Financial Controller
คราวก่อนได้พูดถึงเรื่อง Book-keeper และ Accountant ซึ่งเป็นภาพกว้างๆ ที่ใช้เรียกนักบัญชี
ที่มีหน้าที่สำคัญในการจัดทำบัญชี เพื่อให้ได้ประโยชน์ในภาคปฏิบัติมากยิ่งขึ้น และเป็นการ
ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว ผมจึงอยากจะว่าต่อให้ลึกลงไป โดยจะขอซูมภาพเข้าไปในองค์กร
เกี่ยวกับบุคลากรทางบัญชีที่มีอยู่จริงๆ แล้วนำมาแยกแยะเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญของนักบัญชี
คนที่อยากกล่าวถึง และคงต้องกล่าวถึงมากเป็นพิเศษเนื่องจากถือได้ว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ
และอาจกล่าวได้ว่านอกจากจะถือว่าเป็นตัวแทนของหน้าที่งานทั้งหมดในฝ่ายบัญชีแล้ว
ยังครอบคลุมกว้างออกไปถึงส่วนที่เกี่ยวกับฝ่ายการเงินและธุรการด้วย โดยมากใช้กัน
เป็นภาษาอังกฤษว่า Financial Controller หรือเรียกสั้นๆ ว่า Controller ตำแหน่ง Controller
นื้ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบัญชีและการเงิน ผมไม่เห็นว่ามีคำเรียกชื่อตำแหน่ง
ดังกล่าวเป็นคำไทยแต่อย่างใด แต่มักจะใช้ในองค์กรเป็นภาษาอังกฤษ อาจเทียบเคียงเป็น
ตำแหน่งในภาษาไทยว่า ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี หรือ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน
เป็นต้นหน้าที่งานของ Controllerตามที่เห็นปฏิบัติอยู่จริงในองค์กรต่างๆมีดังนี้
Controller มีหน้าที่สำคัญในการจัดระบบงานทางบัญชีทั้งหมด การจัดหาบุคลากร การ
แบ่งงาน การประเมินผลงานซึ่งรวมถึงการเลื่อนขั้นตำแหน่ง การฝึกอบรม การเลือกใช้ระบบ
คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยจัดการกับฐานข้อมูลทางบัญชี ข้อนี้เกี่ยวข้องกับระบบงานภายในที่เป็น
ขั้นตอนและกลไกในการจัดทำข้อมูลทางการเงินและการบริหารบุคลากร
Controller เป็นผู้วางนโยบายเกี่ยวกับการเลือกใช้หลักการบัญชีให้เหมาะสมกับการวัดค่า
ของกิจกรรมขององค์กร เนื่องจากหลักการบัญชีสำหรับเรื่องหนึ่งๆ มีทางเลือกให้ปฏิบัติ
ได้หลายวิธีตามความเหมาะสม ข้อนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้เชิงเทคนิคของวิชาชีพ
บัญชีโดยเฉพาะ
Controller เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ข้อปฏิบัติทางภาษีอากร การยื่นแบบแสดง
รายการทางภาษีต่างๆ เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อนี้เกี่ยวกับการบัญชีภาษีอากร
Controller เป็นผู้วางแผนทางการเงิน การจัดทำงบประมาณ หรือที่เรียกว่า Financial
planning and budgeting ออกแบบรายงานทางการเงิน ซึ่งอาจรวมไปถึงรายงานที่เกี่ยว
เนื่องกับตัวเลขการขาย และการตลาดในส่วนที่ใช้ฐานข้อมูลทางบัญชี ส่วนนี้จะรวมถึง
การวิเคราะห์ต้นทุน ค่าใช้จ่าย อัตรากำไรของสินค้าที่ขาย และครอบคลุมกว้างไปถึงตัวเลข
เกี่ยวกับการพนักงาน การคิดเงินเดือน ข้อนี้เกี่ยวกับการให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ
บางทีเรียก Management Accounting ข้อนี้ผมให้ข้อสังเกตว่าเป็นส่วนที่ Controller
ต้องใช้ทักษะเกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ที่มิใช่นักบัญชี รวมทั้งเทคนิคในการบริหารงานและ
บุคคลข้อนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลภายในองค์กรและการบริหาร
Controller เป็นผู้ดูแลการจัดทำงบการเงินเพื่อเสนอแก่บุคคลภายนอก ได้แก่ เจ้าหนี้
ธนาคารผู้ให้วงเงินสินเชื่อ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเสนอแก่ผู้ถือหุ้น ส่วนนี้จะเกี่ยวพัน
กับการติดต่อ สื่อสารกับผู้สอบบัญชีของบริษัท ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมทั้งให้คำชี้แจงใน
ประเด็นต่างๆ ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ต้องดูแลการเปิดเผยข้อมูลทาง
การเงินตามข้อกำหนดต่างๆข้อนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลภายนอกองค์กร
จะเห็นได้ว่า Controller จะดูแลงานทั้งหมดทั้งในด้าน Finance และ Accounting โดยอาจ
แถมพ่วงงานด้าน Administration และ Computer System เข้าไปด้วย
เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมได้คัดตัวอย่างของ Job description ของ Controller
จากหนังสือพิมพ์ใน Classified Advertising มาให้ดูเป็นการเปรียบเทียบสัก ๒ ตัวอย่าง
ดังนี้ครับ
ตัวอย่างแรกตำแหน่ง Financial Director
The Financial Director will be managing 4 Department Managers, i.e., Treasury,
Accounting, Budget Control, and MIS, with 20 support staff. This includes, but is
not limited to, managing high volume of foreign exchange transactions,
preparation of management reports to meet statutory and overseas Head Office
requirements, budgeting and controlling, and managing a highly complex MIS
system which serves over 400 users.
ในตัวอย่างนี้ เขาใช้ชื่อตำแหน่งว่า Financial Director ซึ่งเขาได้ระบุว่าต้องมีประสบการณ์
และคุณสมบัติเพิ่มเติมในด้าน US GAAP and local GAAP knowledge, efficient financial
planning skills, strong leadership, and excellent presentation and interpersonal
skills are essential qualities expected.
ตัวอย่างที่สองตำแหน่ง Accountant
Accountant will be fully responsible for all financial and general accounting
functions of the company. You will also be required to liaise closely with external
auditors in fulfilling all general accepted accounting principles and statutory
requirements including preparing year-end audit packages.
จากตัวอย่างทั้งสอง มีศัพท์เทคนิคอยู่ ๒ คำ คือ Statutory requirement และ GAAP
คำแรกหมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเสนองบการเงินตามระเบียบกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย
ส่วนคำที่สองย่อมาจาก General Accepted Accounting Principles หรือ มาตรฐานการ
บัญชีรับรองโดยทั่วไป ซึ่งแต่ละประเทศก็มีเป็นของตนเอง ก็เรียกกันสั้นๆว่า US GAAP
หรือ Thai GAAP ซึ่งก็คือ มาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปของอเมริกา หรือ ของไทย
ตามลำดับ
นอกจากนี้ ตามตัวอย่างทั้งสองนั้นจะเห็นว่า ตัวอย่างแรกเป็นตำแหน่งซึ่งอยู่ในองค์กร
ขนาดค่อนข้างใหญ่ ก็จะมีหน้าที่งานครอบคลุมโดยกว้างขวางกว่า ผมเห็นว่าเป็นตัวอย่าง
ที่สามารถนำมาใช้อธิบายหน้าที่งานให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และเขาเขียนบรรยายไว้ได้ครบถ้วน
สำหรับตัวอย่างที่สองเป็นตำแหน่งในองค์กรขนาดเล็ก และมีหน้าที่งานในขอบเขตที่ค่อน
ข้างเฉพาะเจาะจงและกระชับกว่า
ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการจัดผังองค์กรส่วนงานบัญชีตามที่ผมได้ว่าไว้ข้างต้นนั้น
จะมีเจ้าหน้าที่ลำดับต่อจาก Controller คือระดับผู้จัดการ (เช่น ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ๑ ท่าน
ผู้จัดการฝ่ายการเงิน ๑ ท่าน ผู้จัดการฝ่ายคอมพิวเตอร์ ๑ ท่าน ผู้จัดการฝ่ายธุระการ ๑ ท่าน
เป็นต้น) ถัดลงมาก็เป็นระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจจะมีหลายคน ส่วนงานด้านบัญชีอาจจะมี
สมุห์บัญชีแทรกอยู่ต่อจากผู้จัดการ แล้วจึงเป็นระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งแยกประเภทตามหน้าที่งาน
หลัก เช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีลูกหนี้-ขาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเจ้าหนี้-ซื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่าย
บัญชีสินค้าคงเหลือเป็นต้น
โดยปกติกิจการขนาดย่อมอาจจะไม่มี Controller แต่จะมีสมุห์บัญชี ๑ หรือ ๒ คนทำหน้าที่
จัดการด้านเอกสาร และจัดทำรายงานทางการเงิน รวมทั้งงานด้านธุรการไปด้วย บางคนที่ม
ีประสบการณ์และความรู้ความชำนาญมากขึ้นก็จะทำหน้าที่คล้ายกับที่ Controller รับผิดชอบ
อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ นอกจากนี้แล้วบางแห่งจะว่าจ้างให้ผู้สอบบัญชีอิสระ หรือที่เรียกว่า
C.P.A. (ย่อมาจาก Certified Public Accountant) คอยให้คำแนะนำด้านการปฏิบัติ
ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป (Public Practice) หรือการใช้ดุลยพินิจและการเลือกใช้นโยบาย
การบัญชี รวมทั้งประเด็นทางภาษีอากรแก่สมุห์บัญชี ผู้สอบบัญชีอิสระนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายๆ
Controller ต่างกันตรงที่ไม่ได้ทำงานเต็มเวลา และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางบัญชีแก่
กิจการนั่นเอง
จะเห็นได้ว่าบทบาทและภาระหน้าที่ของ Controller มีไม่น้อยเลย เรียกว่า ต้องครบเครื่อง
จริงๆ และต้องเป็นคนที่เป็นที่พึ่งของฝ่ายอื่นได้ และที่สำคัญ…ต้องเป็นคนไว้ใจได้ และแน่นอน
ครับ Controller ทำสิ่งที่ว่ามานี้ทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ ต้องอาศัยผู้ช่วย ดังนั้นถ้า Controller
จัดวางระบบการทำงานและการฝึกอบรมให้ดี ก็เท่ากับสามารถบริหารงานด้านข้อมูลให้มี
ความเข้มแข็ง และองค์กรก็สามารถจะใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อการวัดผลของกิจการ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ที่มา.....วิโรจน์ .เฉลิมวัฒนา

|