free web hosting | website hosting | Business Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 บัญญัติของบริษัทแห่งอนาคต (1)

บริษัทแห่งอนาคตต้องแยกได้ว่า ใครเป็นผู้มีฝีมือตัวจริงในบริษัทของตน บ่อยครั้งที่คนช่างพูดจะเป็นที่ประทับ

ใจของคนทั่วไป มากกว่าความประทับใจ ที่เกิดจากผลงานของคนมีฝีมือตัวจริง ซึ่งไม่ค่อยจะพูด

เมื่อสองสามปีก่อนบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Economist ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งไว้ชื่อว่า

อวสานของระยะทาง เป็นหนังสือเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่จะทำให้กิจการ

ต่างๆ สามารถดำเนินการไปได้โดยระยะทางไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป

ในปีนี้บรรณาธิการคนเดิมได้เขียนหนังสือเล่มใหม่อีกเล่ม

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีสื่อสารในการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการองค์กรในยุคที่

เครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเช่นในปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ใช้ชื่อว่า บริษัทแห่งอนาคต (The

Company of the Future)

บทนำของหนังสือกล่าวถึงบัญญัติสิบประการแห่งการอยู่รอดของบริษัทแห่งอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ

เริ่มต้นด้วยประการแรก คือ ต้องรู้วิธีบริหารจัดการความรู้ในองค์กรของตน เพราะแท้จริงแล้วบริษัท คือ

ผลรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรู้ความเข้าใจของผู้คนในบริษัทนั้น คุณค่าของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับความรู้

และความคิดใหม่ ๆ ของคนในบริษัท แต่ความรู้และความคิดใหม่ ๆ

เหล่านี้จะเกิดประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผู้คนในบริษัทแบ่งปันความรู้

และความคิดนี้ระหว่างกันในวิถีทางที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการ

บริษัทแห่งอนาคตต้องสามารถระดมความรู้ และความคิดใหม่ๆ ที่เลือกสรรแล้วจากสมาชิกของบริษัท

มาใช้ในทางที่เกิดประโยชน์ได้ และไม่เพียงแต่การใช้ประโยชน์ในปัจจุบันเท่านั้น

บริษัทแห่งอนาคตต้องสามารถเรียบเรียงความรู้เหล่านั้นสะสมไว้ใช้ประโยชน์ในวันหน้าได้อีกด้วย

ไม่ว่าสมาชิกผู้ที่เป็นเจ้าของความรู้และความคิดนั้นจะยังคงอยู่กับบริษัทหรือไม่ก็ตาม

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต้องสามารถเปลี่ยนแปลงความรู้ที่เป็นของสมาชิกแต่ละคน

ให้กลายเป็นฐานความรู้ของบริษัทให้ได้ ซึ่งรูปแบบที่เห็นกันในเรื่องนี้ได้แก่ การจัดทำคู่มือการทำงาน

แผนผังการทำงานและการไหลของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบริษัทต่างๆ

เมื่อมีคู่มือการทำงานที่ชัดเจนแล้ว ไม่ว่าพนักงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

กิจการก็สามารถเดินไปได้ด้วยดีเหมือนเดิม

ประการที่สอง คือ ความสามารถในการตัดสินใจที่ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักจัดการที่ดีตั้งแต่ดั้งเดิม

แล้ว นักจัดการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นยุคใดคือผู้ที่สามารถตัดสินใจได้ดีในสถานการณ์ต่างๆ

ความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันคือ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ทำให้เวลาที่ใช้ในการตัดสินใจจึงสั้นลง

นักจัดการแห่งอนาคต จึงต้องหลีกเลี่ยงการตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบรุนแรงต่อกิจการของบริษัท

แต่ต้องพยายามกระจายการตัดสินใจเรื่องใหญ่ออกเป็นอนุกรมของการตัดสินใจเรื่องเล็กๆ หลายๆ

เรื่องเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ

ไม่เพียงเท่านั้น การตัดสินใจเชิงจัดการในปัจจุบันต้องมีคำตอบสำหรับสังคมด้วย

มิใช่เพียงเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในบริษัทเท่านั้น

เนื่องจากข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน

สามารถรับทราบกันโดยทั่วไปไม่สามารถปกปิดได้

ประการที่สาม คือ การใส่ใจกับลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องดั้งเดิมที่ร่ำเรียนกันในหลักสูตร MBA

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว แต่มีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ต้องพยายามรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้

และสร้างประโยชน์สูงสุดจากลูกค้ารายเดิมเป็นสำคัญ

ลูกค้าเดิมรายใดที่สร้างกำไรสูงสุดจะต้องได้รับบริการเป็นพิเศษ

โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการแยกแยะลูกค้า

และเสนอบริการพิเศษให้แก่ลูกค้ารายสำคัญนั้น ในขณะที่ลูกค้ารายเดิมที่ไม่สร้างรายได้ใดๆ

ให้กับบริษัทอาจต้องตัดใจทิ้งลูกค้ารายนั้นไป

ประการที่สี่ คือ ต้องพิทักษ์รักษาผู้มีฝีมือไว้กับบริษัทให้นานเท่าที่จะนานได้

ซึ่งเป็นศิลปะที่สำคัญของนักจัดการที่ดีในทุกยุคทุกสมัยเช่นเดียวกับประการที่แล้ว

ถึงแม้ว่าจะมีความสามารถในการจัดการความรู้ดีเพียงใดก็ตาม การมีผู้มีฝีมือ

ซึ่งเป็นเจ้าของความรู้นั้นทำงานอยู่กับบริษัทย่อมเป็นการดีกว่าอย่างแน่นอน

แต่ที่สำคัญก็คือ บริษัทแห่งอนาคตต้องสามารถแยกแยะได้ว่า ใครเป็นผู้มีฝีมือตัวจริงในบริษัทของตน

ซึ่งทำได้ไม่ง่ายนักในสังคมไทย

บ่อยครั้งที่คนช่างพูดจะเป็นที่ประทับใจของคนทั่วไปมากกว่าความประทับใจที่เกิดจากผลงานของคนมีฝีมือ

ตัวจริง ซึ่งไม่ค่อยจะพูด

กล่าวง่าย ๆ คือ ต้องระวัง อย่าเห็นคนช่างพูดที่ไม่มีผลงานเป็นผู้มีฝีมือก็แล้วกัน

นอกจากนั้นต้องพยายามคิดค้นหาวิธีให้ผลตอบแทนในรูปแบบอื่น ๆ

นอกจากเงินเดือนและตำแหน่งที่จะดึงดูดให้ผู้มีฝีมือตัวจริงยังคนทำงานอยู่กับบริษัทต่อไปให้นานที่สุด

พึงระลึกอยู่เสมอว่าเรื่องเล็ก ๆ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนมีฝีมือก็ได้ เช่น

การออกระเบียบเกี่ยวกับเวลาทำงานที่ไม่ยืดหยุ่นเพียงพอ

ประการที่ห้า คือ นักจัดการแห่งอนาคตต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศที่ดี

เพราะบริษัทที่ประสบความสำเร็จในอนาคตเกิดจากการรวมกลุ่มของกิจกรรมต่างๆ

มากกว่าเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างแบบ Top Down การประสานงานที่ดีระหว่างทีมงานต่างๆ เหล่านี้

เกิดขึ้นได้เมื่อมีความเข้าใจร่วมกัน และมีความเชื่อถือไว้วางใจระหว่างกันและกันอย่างแท้จริง

ทำอย่างไรจึงจะสื่อสารให้ทีมงานต่างๆ เข้าใจสิ่งเดียวกันให้ตรงกันอย่างแท้จริง

หลายครั้งปรากฏว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในบริษัท มาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันของแต่ละทีม

ต่างทีมต่างทำสิ่งที่ดีที่สุดตามที่ตนเองเข้าใจ ซึ่งแทนที่จะเป็นผลดีต่อบริษัท กลับเป็นไปในทางตรงข้าม เรียกว่า

เป็นผลร้ายที่เกิดขึ้นจากเจตนาดีของทุกคนที่บังเอิญเข้าใจไม่ตรงกัน

และในที่สุดก็นำไปสู่ความขัดแย้งที่เริ่มต้นด้วยเจตนาดีของทุกคนอันเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับบริษัทนั้นๆ

เป็นอย่างยิ่ง

ส่วนบัญญัติแห่งการอยู่รอดของบริษัทแห่งอนาคตที่เหลืออีกห้าประการ จะนำเสนอในสัปดาห์ต่อไป

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved