free web hosting | website hosting | Business WebSite Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 Winning Decisions

จักรพรรดินโปเลียนกล่าวไว้ว่า "ผู้ที่ไม่เคยทำผิดคือ ผู้ที่ไม่เคยทำอะไรเลย" หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ

คนที่ไม่ตัดสินใจทำอะไร ก็จะไม่ทำอะไรผิดพลาด แต่ในความเป็นจริง คนเราต้องตัดสินใจตลอดเวลาเริ่ม

ตั้งแต่เวลาตื่นนอน เช่น เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลา 5.55 น. เราก็ต้องตัดสินใจว่า

จะตื่นตามเวลาที่เราเองเป็นคนตั้งไว้หรือเปล่า หรือจะนอนต่อปล่อยเสียงนาฬิกาดังไปเรื่อย ๆ จนกว่าเสียง

นั้นจะหยุดไปเอง ดังนั้น การตัดสินใจก็คือส่วนหนึ่งของชีวิตเราที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ผู้นำหรือผู้บริหารที่

ชอบดองเรื่องไม่ยอมตัดสินใจ ก็ควรตระหนักถึงข้อเท็จจริง หรือกฎธรรมชาติข้อนี้ หรือพูดง่าย ๆ

ก็คือเป็นงานที่ท่านไม่อาจจะหลีกหนีได้เลย

J. Edward Russo ศาสตราจารย์ทางด้านการตลาด และพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Cornell ได้ร่วมกับ

Paul J.H. Shoemaker ผู้ก่อตั้ง และประธานสถาบันยุทธศาสตร์การตัดสินใจระหว่างประเทศ

ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการที่นำไปสู่การตัดสินใจนั้น อาจมีความสำคัญยิ่งกว่า ผลลัพธ์ของการตัดสินใจเสียอีก

อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า การตัดสินใจนั้นเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ที่สำคัญก็คือ กระบวนที่นำไปสู่การ

ตัดสินใจนั้น มีความถูกต้องสมบูรณ์หรือไม่ต่างหากที่ผู้นำหรือผู้บริหารควรจะให้ความสำคัญ

เพราะถ้าผู้นำ หรือผู้บริหารไม่ใส่ใจเรื่องกระบวนการ ความผิดพลาดของการตัดสินใจก็จะเกิดบ่อยครั้งขึ้น

เหมือนนักกอล์ฟที่ขี้เกียจ หรือไม่ยอมซ้อมการตีให้ถูกต้อง ก็มักจะตีไม่ได้ดี เกิดความผิดพลาดอย่างสม่ำเสมอ

การตัดสินใจก็เช่นกันต้องมีการเรียนรู้ และการฝึกฝนตามกระบวนการที่ค้นคิดขึ้นมาโดยผู้เชี่ยวชาญ

เหตุผลก็เพราะในโลกแห่งการแข่งขันแบบเชือดลูกกระเดือก ทุกวันนี้ ผู้นำ หรือผู้บริหารจะต้องตัดสินใจ

ให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก เนื่องจากหากครั้งแรกตัดสินใจผิดพลาด โอกาสที่จะไปแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าว

นั้นแทบไม่มี

เมื่อท่านตัดสินใจผิดในครั้งแรก ก็ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่า คู่แข่งของท่านจะคว้างานของท่าน ไปทำแทน

ท่านผู้เขียนทั้งสองชี้ให้เห็นว่า มีปัจจัย 3 อย่างที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ซึ่งประกอบด้วย การตัดสินใจ

(เป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้) การปฏิบัติ (ก็เป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้เช่นกัน) กับโอกาสหรือสถานการณ์

(เป็นปัจจัยที่เราไม่อาจไปควบคุมได้)

นี่คือเหตุผลที่บอกว่า ทำไมผู้นำ หรือผู้บริหารจึงไม่สามารถจะไปดู หรือ ให้ความสำคัญเฉพาะที่ผลลัพธ์อย่าง

เดียว เพราะหนึ่งในปัจจัยหลักท่านไม่มีความสามารถจะไปควบคุมได้เลย

ท่านสรุปว่า กระบวนการตัดสินใจนั้นมีอยู่ 4 อย่าง (ไม่ใช่เป็นกฎตายตัว) ซึ่งได้แก่

1. การกำหนดกรอบปัญหา หากไม่ตีกรอบของปัญหา ท่านก็จะไม่ทราบว่า ขอบเขตของปัญหาอยู่ที่ไหน

2. เมื่อสามารถกำหนดกรอบปัญหาได้แล้ว ต้องรีบหาข้อมูล และหนทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อประเมินว่า

มีอะไรบ้างที่รู้แล้ว และมีอะไรบ้างที่ยังไม่รู้ อริยบุคคลขงจื่อบอกว่า ความรู้ที่แท้จริงหรือถ่องแท้ก็คือ

"รู้ว่าเรารู้อะไร และรู้ว่าเราไม่รู้อะไร"

3. จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์ และสรุปว่า จะใช้วิธีการ หรือหนทางใดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่อย่าเพิ่ง

รีบตัดสินใจ ให้ดูข้อ 4 ก่อน

4. ใช้ประสบการณ์ในอดีตให้เป็นประโยชน์ พิจารณาดูว่า ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ หรือปัญหาที่คล้ายคลึง

กับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ นำวิธีการที่สรุปได้แล้วจากข้อที่ 3 มาเปรียบเทียบกับวิธีการที่เคยใช้ในอดีต

คราวนี้ก็ตัดสินใจได้แล้ว อย่าได้ไปดองเค็ม หรือเก็บใส่แฟ้ม เก็บขึ้นหิ้งอีก

ผู้นำ หรือผู้บริหารที่ไม่ได้ฝึกการตัดสินใจโดยใช้กระบวนที่กล่าวมานี้ ท่านก็อาจทุ่มเวลาไปแก้ปัญหาที่เป็น

เพียงปรากฏการณ์ที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้นไม่ได้แก้ที่แกนกลางของปัญหา

ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างแจ่มชัดแจ๋วแหววก็คือ การแก้ไขปัญหาผู้ก่อการร้ายของประธานาธิบดีบุชที่ สะท้อน

ให้เห็นว่า ท่านตัดสินใจแก้ไข ปัญหาที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้น หรือปรากฏการณ์ของปัญหา กล่าวคือ

ทันทีที่ตึก World Trade สัญลักษณ์ของระบบเศรษฐกิจทุน

นิยมถูกทำลายลงท่านก็สั่งถล่มรัฐบาลตาลีบันซึ่งสนับสนุนกองกำลังของคุณบินลาดิน

แต่ปัญหาผู้ก่อการร้ายก็ยังคงมีอยู่ และจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้นในการปฏิบัติการโจมตีสหรัฐฯหรือพันธมิตร

อย่างอังกฤษครั้งต่อไป

ขณะนี้คุณบุชกำลังจะสั่งบดขยี้รัฐบาลของนายพลซัดดัมของอิรักเพราะเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย

และสะสมอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงสหรัฐฯมีอาวุธร้ายชนิดต่างๆมากที่สุดในโลก

คำถามก็คือ สมมุติคุณบุชเปลี่ยนรัฐบาลซัดดัม

รวมทั้งรัฐบาลของชาติมุสลิมที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯสำเร็จเหมือนกับเปลี่ยนรัฐบาลในอัฟกานิสถานปัญหา

ผู้ก่อการร้ายหมดสิ้นลงไหม

คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ ปัญหาผู้ก่อการร้ายยังคงอยู่

เพราะท่านประธานาธิบดีคนเก่งไม่ได้แก้ตรงที่แกนของปัญหาแต่ไปแก้เฉพาะปรากฏการณ์ของปัญหาเท่านั้น

แกนของปัญหาอยู่ที่นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯที่ไปสนับสนุนรัฐบาลอิสลาเอลยึดครองดินแดนของ

ชาวอาหรับ และปาเลสไตน์รวมทั้งเข่นฆ่าชาวมุสลิมเหล่านั้นอย่างไร้มนุษยธรรม

เมื่อพวกเขาไม่สามารถจะต่อกรกับอภิมหาอำนาจสหรัฐฯด้วยอาวุธซึ่งๆ หน้าได้ แน่นอนที่สุด

พวกเขาก็ต้องใช้วิธีการที่สหรัฐฯเรียกว่า "การก่อการร้าย"

ที่มา....หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved