free web hosting | free hosting | Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

 The Enron Affairก.การบัญชี (จบ)

กฎบัญชีเน้นข้อมูลที่จะทำให้ "ผู้ใช้งบการเงิน" ตัดสินใจไม่ผิดพลาด ดังนั้น งบการเงินจึงต้องให้ข้อมูลอย่าง

ระมัดระวัง งบการเงินต้องไม่ทำให้นักลงทุนหัวใจพองโตแล้วกระโจนเข้าซื้อหุ้น เพื่อให้มาทราบความจริงภาย

หลังว่า ข้อมูลในงบการเงินนั้นสวยเกินจริง เพราะเมื่อถึงเวลานั้น นักลงทุนก็จะตกอยู่ในสภาพ "รู้เมื่อสาย"

ดังนั้น ในการออกงบการเงิน ถ้านักบัญชีต้องเลือกระหว่าง "การมองโลกในแง่ดี" หรือ "การมองโลกในแง่ร้าย"

กฎบัญชีก็มักจะชักจูงให้นักบัญชีต้องเลือกประการหลัง เพื่อผู้ใช้งบการเงินจะได้ไม่ "เจ็บตัว" จากข้อมูลที่นำ

เสนอ (ในปัจจุบัน ข้อกำหนดทางบัญชีจะเน้นการเดินสายกลางคือ ต้องไม่มองโลกทั้งในแง่ดีและในแง่ร้าย

แต่ต้องมองแบบเป็นกลางและออกงบการเงินที่ให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดเท่าที่จะสามารถนำเสนอได้

ในขณะนั้น)แต่กฎภาษีเน้นที่นโยบายการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล กฎภาษีจะทำให้กรมสรรพากรมองโลกในแง่

ดีมากกว่าแง่ร้าย เพื่อจะได้ประเมินภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้น เราจึงมักเห็นว่ากฎภาษีจะเน้นที่การ

แสดงรายได้สูงและค่าใช้จ่ายต่ำ (ซึ่งทำให้กำไรทางภาษีสูง) ในขณะที่กฎบัญชีจะเน้นที่การแสดงรายได้ต่ำ

และค่าใช้จ่ายสูง (ซึ่งทำให้กำไรทางบัญชีต่ำ) ถึงอย่างนั้นก็ตาม กฎภาษีส่วนใหญ่ก็ยังอิงอยู่กับกฎบัญชี

และข้อกำหนดในประมวลรัษฎากรส่วนใหญ่ก็พ้องกับข้อกำหนดในมาตรฐานการบัญชี ดังนั้น ในการจ่ายภาษี

บริษัทจึงมักเริ่มต้นด้วยการนำ "กำไรทางบัญชี" มาปรับปรุงเฉพาะรายการที่แตกต่างเพื่อหา "กำไรทางภาษี"

(การปรับปรุงแสดงอยู่ในใบแจ้งภาษีที่เรียกกันว่า "ภ.ง.ด. 50")แล้วจึงนำกำไรที่ปรับปรุงแล้วมาคำนวณภาษี

ีที่ต้องจ่ายอีกทอดหนึ่ง ทีนี้ลองย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ ถ้าบริษัทหนึ่งต้องการที่จะเลี่ยง

ภาษี ถามว่าบริษัทจำเป็นต้องตกแต่งงบการเงินหรือไม่ ? คำตอบคือ "ไม่จำเป็น" แต่ถ้าถามว่า

บริษัทที่ต้องการเลี่ยงภาษีสามารถเลี่ยงโดยการตกแต่งงบการเงิน ได้หรือไม่ ? คำตอบก็คือ "ได้"ที่ตอบเช่น

นั้น ก็เพราะบริษัทอาจแต่งงบการเงินเพื่อเลี่ยงภาษีโดยการบันทึก "กำไรทางบัญชี" ให้ดูต่ำกว่าความเป็นจริง

(สำหรับกรณีที่กฎบัญชีและกฎภาษีเหมือนกัน) หรือบริษัทอาจเลี่ยงภาษี โดยนำ "กำไรทางบัญชี"

ที่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี มาปรับให้เป็น "กำไรทางภาษี" ที่ไม่ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรและถ้าถาม

ต่อไปอีกว่า บริษัทที่ไม่ได้แต่งตัวเลขในงบการเงินและไม่ได้แต่งตัวเลขใน ภ.ง.ด. 50 จะสามารถเลี่ยงภาษีได้

้หรือไม่ ? คำตอบก็ยังคงเป็น "ได้" อยู่นั่นเอง เหตุผลก็คือ ประเทศไทยมีระบบการจัดเก็บ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม

(VAT)" ที่บริษัทสามารถใช้เป็นลู่ทางในการฉ้อฉลทางภาษี โดยไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับงบการเงินหรือ

ภ.ง.ด. 50 ให้เหนื่อยใจเมื่อหลายๆ ปีก่อน การโกงภาษีมูลค่าเพิ่มออกจะเป็นข่าวครึกโครม บริษัทที่โกง

VAT มักปลอมเอกสารเพื่อสร้าง "VAT ซื้อ" ให้สูงกว่า "VAT ขาย" ส่วนต่างของ VAT

นี้จะทำให้บริษัทสามารถขอ "เงิน" ภาษีคืนจากรัฐบาลได้ ทั้งๆ ที่บริษัทไม่เคยได้จ่าย "VAT ซื้อ" ออก

ไปจริงสรุปว่า ความไม่ซื่อทางภาษีอาจเกิดขึ้นได้หลายขั้นตอนนั่นคือ หนึ่ง ตกแต่งตัวเลขในงบการเงิน

สอง ตกแต่งตัวเลขใน ภ.ง.ด. 50 และสาม สร้างเอกสารปลอมเพื่อโกงภาษีมูลค่าเพิ่มบริษัทอาจใช้ขั้น

ตอนใดขั้นตอนหนึ่งในการหลีกเลี่ยงภาษี หรืออาจใช้หมดทั้งสามขั้นตอนเลย ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆประเด็นสุดท้าย

ก่อนที่จะจบ ผู้อ่านบางท่านอาจเกิดความฉงนว่าก็ในเมื่อบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และขายหุ้น

ให้กับมหาชนต้องการแต่งตัวเลขกำไรให้ดูสูงๆ เพื่อหลอก "แมลงเม่าให้บินมาเข้ากองไฟ"แล้วบริษัทเหล่านี้จะ

แต่งตัวเลขในงบการเงินเพื่อโกงภาษีได้อย่างไร ? เพราะการโกงภาษีคือ การทำตัวเลข กำไรให้ดูต่ำ ฟังแล้วขัดๆ

กันอย่างไรชอบกลเชื่อหรือไม่ว่า บริษัทสามารถตกแต่งกำไรทางบัญชีให้ดูสูงและกำไรทางภาษีให้ดูต่ำในเวลา

เดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากกฎบัญชีและกฎภาษีนั้นแตกต่างกันอยู่หลายข้อ เป็นต้นว่าค่าใช้จ่ายทางบัญชีบางรายการ

ไม่สามารถนำมาหักภาษีได้ เช่น ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์บริษัทที่ตั้งใจแต่งบัญชีโดยไม่ให้มีผล

กระทบกับการจ่ายภาษีจะพยายามกดตัวเลขขาดทุนจากการด้อยค่าให้ต่ำกว่าความเป็นจริงซึ่งจะทำให้กำไรทาง

บัญชีดูสูงโดยไม่มีผลกระทบต่อกำไรทางภาษี (เพราะอย่างไรๆ ก็ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด. 50อยู่แล้ว)

ในขณะเดียวกัน บริษัทสามารถนำการซิกแซ็กวิธีอื่นมาทำให้กำไรทางภาษีมีจำนวนต่ำลงเพื่อจะได้เสีย

ภาษีให้น้อยหน่อย เช่น สมมติว่าจู่ๆ บริษัททราบว่าจะได้รับรายได้จำนวนมหาศาลเนื่องจากส้มหล่น

(จะมาจาก "ค่าโง่" หรืออะไรก็ตาม) แต่จำนวนรายได้นั้นมากเกินความจำเป็นในการแต่งบัญชี

(งบการเงินสวยพอแล้ว) บริษัทเลยทยอยรับรู้รายได้บางส่วนในงบกำไรขาดทุนงวดนี้

และเก็บบางส่วนไว้รับรู้ในงวดหน้า (แทนที่จะรับรู้รายได้ทั้งจำนวนตามที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด)

เท่านั้นบริษัทก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีงวดนี้ให้มากเกินความจำเป็นงบการเงินสวย แถมยังจ่ายภาษีต่ำ

ไม่เรียกว่า Best of Both Worlds แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร !!

ที่มา....หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


 

Copyright © 2002 payom.topcities.com. All rights reserved