นอนกลางวันกับการทำงาน
ครั้งที่แล้ว ผมเล่าเรื่องการนอนกับความจำให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันว่า การนอนนอกจากจะจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์
์แล้ว การนอนยังมีผลต่อการเรียนรู้และการเกิดขึ้นของความจำ นั่นคือ การนอนตามปกติ จะมีการนอนแบบ
rem และ nonrem sleep ซึ่งการนอนแบบ rem sleep มีความสำคัญต่อความจำ เพื่อว่าสิ่งที่ถูกเรียน
รู้ในช่วงกลางวันจะถูกบันทึกและเรียบเรียงกลายเป็นความจำอย่างมีระเบียบแบบแผนในเวลาที่เรานอนแต่นั่น
เป็นเรื่องของการนอนตามปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ค่อยได้พูดถึงเกี่ยวกับการนอนคือ การนอนในเวลากลางวัน
จำเป็นหรือไม่ และมีผลดีอย่างไรต่อมนุษย์เราโดยทั่วไปทุกคนคงตอบได้ดีว่า ไม่มีบริษัทหรือห้างร้านใดที่มีกฎ
ระเบียบให้ พนักงานพักผ่อนโดยการนอนในช่วงระหว่างเวลาทำงาน การนอนกลางวันในที่ทำงานดูจะกลายเป็น
เรื่องต้องห้ามและไม่เหมาะสมทั้งๆ ที่ หากถามพนักงานทั้งหลายในที่ทำงานว่า เคยมีใครงีบตอนกลางวันหรือไม่
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยตอบว่าเคย ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน หรือนักศึกษาในห้องเรียน อาจารย์หรือผู้บริหาร
ในห้องส่วนตัว หรือพนักงานทั่วไปที่ฟุบหลับที่โต๊ะทำงาน แต่หากให้นอนเป็นประจำ หรือนอนเป็นเรื่อง เป็น
ราวคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครยอมรับนัก แต่ทุกคนมักจะยอมรับว่าหากได้งีบสักพักหนึ่งการทำงานจะดีขึ้นมาก
มีการทดลองชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ในวารสาร nature neuroscience เมื่อไม่นานนี้ เป็นการทดลองของกลุ่ม
นักวิจัยจากฮาร์วาร์ดเพื่อหาคำตอบว่า การนอนกลางวันจะมีผลกระทบอย่างไรกับความสามารถในการเรียนรู้
และทำงานของคนเรานักวิจัยกลุ่มนี้เริ่มการทดลองในอาสาสมัคร 30 คน โดยใน 30 คนนี้จะต้องมาทำการ
ทดสอบหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 4 ครั้งคือเวลา 9 โมงเช้า เที่ยง 4 โมงเย็น และหนึ่งทุ่ม โดยกลุ่มแรกให้ทำ
การทดสอบทั้ง 4 ช่วงเวลาโดยไม่มีการงีบกลางวัน กลุ่มที่สองให้งีบได้ช่วงบ่ายสองโมงเป็นเวลา 30 นาทีและ
กลุ่มที่สามงีบได้หนึ่งชั่วโมงผลการศึกษาที่ได้นั้นพอจะตอบคำถามที่ตั้งไว้ในตอนแรก นั่นคือ
ในกลุ่มแรกนั้นพบว่าความสามารถในการทดสอบจะลดลงไปเรื่อยๆ โดยในช่วงเช้าจะทำคะแนนได้สูงสุด
ส่วนช่วงหนึ่งทุ่มจะได้ ต่ำสุด และที่สำคัญคือความสามารถในการทดสอบ ลดลงไปถึง 50%เมื่อเทียบกับ
ช่วงเช้าในกลุ่มที่สองนั้นพบว่าความสามารถในการทำการทดสอบไม่ได้ลดลง คะแนนในช่วงเช้าและบ่ายไม่
แตกต่างกัน (ในทางสถิติ) ส่วนกลุ่มที่สามที่มีโอกาสงีบนานหนึ่งชั่วโมงนั้นพบว่าคะแนนในการทดสอบดีกว่า
เพื่อทดสอบว่าคะแนนที่ออกมาดีนั้นอาจจะไม่ใช่จากการได้นอนพัก แต่อาจเป็นเพียงเพราะการได้พัก นักวิจัยจึง
ให้อาสาสมัครอีกกลุ่มหนึ่งได้พักช่วงสั้นๆ แล้วมาทดสอบดูผลคือคะแนนยังคงลดลงในช่วงบ่ายและค่ำ
นั่นหมายความว่าแค่การพักเพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเท่ากับการนอนหรือเป็นไปได้ไหมว่า
ที่คะแนนการทดสอบลดลงเป็นเพราะอาสาสมัครขาดแรงจูงใจที่จะทำ การทดสอบในช่วงบ่าย เพื่อตอบคำถามนี้
นักวิจัยจึง บอกกับอาสาสมัครกลุ่มที่ไม่ได้นอนพัก ซึ่งคะแนนในการทดสอบลงว่า เขาทำได้ไม่ดีเท่าครั้งแรก
แต่หากในครั้งต่อไปถ้าเขาทำได้ดีเท่ากับช่วงเช้าเขาจะได้รับเงินรางวัลทีมนักวิจัยกล่าวว่าหลังจากที่อาสาสมัคร
ได้รับข้อเสนอนี้แต่ละคนตาโตด้วยความสนใจแต่ผลที่ออกมาคือแม้จะมีการเสนอเงินรางวัลให้แต่ในกลุ่มที่ไม่
ได้นอนกลางวันก็ยังคงทำคะแนนการทดสอบออกมาต่ำกว่าการทดสอบในช่วงเช้าทั้งหมดนี้อาจจะพอให้คำตอบ
กับเราว่าการนอนพักช่วงกลางวันนั้นเป็นประโยชน์ต่อประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าที่เราคิดหรือเคยเข้าใจ
กันผิดๆอาจจะมีคำถามตามมาอีกว่า ทำไมเราจึงควรจะนอนกลางวันหรือทำไมการนอนกลางวันจึงทำให้
ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ดีขึ้น ทั้งที่การนอน เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงนั้น rem sleepยังไม่ทันจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
คำตอบในเรื่องนี้คงเป็นแค่สมมติฐานว่า มนุษย์เองก็เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆคือถิ่นกำเนิดพื้นฐานของ
คนเราอยู่ในบริเวณอากาศร้อน ซึ่งการปรับตัวแต่ดั้งเดิมนั้นสำหรับสัตว์เลือดอุ่น (ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตร้อน)
คือการเลี่ยงที่จะหากินในช่วงกลางวันที่อากาศร้อน โดย การนอนพักอยู่ในที่ร่มนั่นคือสัตว์เลือดอุ่นมัก
จะออกหากินในช่วงเช้าหรือเย็นหากสมมติฐานนี้เป็นจริงและอธิบายผลที่ออกมา ถึงความสามารถในการ
ทำงานที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้นอนพัก หรืองีบในช่วงกลางวันสิ่งนี้ก็อาจจะพอเป็นเหตุผลที่บรรดาพนักงานทั้งหลาย
เรียกร้องให้หัวหน้า หรือนายจ้างเข้าใจว่า การนอนพักในช่วงกลางวันไม่ใช่เรื่องเสียหายและควรสนับสนุน
อย่างน้อยก็อาจจะขอเก้าอี้หรือโซฟาสำหรับเอนพักผ่อนในช่วงกลางวันแต่หากจะถึงขั้นขอโซฟาเบด หรือเตียง
พับ ก็อาจจะได้คำตอบกลับมาว่า ไว้รอให้คุณมีห้องทำงานส่วนตัว (เหมือนผม ซึ่งเป็นหัวหน้า) ก่อนก็แล้วกัน
ที่มา....หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

|