free web hosting | free website | Business WebSite Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 เรซูเม กลยุทธ์พิชิตงาน

ในยุคข้าวยากหมากแพง ทุกคนต้องปากกัดตีนถีบ พยายามเอาตัวให้รอดเช่นนี้

การรักษางานที่ทำให้อยู่ให้อยู่ตลอดรอดฝั่งเพื่อรอวันเศรษฐกิจผลิกฟื้นนั้นเป็นสิ่งที่ยากเย็น

แต่การหางานใหม่เนื่องจากที่ทำงานเดิมจะเจ๊ง หรือมีท่าทีจะเจ๊งเป็นเรื่องที่ยากกว่าประหนึ่งงมเข็มใน

มหาสมุทรก็ไม่ปาน

ดังนั้น การสมัครงานในช่วงนี้ ดูเหมือนจะเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว ใครที่ได้งานก็ถือว่าโชคดีไป แต่คน

ที่ยังไม่มีงาน จะมัวมานั่งรอให้โชควิ่งเข้าหาทำไมสู้สร้างโอกาสให้แก่ตัวเองจะดีกว่า

คุณเคยคิดหรือไม่ว่า ทำไมส่งใบสมัครไปตั้งหลายแห่งแล้ว ทำไมไม่เรียกตัวไปสัมภาษณ์เสียที

ทั้งๆที่ความสามารถเราก็ไม่น้อย ประสบการณ์ก็ใช่ย่อยนั้น

มันตัดสินกันด้วยกระดาษเพียงใบสองใบที่เราเขียนไปนั่นเอง และสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนอกจาก

ใบสมัครก็คือเรซูเม

เรซูเมคืออะไรกันแน่ สำคัญอย่างไร จะต้องทำอย่างไรถึงมีเรซูเมที่ดีได้

เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดกันขณะที่บุคคลกลุ่มหนึ่งรู้และเข้าใจได้งานทำไปแล้ว

เรซูเม(RESUME)คือ กระดาษแผ่นหรือสองแผ่นที่สรุปเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ

วุฒิการศึกษา ความเร็จในหน้าที่

ประสบการณ์หรืออะไรก็ตามที่จะสร้างความสนใจให้นายจ้างหรือผู้ที่มีอำนาจในการคัดเลือกเราเข้าทำงานได้

การเขียนเรซูเมนั้น นับเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง เพราะการสรุปเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต

แล้วนำเสนอออกมาให้ได้ภาพพจน์ที่เอื้ออำนวยกับการดำเนินชีวิตในอนาคตนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าเขียนไป

มันเหมือนกับกระจกที่ใช้ส่องตัวคุณ เป็นสิ่งที่คุณต้องประชาสัมพันธ์ออกไป

หากผู้พบเห็นไม่เกิดความประทับใจคุณก็จะไม่ได้รับความสนใจเช่นกัน

พูด(เขียน)มากไปแล้ว เรามาเริ่มเขียนเรซูเม ฉบับพิชิตงาน ทางจดหมาย กันก่อนดีกว่า

ซึ่งใช้ได้กับบุคคลทั่วไป(www.free-resume-tips.com/10tips.html) โดยแบ่งเป็น 10

ขั้นตอนคือโดยในที่นี้เป็นตัวอย่างที่กล่าวถึงการสมัครงานฝ่ายบัญชีเป็นหลัก

1- ใช้หัวข้อที่สัมพันธ์กับงานที่จะสมัคร เมื่อนายจ้างต้องคัดเลือกเรซูเม กว่าร้อยๆฉบับ

สิ่งที่จะทำให้คุณโดดเด่นออกมาและได้รับความสนใจ ก็คงเป็นหัวข้อที่ตรงกับงานที่เขาต้องการหรือมากที่ต้อง

การ เช่น ถ้าเขาต้องการผู้มีความรู้คอมพิวเตอร์ เราก็บอกไปว่า

เคยทำงานแผนกควบคุมระบบคอมพิวเตอร์และเป็นผู้จัดเก็บข้อมูลเป็นต้น

2- ออกแบบให้น่าสนใจ พยายามบรรยายประวัติของเราให้อยู่ในหัวข้อที่นายจ้างต้องการมากที่สุด

ดึงจุดเด่นที่สอดคล้องกับงานให้เป็นจุดสำคัญอย่างน้อยก็ให้เขาเลือกใบสมัครของเราไว้พิจารณาอีกรอบ

(archive.lis.unt.edu:2025/resume/)

3- สร้างข้อมูลเพิ่มมูลค่า เช่น แทนที่จะบอกว่า เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีฝ่ายบัญชีรับ-จ่ายในองค์กรใหญ่

แห่งหนึ่ง ก็บอกว่า เคยควบคุมรายการบัญชีรับ-จ่ายกว่า 1,000 รายการ

ซึ่งขึ้นตรงต่อสำนักงานบริหารการเงินขององค์กรใหญ่ จะดูมีค่ากว่าทั้งๆที่ก็งานเดียวกันนั่นแหล่ะ

4- กำหนดภาพพจน์ด้วยถ้อยคำที่ทรงพลัง บางครั้งการใช้ถ้อยคำที่เขียนหรือพูดต่างกันแต่ความหมาย

เดียวกันนั้น มันทำให้ได้ผลลัพธ์ต่างกันเช่นกัน อาทิ เคยได้รับหน้าที่มอบหมายงานให้เสมียนบัญชี ก็บอกว่า

มีหน้าที่ฝึกอบรมและตรวจตราเจ้าหน้าที่บัญชีระดับปฏิบัติการ ของบัญชีรับ-จ่าย

ก่อนที่จะส่งไปยังบัญชีแยกประเภทเป็นต้น

5- วิเคราะห์ข้อความและจับใจความสำคัญของประกาศสมัครงาน แล้วนำมาใส่ไว้ในเรซูเม พิจารณาดูว่า

ประกาศนั้นต้องการอะไร แยกเป็นข้อๆแล้วนำมาเป็นหัวข้อในเรซูเมของเรา

(www.flocean.com/newres/resapp.html)

6- ชี้ประเด็นในสิ่งที่นายจ้างต้องการแต่ไม่ได้บอก เช่น ระบุไปว่างานที่เคยทำต้องร่วมมือกับหลายแผนก และ

เคยศึกษาระบบบัญชีต่างๆเพิ่มเติมเป็นต้น (excite.monster.com/pf/resume/build.htm)

7- ขายความสามารถของคุณให้โดดเด่น

ใบสมัครทั่วไปมักจะระบุประสบการณ์มายาวเหยียดแต่ถ้าดูแล้วเป็นเรื่องปกติก็อาจไม่ประสบความสำเร็จได้

ควรชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่นายจ้างจะได้จากตัวคุณด้วย เช่น แทนที่จะบอกว่า สามารถพิมพ์ดีดได้ด้วยความเร็ว 60

คำต่อนาทีเฉยๆ ก็เพิ่มเข้าไปว่า ความเร็วระดับนี้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า 60,000 บาทต่อปี

ในการจ้างพนักงานนอกเวลามาพิมพ์เวิร์ด โพรเซสซิ่งเป็นต้น

8- สร้างภาพพจน์ให้เหมาะสมกับเงินเดือน ไม่จำเป็นว่าคุณมีประวัติการทำงานอย่างโชกโชน และดูมีความ

สามารถมาก แล้วจะได้งานเสมอไป หากคุณเรียกเงินเดือนที่สูงไป (แน่นอนเรียกน้อยโอกาสได้ก็ย่อมสูง

อยู่แล้ว แต่อย่าเสียใจภายหลังแล้วกัน) ดังนั้น พยายามเลือกงานที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น วัยวุฒิ,

คุณวุฒิ ,ประสบการณ์หรือสถานที่

9- ลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง การสร้างความประทับใจให้นายจ้างจากการอ่านเรซูเมของเราอย่างหนึ่งคือ

การเรียงประโยคที่สวยงาม ดูสละสลวยก็สำคัญไม่น้อย เช่น แทนที่บอกว่า ทำงานอะไรบ้างเป็นข้อๆ

ก็พยายามนำมาจัดเรียงให้เป็นประโยคขนาดกะทัดรัดและให้ความสำคัญกับงานที่ทำแบบมหภาคมาสู่

อนุภาคทำนองนั้น (www.distinctiveweb.com/samples/index.html)

10- ระบุตำแหน่งให้ครอบคลุม บางครั้งเมื่อคุณอ่านประกาศ พบว่าต้องการทำงานหลายตำแหน่ง

ถ้าจะส่งเรซูเมไปหลายฉบับ เขาอาจคิดว่าเราหลายใจได้ เพราะฉะนั้น ก็ระบุตำแหน่งให้มันครอบคลุมไปเลย

เช่น โปรแกรมเมอร์/นักวิเคราะห์ระบบ, ฝ่ายบริการลูกค้า/ฝ่ายบริหารค้าปลีก

เป็นต้นก็รวมเอาไว้ในหน้าซองนั่นแหล่ะ(ส่งทางไปรษณีย์)

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของกลยุทธ์พิชิตงาน ซึ่งในที่นี้คือการวิ่งไล่ประกาศสมัครงาน

อาจทำให้เราเหนื่อยแล้วท้อได้ แต่การเขียนเรซูเมไม่ได้มีเพียงเท่านี้

หากคุณต้องการเขียนเรซูเมให้มันครอบคลุมความต้องการไปทีเดียวเลย

และทำอย่างไรให้มันน่าสนใจจะทำอย่างไรสัปดาห์หน้าคงต้องเจอกันใหม่ซะแล้ว



 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved