นที่ยอมรับว่า

การเรียนรู้ที่แท้จริงในองค์กรนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกห้องเรียนการเข้าห้องเรียนหรือห้องสัมมนานั้น

เป็นเพียงการทำให้ทุกคนได้รู้จักและรับรู้ถึงเครื่องมือ (Tools) ที่จะต้องใช้ แต่วิธีการในการนำมาใช้

ให้ประสบผลสำเร็จนั้นอยู่ภายนอก ห้องเรียนเป็นหลัก โดยผู้นำที่มุ่งเน้น การทำงานให้สำเร็จจะต้องพยายาม

ใช้การ Coaching หรือการสอนงาน ลูกน้องอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้สามารถเพิ่มพูน

ขีดความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อทำให้บุค-คลเหล่านั้นได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญขององค์กรต่อไป

ท่านผู้อ่านคงจะเห็นว่าจริงๆ แล้วหลักของ Execution ไม่ได้มีอะไรที่ใหม่หรือหวือหวาแต่ประการ ใด

หลักการต่างๆ ที่ผมได้ นำเสนอมาถือเป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกท่าน ทราบกันอยู่แล้ว

เพียงแต่เราไม่ได้มีการปฏิบัติตามอย่างจริงจังเท่าใด ท่านผู้อ่านลองกลับไปปฏิบัติดูอย่าง จริงจังสิครับ

แล้วจะพบว่าถ้าทำได้ จะทำให้การทำงานของเราดีขึ้นได้จริงๆ

ที่มา....หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved