อินเตอร์เน็ตทำให้หลักการด้านกลยุทธ์ล้าสมัยหรือไม่?
ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีทางด้านอินเตอร์ เน็ตได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย
มหาศาลต่อทั้งกล-ยุทธ์การแข่งขัน วิธีการในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งวิธีการในการดำเนินงานขององค์กรต่างๆ
ในสัปดาห์นี้ผมเลยอยากมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อแนว คิดทางด้านการ
จัดการเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างกันอย่างสุดกู่ของนักวิชาการสองกลุ่ม
ที่มีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อแนวคิดทางด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์
โดยฝ่ายแรกนั้นถือเป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับกระแสของอินเตอร์เน็ต
โดยฝ่ายนี้มีความเห็นว่าอินเตอร์เน็ตทำให้วิธีการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความล้าสมัยและไม่เหมาะ
กับการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ในขณะที่นักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าอินเตอร์เน็ตไม่ได้ก่อให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อแนวคิดเชิงกลยุทธ์แต่อย่างใด และอินเตอร์ เน็ตเป็นเพียงพัฒนาการทางเทคโน-โลยี
อย่างหนึ่งเท่านั้นเอง
ปรมาจารย์ทางด้านกลยุทธ์ชื่อดังคือ Michael E. Porter ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์-วาร์ด เป็นผู้ที่ถูก
นักวิชาการแนวใหม่ โจมตีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ กลยุทธ์เนื่องจากอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจาก
Porter เป็นผู้ที่ บุกเบิกและเสนอแนวคิดที่สำคัญๆ ทางกลยุทธ์ไว้หลายประการ ซึ่งนักวิชาการรุ่นใหม่มองว่า
แนวคิดเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ล้าสมัยและไม่เหมาะกับการแข่งขันในยุคดิจิตอลเช่นในปัจจุบัน
Porter เองถือว่าเป็นผู้บุกเบิก แนวคิดในเรื่องการได้เปรียบทาง การแข่งขันขององค์กร (Competitive
Advantage) โดย Porter เสนอว่าองค์กรใดจะเกิดการได้เปรียบทางการแข่งขัน
หรือเกิดผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นองค์กรนั้นจะต้องแข่งขันอยู่ในอุตสาห-กรรมที่มีความน่าสนใจ
(Attractive Industry) รวมทั้งมีสถานะหรือตำแหน่งที่ดีในอุตสาหกรรมนั้น (Positioning)
Porter ได้สร้างตัวแบบทาง การคิดและวิเคราะห์ทางด้านกลยุทธ์ไว้หลายประการ อาทิเช่น การวิเคราะห์ปัจจัย
ที่สำคัญ 5 ประการที่ส่งผลต่อความน่าสนใจของอุตสาหกรรม (5 Forces Model) ซึ่งได้แก่ ภาวะการแข่งขัน
ในอุตสาหกรรม โอกาสในการเข้า มาของคู่แข่งขันใหม่ อำนาจต่อรอง ของผู้ผลิต/จัดหาวัตถุดิบ อำนาจต่อ
รองของผู้ซื้อ และ ภาวะคุกคามจาก สินค้าทดแทน การวิเคราะห์ปัจจัยทั้งห้าประการนั้น ถือว่าเป็นเครื่องมือ
ในการวิเคราะห์ทางด้านกลยุทธ์ ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่รู้จักของคนมากที่สุดแนวคิดหนึ่ง
นอกจากนั้น Porter ยังได้เสนอแนะตัวแบบในเรื่องของลูกโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain) ที่แสดงถึงกิจกรรม
สำคัญๆ ที่องค์ กรจะต้องทำเพื่อก่อให้เกิดคุณค่าแก่ลูกค้า โดย Value Chain
จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดสถานะหรือตำแหน่งในอุตสาหกรรมขององค์กร
ท่านผู้อ่านคงจะเห็นด้วยกับผมที่ว่าแนวคิดของ Porter นั้นถือ เป็นแนวคิดที่รู้จักและใช้กันอย่างกว้างขวางใน
แวดวงของกลยุทธ์ ที่นี้พออินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบท บาทต่อการทำธุรกิจมากขึ้น
ก็ได้เริ่มมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งที่เริ่มแสดงความคิดที่คัดค้านและแตกต่างจาก Porter โดยพยายามพูดถึง
กลยุทธ์ที่ใช้ในการแข่งขันในยุค ใหม่ ว่าเป็นกลยุทธ์ในยุคของ E- Strategy หรือ Digital Strategy
แถมนักวิชาการกลุ่มนี้ยังออก มาโจมตีต่อแนวคิดของ Porter อย่างชัดเจน โดยแสดงความคิดเห็น
ผ่านทางทั้งบทความทางวิชาการและหนังสือต่างๆ ว่าในโลกของการ แข่งขันยุคใหม่ที่เป็นยุคดิจิตอลนั้น
แนวคิดของ Porter ที่ถือเป็นแนว คิดที่พัฒนามาเกือบยี่สิบปีแล้วถือเป็นแนวคิดที่เก่า ล้าสมัย และไม่เหมาะ
กับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ตัวอย่างที่ชัดเจนของการโจม ตีแนวคิดของ Porter นั้นได้แก่การ ที่แนวคิดในการวิเคราะห์อุตสาห-กรรมโดย
ใช้ปัจจัย 5 ประการนั้นไม่เหมาะกับยุคปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่อง จากพัฒนาการของทำให้สภาวะของ อุตสาหกรรม
ต่างๆ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ได้มีหนังสือในด้าน E-Business
หลายเล่มที่แสดงความเห็นว่าอุตสาหกรรมที่เน้นหนักหรือให้ความสำคัญกับด้าน ข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็น
ธนาคาร และการเงิน ประกันภัย สิ่งพิมพ์ หรือบันเทิงจะมีลักษณะที่แตกเป็นเสี่ยงๆ หรือที่เขาชอบเรียกกันว่า
Blown to bits ซึ่งส่งผลต่อ สมมติฐานเดิมๆ เกี่ยวกับกลยุทธ์และอุตสาหกรรม
ทำให้วิธีการและสาเหตุที่ทำให้องค์กรหนึ่งเกิดการได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือองค์กรอื่นเริ่มเปลี่ยนไป
ในสัปดาห์นี้เราลองมาดูแนว คิด และตัวอย่างของผู้ที่มีความเห็น ว่าแนวคิดทางกลยุทธ์แบบเดิมๆ เริ่มล้าสมัย
กันก่อนนะครับ ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดเหล่านี้มีความเชื่อ ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่จะเข้ามาอย่างรวด
เร็วและทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายมหาศาลทั้งในแง่ของคำจำกัดความ ของธุรกิจ ขอบเขตของ
อุตสาหกรรม รวมทั้งทำให้องค์กรหรือตราสินค้าที่ก่อตั้งมานานเป็นศตวรรษต้องพังทลายลง ตัวอย่างที่ยกกัน
บ่อยๆ ได้แก่กรณีของ Encyclopedia Britannica ซึ่งถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตนเองมานาน แต่เนื่อง
จากพัฒนาการของเทคโน-โลยีสารสนเทศและอินเตอร์เน็ต ทำให้ Encyclopedia Britannica ต้องสูญเสีย
ความเป็นผู้นำ บริษัทถูก ขายหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งในปัจจุบันมีสภาพเป็นเพียงเว็บไซต์ แห่งหนึ่ง
เท่านั้น
นอกเหนือจากกรณีตัวอย่างเจ้าตลาดดั้งเดิมที่ในปัจจุบันหมดสภาพอย่างในกรณีของ Encyclopedia Britannica
แล้ว ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดของ Digital Strategy ยังให้ความเห็นว่าพัฒ- นาการของอินเตอร์เน็ตทำให้บท
บาทและความสำคัญของพ่อค้าคนกลางเปลี่ยนไป เนื่องจากในอดีต เราจะต้องพึ่งพาคนกลางในการเสาะ
แสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ตัวผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็นผู้ติดต่อระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายให้พบกัน
แต่ในปัจจุบันเนื่องจากขอบเขตและความสามารถของอินเตอร์เน็ต ทำให้บทบาทของคนกลางเหล่านี้หมดไป
ผู้ซื้อสามารถหาข้อมูลได้มากเท่าที่ต้องการ รวมทั้งยังสามารถ ติดต่อกับผู้ซื้อได้โดยตรง
ตัวอย่างที่ชัดเจนได้แก่หนังสือชนิดต่างๆ ที่เราอ่านกัน ท่าน ผู้อ่านจะอ่านหนังสือซักเล่มจะต้องผ่านองค์กร
ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านอยู่หลายราย ไม่ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ สายส่ง หรือ
ร้านหนังสือ แต่ด้วยพัฒนา การของอินเตอร์เน็ตทำให้ได้เริ่มมีนักเขียนนวนิยายชื่อก้องโลกหลาย
ท่านที่เขียนหนังสือเสร็จนำมาใส่ไว้ในเว็บไซด์ของตนเองเพื่อให้ผู้อ่านสามารถไปดาวน์โหลดได้ในราคา
ที่ถูกกว่าไปซื้อตามร้านหนังสือทั่วไป ทำให้ตัวนักเขียนเองก็ได้รายได้ที่ชัดเจนและเป็นกอบเป็นกำขึ้น ผู้อ่าน
เองก็ประหยัดเงินได้มากขึ้นเนื่อง จากไม่ต้องเสียเงินให้กับองค์กรที่ทำ หน้าที่เป็นคนกลางในขั้นตอนต่างๆ
ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านมีความเห็นด้วยกับแนวคิดต่างๆ เหล่านี้อย่าง ไรบ้าง
อินเตอร์เน็ตทำให้บทบาทของคนกลางลดลงจริงหรือไม่?
นอกจากนี้เหนือจากบทบาทของคนกลางที่ลดลงแล้ว
ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ยังมีความเห็นด้วยว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก
อินเตอร์เน็ตมากที่สุดคือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลข่าวสารต่างๆ
และผู้ประกอบการเดิมที่อยู่ในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะเกิดความเสียเปรียบต่อผู้ที่เข้ามาในอุตสาห-กรรมใหม่
ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่เข้ามาใหม่จะเกิดความได้เปรียบเนื่องจาก การที่ไม่ต้องมีต้นทุนจมอยู่ในสิน-ทรัพย์ถาวรต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สถานที่ และเครื่องจักรต่างๆ
ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการที่ทำในเรื่องของการพิมพ์ด้านดิจิตอล นั้นไม่จำเป็นต้องมีแท่นพิมพ์ โรงพิมพ์ หรือ
เครือข่ายการจัดจำหน่าย สามารถอาศัยคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถจัดทำ E-Books
ส่งไปขายยังนักอ่านต่างๆ ได้แล้ว หรือธนาคารบนอินเตอร์เน็ต ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยสาขาหรือสถานที่
แต่ลูกค้าก็สามารถทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ตได้อย่างครบถ้วนเฉกเช่นไปยังสาขาจริงๆ
หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าบนอินเตอร์เน็ต ก็ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ หรือ ที่จอดรถ หรือ ร้านค้าต่างๆ
ผู้บริโภคสามารถที่จะไปทำการเลือก ซื้อสินค้าได้ครบถ้วนเหมือนไปเดิน ห้างจริงๆ
จะเห็นได้ว่าคู่แข่งขันใหม่ๆ ที่อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถ เข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วกว่า ครอบคลุม
กว่า และด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าผู้ประกอบการรายเดิมที่อยู่ในตลาด
ไม่ทราบท่านผู้อ่านจะมีความคิดเห็นต่อประเด็นนี้อย่างไร แต่เท่าที่เห็นอยู่ในปัจจุบันดูเหมือน
ว่าผู้ประกอบการรายเดิมก็ยังอยู่กันครบถ้วน แต่ผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วย อินเตอร์เน็ตกลับเป็นผู้ที่ประสบปัญหา
มากกว่า
นอกเหนือจากการเปลี่ยน แปลงในประเด็นต่างๆ ข้างต้นแล้ว ได้มีหนังสือขายดีเล่มหนึ่งชื่อ "Unleashing
the Killer App" ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่าแนวคิดเดิมๆ ในการวางแผนกลยุทธ์เป็นแนวคิดที่ใช้กันมากว่า
ยี่สิบปีแล้ว และในปัจจุบันได้มีแนวคิดใหม่เกี่ยวกับกลยุทธ์ที่เรียกกันว่า "Digital Strategy"
เข้ามาแทนที่การวางแผนกลยุทธ์แบบดั้งเดิม โดยเป้าหมายหลักของการโจมตีนั้นอยู่ที่ Michael Porter เป็น
หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังสือเล่มดังกล่าวระบุไว้เลยว่าแนวคิดเดิมๆ ของ Porter ไม่เหมาะสำหรับธุรกิจ
ในยุคดิจิตอล เนื่องจากแนวคิดของ Porter และแนวคิดเดิมๆ
ของกลยุทธ์นั้นเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างมีความมั่นคงและไม่ค่อย มีการเปลี่ยนแปลง
แต่ในปัจจุบันผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าวแทบจะนึกไม่ออกเลยว่ามีอุตสาหกรรมใดที่ไม่มีการเปลี่ยนอย่าง
มากมายเลย โดยเฉพาะอย่างในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทำให้เครื่องมือที่ใช้กันมานานอย่าง 5 Forces Model หรือ Value Chain
ไม่เหมาะสมต่ออุตสาหกรรมในยุคดิจิตอลเช่นในปัจจุบัน
เชื่อว่าคงจะมีท่านผู้อ่านบางท่านที่เห็นด้วย และบางท่านที่ไม่เห็น ด้วยกับแนวคิดต่างๆ ข้างต้น
แต่ที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้เป็นเพียงแค่มุมมองหนึ่งเท่านั้น ในสัปดาห์หน้าเรากลับมาดูการตอบโต้ของ
Michael Porter ดูว่าเขาจะว่าอย่างไรบ้าง และภายหลังจากการตอบโต้ของ Porter แล้วทางกลุ่มที่ยังเชื่อว่า
Porter ผิดพลาดก็ได้ออกมาตอบโต้อีกครั้ง ทำให้ความคิดเห็นในเรื่องของอินเตอร์เน็ตกับกลยุทธ์นั้นสนุกพอๆ
กับหนังจีนกำลังภายในเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของมีแค้นต้องชำระ และลูกผู้ชายฆ่าได้หยาม
ไม่ ได้
ที่มา.....หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

|