web space | free website | Business WebSite Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 วัดผลธุรกิจด้วยการ "จำลองสถานการณ์"

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน จำต้องประสบกับสภาพแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงและภาวะการแข่งขัน ที่รุนแรง

ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งจากคู่แข่ง คู่ค้า ลูกค้า ลูกจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททุกๆ ด้าน

ความต้องการของลูกค้า ที่มีความคาดหวังต่อสินค้าและบริการที่สูงขึ้น การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

การสร้างตลาดสินค้าหรือบริการใหม่ๆ การขยายตลาดเก่า

สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างภาวะกดดันทำให้กำไรของธุรกิจลดลงและการรักษาส่วนแบ่งการตลาดก็ทำได้ยากยิ่ง

สำหรับธุรกิจขนาดย่อมนั้น ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการนำพา

ธุรกิจให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่อไปได้ แนวทางสำคัญที่ต้องนำมาใช้ก็คือ การแสวงหากลยุทธ์และแนวทางใหม่ๆ

ที่จะสร้างผลกำไรให้เพิ่มขึ้นหรือรักษาระดับของกำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ

โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาหรือเน้นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทเท่านั้น

การสร้างผลกำไรให้บริษัทนั้นมีได้หลายแนวทางด้วยกัน และการที่จะทำให้มองเห็นโอกาสดังกล่าว

ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการต้องมองเห็นและเข้าใจภาพรวมของธุรกิจของตนเอง เพื่อที่จะแสวงหาแนวทาง

การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในทุกๆ ส่วนขององค์กรเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมทั้งหาแนวคิดใหม่ๆ มาปรับปรุงการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารต้องพยายามแสวงหาเครื่อง

มือต่างๆ เข้ามาช่วยในการบริหารเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งเครื่องมือตัวหนึ่งที่มีความสำคัญมาก

ก็คือ ข้อมูลทางด้านการเงินของธุรกิจ

ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจ เป็นข้อมูลที่แสดงความสัมพันธ์ของการดำเนินงานต่างๆ ในธุรกิจ ให้แสดงผล

ออกมาในรูปของตัวเลขทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบผลที่ได้จากการกระทำ

กิจกรรมต่างๆ ในองค์กรได้ ดังนั้น

หากผู้บริหารหรือท่านเจ้าของกิจการเข้าใจความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขทางการเงินกับ

กิจกรรมในการดำเนินงานทางธุรกิจแล้ว รายงานทางการเงินจะช่วยให้เรารู้ได้ว่าการบริหารธุรกิจของเรา

มีผลเป็นอย่างไร เราใช้ทรัพยากรในองค์กรได้ดีมากน้อยเพียงไรและมีส่วนใดบ้างที่จะสามารถปรับปรุงได้

เพราะตัวเลขทางการเงินบอกสถานะต่างๆ ของบริษัทได้ง่าย เช่น การวัดมูลค่าที่ได้จากโครงการ การปรับ

เปลี่ยนวิธีการซื้อวัตถุดิบ การเปลี่ยนเครดิตการจ่ายชำระหนี้ หรือการเก็บหนี้จากลูกค้า การเปรียบเทียบกับ

การเก็บสต็อกสินค้าจำนวนมากด้วยวิธีแบบเดิมๆ กับวิธีผลิตแบบ Just In Time หรือการคำนวณค่าเสีย

โอกาสจากเงินทุนที่ไปจมอยู่ในจุดต่างๆ ในองค์กร ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างผลตอบแทน

ให้ดีขึ้นได้อย่างไร และการบริหารลูกหนี้ที่ไม่มีประสิทธิภาพส่งผลอย่างไรต่อผลการดำเนินงานขององค์กร

เป็นต้น

แม้ว่าข้อมูลทางด้านการเงินจะเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ผู้ประกอบการของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม

จำนวนมากที่ไม่มีพื้นความรู้ทางด้านการเงินมาก่อน มักจะเรียนรู้เรื่องการเงินจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

ในชีวิตจริง หลายคนได้ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมจากผลความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมากจากการลองผิด

ลองถูก การเรียนรู้ด้วยวิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้คนเข้าใจและจดจำได้ดีมาก

แต่การเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริงต้องใช้เวลาและอาจก่อให้เกิดความเสียหายให้กับธุรกิจ หากเป็น

การ ลองผิด แทนที่จะเป็นการ ลองถูก

แนวทางการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วยการลงมือทำดังกล่าว จึงทำให้มีการคิดค้นพัฒนาวิธีการเพื่อใช้ใน

การเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจในด้านต่างๆ ด้วยการ จำลองสถานการณ์ธุรกิจ

เพื่อสร้างบรรยากาศให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จำลอง

ผู้บริหารสามารถลองผิดลองถูกในสถานการณ์จำลองโดยไม่สร้างความเสียหายเหมือนกับการลองผิด

ลองถูกในชีวิตจริง

การจำลองสถานการณ์ธุรกิจ จะทำให้ผู้บริหารสามารถวางแผน ตัดสินใจ

และมองเห็นผลการดำเนินธุรกิจที่ตนเองได้ตัดสินใจลงไปเสมือนกับการทำธุรกิจจริงๆ แต่ใช้กรอบเวลาที่สั้น

ลงมาก เช่น ใช้เวลาการอบรมเพียง 1 วัน ก็สามารถจำลองสถานการณ์จริงไปได้ถึง 3 ปี เป็นต้น ซึ่งเพียงพอ

ที่จะมองเห็นผลกระทบต่างๆ จากการตัดสินใจที่จะเกิดต่อธุรกิจได้

นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าอบรมยังจะสามารถมองเห็นได้ว่า กระแสเงินสดในกิจการมีการหมุนเวียนไปอย่างไร

ส่งผลกระทบอะไรบ้างกับกิจการ การตัดสินใจในการซื้อวัตถุดิบ ปรับปรุงการผลิต การบริหารลูกหนี้

จะก่อให้เกิดผลทางการเงินของกิจการอย่างไร ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจและสามารถทำและอ่านงบดุล

งบกำไรขาดทุนเบื้องต้นได้ด้วยความเข้าใจ และสามารถนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงกิจการ

ของตนให้มีความแข็งแกร่งด้านการเงินได้มากขึ้น โดยผู้บริหารไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ทางการเงิน

หรือความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาก่อน

เนื่องจาก การจำลองสถานการณ์ที่นำมาใช้นี้ ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย แต่จะใช้เอกสารและภาพจำลอง

ประกอบ เน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เรียนและวิทยากร เพื่อสร้างความเข้าใจในหลัก

การและกระบวนการร่วมกันเป็นขั้นเป็นตอน จนกระทั่งท้ายที่สุดทุกคนมีความรู้และความเข้าใจในหลักการ

บริหารการเงินได้ด้วยตัวของเขาเอง จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จำลองทางธุรกิจที่จัดขึ้น

ถือว่าเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

แบบจำลองสถานการณ์ธุรกิจดังกล่าว นิยมใช้ในบริษัทต่างประเทศขนาดใหญ่

เพื่อใช้ในการฝึกปรือแนวคิดและการเรียนรู้ผลกระทบของการตัดสินใจทางการเงินต่างๆ แก่ผู้บริหาร

แต่น่าเสียดายที่ผ่านมา ธุรกิจขนาดย่อมไทยยังไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝนการทำธุรกิจบนแผ่นภาพ

ดังกล่าว จึงต้องแพ้เปรียบกับธุรกิจขนาดใหญ่อยู่หลายขุม

ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวนอกจากจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเรียนรู้การใช้ข้อมูลทาง

การเงินเพื่อการบริหารธุรกิจภายใต้ระยะเวลาอันสั้นแล้ว

ยังสามารถเรียนรู้กลยุทธ์และแนวคิดในการปรับปรุงการดำเนินธุรกิจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในการ

ดำเนินธุรกิจในชีวิตจริงอีกด้วย เรียกว่างานนี้มีแต่คุ้มกับ

ที่มา....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved